ข่าว

'มอดไม้พะยูง'ตัวการป่ามรดกโลก..ภาวะอันตราย

'มอดไม้พะยูง'ตัวการป่ามรดกโลก..ภาวะอันตราย

13 พ.ค. 2557

'มอดไม้พะยูง'ตัวการ ป่ามรดกโลก..ภาวะอันตราย : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

               เป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีนัก เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศูนย์มรดกโลก องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) มีหนังสือแจ้งให้ไทยทราบว่า พื้นที่มรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มีความเสี่ยงที่จะอยู่ในภาวะอันตราย !!

               โดยขอไทยชี้แจงสถานภาพพื้นป่ามรดกโลกใน 4 ประเด็น ได้แก่  1.การขยายช่องทางจราจร ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ช่วง กม.42-57 ผลการศึกษาอีไอเอ เป็นอย่างไร 2.การสร้างเขื่อนห้วยโสมง จะมีผลกระทบต่อประชากรจระเข้น้ำจืดที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นหรือไม่ 3.การสร้างเขื่อนห้วยสะโตนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา และ 4.ปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง

               “เราได้ชี้แจงทั้ง 4 ประเด็นนี้ไปแล้ว เขาติดใจและกังวลแต่เรื่องปัญหาลักลอบตัดไม้พะยูง ซึ่งกำลังเป็นปัญหาข้ามชาติ เขาเป็นห่วงจึงจะให้ขึ้นในภาวะอันตราย นับเป็นคุณกับประเทศไทยที่จะป้องปรามสิ่งที่เป็นภัยคุมคามจากนอกประเทศ วันนี้จะทำอย่างไรให้จีนหยุดรับซื้อไม้พะยูง ซึ่งต้องมีการเจรจากันในเวทีโลก”

               ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง บอกถึงปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้กลุ่มผืนป่ามรดกโลกแห่งที่ 2 ของไทย ถูกขึ้นบัญชีอยู่ในภาวะอันตราย

               หลังจากนำคณะสื่อมวลชนมาติดตามสถานภาพการอนุรักษ์พื้นที่มรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ดร.ทรงธรรม เน้นย้ำอีก ผืนป่าดังกล่าวจะไม่ถูกปลดออกจากมรดกโลกทางธรรมชาติอย่างแน่นอน แต่หากถูกขึ้นบัญชีอยู่ในภาวะอันตราย จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

               สำหรับปัญหาการลักลอบค้าไม้พะยูงในผืนป่ามรดกโลก เกิดจากกลุ่มทุนที่มาจากจีนและไต้หวัน ผ่านนายทุนลาวและเวียดนาม โดยมีกลุ่มคนไทยและกัมพูชาร่วมขบวนการอยู่ด้วย ทำหน้าที่ขนย้ายไม้ออกทางชายแดนลาวและกัมพูชา มีกองกำลังติดอาวุธคอยคุ้มกัน ก่อนส่งไม้พะยูงผ่านประเทศเวียดนาม ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เมืองหนานหนิง ประเทศจีน  ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และกำลังกลายเป็นวาระแห่งชาติ

               จากข้อมูลการลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่ป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2556- ถึงวันที่ 30 เมษายน 2557 รวม 268 คดี ปริมาตรไม้ 181.53 จับกุมชาวไทย 159 ราย ชาวต่างชาติ 63 ราย โดยอุทยานแห่งชาติทับลาน จับกุมมอดไม้ได้มากที่สุด 169 คดี  รองมาเป็นอุทยานแห่งชาติตาพระยา 53 คดี, อุทยานแห่งชาติปางสีดา 30 คดี และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 16 คดี

               นอกจากนี้ การจับกุมมอดไม้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยังพบโพยใบสั่งไม้พะยูง แจงราคาไม้พะยูงตามขนาดความกว้าง อาทิ  ไม้พระยูงกว้าง 0.3 เมตร หนา 0.11 เมตร ยาว 3  เมตร มีมูลค่า 1 แสนบาท  ถ้ามีความกว้าง 0.4 เมตร ราคา 2 แสนบาท ซึ่งราคาจะเพิ่มไปตามขนาดความกว้างของไม้ ถ้ามีความกว้าง 0.9 เมตร จะมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านบาท

               ด้าน “นิพนธ์ โชติบาล” รักษาการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยอมรับว่า  ปัญหาลักลอบตัดไม้พะยูงมีความรุนแรงมาก เนื่องจากราคาไม้พะยูงมีราคาสูง  และที่สำคัญไม้พะยูงในพื้นที่อีสานตอนบนหมดไปแล้ว จึงเข้ามาลักลอบตัดไม้พะยูงในผืนป่ามรดกโลก

               “ปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง ได้พยายามป้องกัน สนับสนุนงบประมาณในหน่วยปฏิบัติการพิเศษในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูงอย่างเต็มที่ มีการสนธิกำลังร่วมกับทหารและตำรวจในการลาดตะเวน รวมทั้งไทยเสนอให้ไม้พะยูงเข้าสู่บัญชีไซเตส บัญชี 2 ได้สำเร็จ เพื่อป้องกันการลักลอบค้าระหว่างประเทศและหยุดยั้งการค้าไม้พะยูงที่ผิดกฎหมาย” นิพนธ์  กล่าว

               ส่วนประเด็นขยายถนนทางหลวงหมายเลข 304 อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าและผืนป่ามรดกโลกนั้น “ดร.ทรงธรรม” ชี้แจงว่า ได้มีการศึกษาทำถนนเชื่อมให้สัตว์ป่าข้ามถนน บริเวณกิโลเมตรที่ 27-29 โดยตั้งคณะกรรมการร่วมกับกรมทางหลวง จะเชื่อมผืนป่าเขาใหญ่-ทับลาน บริเวณจุดนี้ ส่วนบริเวณกิโลเมตรที่ 42 ถึง 47 เป็นถนนที่ยาวมากและเกิดอุบัติเหตุบ่อย ซึ่งการทำทางเชื่อมป่า มีจุดที่เหมาะสมอยู่ในช่วงกิโลเมตรที่ 42.6 ถึง 42.93 เป็นระยะทางกว่า 300 เมตร ล่าสุด กรมทางหลวง จะสร้างทางยกระดับ เพื่อให้สัตว์เดินข้ามด้านล่าง ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

               ส่วนข้อท้วงติงจากศูนย์มรดกโลกในการก่อสร้างเขื่อนห้วยโสมง ซึ่งพื้นที่ท่วมกินเข้ามาในพื้นที่ป่ามรดกโลก 2 พันกว่าไร่ อาจส่งผลกระทบต่อประชากรจระเข้น้ำจืดนั้น  “นิพนธ์”  ยืนยันว่า โครงการเขื่อนห้วยโสมงไม่มีผลกระทบที่รุนแรงต่อประชากรจระเข้น้ำจืด เนื่องจากพบร่องรอยของจระเข้น้ำจืด อยู่ห่างจากหัวเขื่อนไป15 กิโลเมตร ทำให้อนุมานได้ว่า การสร้างเขื่อนห้วยโสมงไม่กระทบต่อประชากรจระเข้น้ำจืด ส่วนเขื่อนห้วยสะโตน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา ยังไม่ผ่านการอนุมัติจากรัฐบาล และกรมอุทยานฯ ยังไม่ได้อนุญาตให้กรมชลประทานเข้าศึกษาพื้นที่แต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังเสนอให้ กรมชลฯ น่าจะทำในรูปแบบของแก้มลิง เพื่อลดพื้นที่ในการสร้างเขื่อน

               “นิพนธ์” บอกทิ้งท้ายว่า กรมอุทยานฯ ไม่ได้ละเลยเพิกเฉยต่อภัยคุกคามความเป็นผืนป่ามรดกโลก ล่าสุดเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษากลุ่มป่ามรดกโลกดงพญาเย็น- เขาใหญ่ เพื่อดูแลพื้นที่อย่างครอบคลุม รวมถึงจัดตั้งกองทุนมรดกโลก เพื่อหางบประมาณมาสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ดูแลผืนป่ามรดกโลก และจะมีการชี้แจงเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม คณะกรรมการมรดกโลก สมัยที่ 38 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ในเดือนมิถุนายนนี้


มรดกโลก “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่”

               ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ตั้งอยู่บนเทือกเขาขอบรอยต่อของที่ราบลุ่มภาคกลางกับที่ราบสูงโคราช ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, อุทยานแห่งชาติปางสีดา, อุทยานแห่งชาติทับลาน, อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ มีพื้นที่รวมกันประมาณ 6,155 ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ใน จ.นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายาก อาทิ ช้างป่า เสือโคร่ง กระทิง วัวแดง นกเงือก ฯลฯ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยคณะกรรมการมรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2548  และจากภัยคุกคามด้านต่างๆ ในปัจจุบัน อาจถูกจัดเป็นพื้นที่มรดกโลกในภาวะอันตราย

........................................

(หมายเหตุ : 'มอดไม้พะยูง'ตัวการ ป่ามรดกโลก..ภาวะอันตราย : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)