ข่าว

ไขรหัสบึ้มป่วนใต้35จุด'ล็อกเป้า'บอนไซพื้นที่ศก.

ไขรหัสบึ้มป่วนใต้35จุด'ล็อกเป้า'บอนไซพื้นที่ศก.

13 พ.ค. 2557

ไขรหัสบึ้มป่วนใต้35จุด'ล็อกเป้า'บอนไซพื้นที่ศก. : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน

               สถานการณ์ความวุ่นวายล่าสุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างน้อย 35 จุด คลุมพื้นที่ 8 อำเภอ 2 จังหวัด คือ นราธิวาส 24 จุด และยะลา 11 จุด อาจไม่ใช่มิติใหม่ของผู้ก่อความไม่สงบ เพราะในระดับพื้นที่เคยเกิดเหตุป่วนเมืองเฉียดร้อยจุดมาแล้วหลายครั้ง
    
               น่าสนใจว่า หลายๆ ครั้งรูปแบบการก่อเหตุมักสะท้อนนัยให้เห็นว่า การก่อเหตุหรือการก่อกวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจยังคงเป็นรูปแบบที่สามารถหวังผลได้ ในแง่ของการสร้าง "แรงกระเพื่อม" ได้อย่างต่อเนื่องและหนักหน่วง
    
               ตลอด 10 ปีที่ไฟใต้ปะทุขึ้นจนทุกฝ่ายก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่า "เขตเมือง" หรือ "ย่านเศรษฐกิจ" คือหัวใจสำคัญในการตกเป็นเป้าโจมตี แต่จนแล้วจนรอดก็ยังปรากฏเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำอีก  
    
               ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2557 เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่อย่างน้อย 4 จุดกลางเมืองยะลา โดยเพลิงทำลายเผาผลาญร้านค้าเฟอร์นิเจอร์และโกดังสินค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดรายใหญ่ที่สุดของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จนวอดวายสร้างความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
    
               ถัดจากนั้นราว 1 เดือนให้หลัง ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 จุดกลางเมืองหาดใหญ่แบบสดๆร้อนๆ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
    
               แม้ครั้งนี้เป้าหมายไม่ได้โฟกัสไปยังย่านเศรษฐกิจหลักเฉกเช่นครั้งที่ผ่านมา แต่การก่อเหตุภายในสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ก็ถือเป็นเป้าหมายสำคัญเชิงสัญลักษณ์ เพราะสามารถเขย่า "กล่องดวงใจ" และฉุดบรรยากาศให้ดิ่งเหวลึกลงไปอีก
    
               ยิ่งขึ้นชื่อว่าเกิดเหตุในเขตเมืองแล้ว ก็ยิ่งทวีผลกระทบเป็นลูกระนาด ลดทอนความเชื่อมั่นที่มีอยู่ให้สะบั้นในสายตาภาคการลงทุนและการท่องเที่ยว
    
               แม้กลิ่นควันระเบิดหาดใหญ่ยังไม่ทันจางหาย ท่ามกลางการตรึงกำลังเข้มในทุกพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังเหตุในพื้นที่สำคัญ แต่ก็ไม่สามารถลั่นดาลสกัดทางคนร้ายได้แม้แต่น้อย
    
               ครั้งนี้ก็เหมือนกัน แม้จะต่างกรรมต่างวาระ แต่ก็ถูก "ล็อกเป้า" ถล่มพื้นที่ "ไข่แดง" ทางเศรษฐกิจเช่นกัน โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจสำคัญอย่างพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ถือเป็นหัวเมืองหน้าด่านสำคัญของภาคใต้ตอนล่าง ไม่น้อยหน้ากว่าเมือง "หาดใหญ่" เท่าไรนัก
    
               การระเบิด 6 จุดในเขตเทศบาลเมืองโก-ลก จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน เพราะพิกัดที่เกิดขึ้น ทั้งบริเวณแยกพิธาน 1 หน้าร้านทองตันหลี หรือบริเวณกลางซอย โรงแรมจันตุหลี ถนนสายเอเชีย 18 หน้าโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก แยกสวนสิรินธร รวมถึงห้างเซ็นเตอร์ซุปเปอร์มาร์เก็ต ถนนวงศ์ประดิษฐ์ และห้างซุปเปอร์ซีดี ถนนสฤษดิ์วงศ์ ก็ล้วนเป็นพื้นที่สำคัญในทางยุทธศาสตร์ทั้งสิ้น
    
               หากไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากข้อมูลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ที่สรุปสถานการณ์ในค่ำคืนวันที่ 11 พฤษภาคม จะพบว่า มีทั้งวางระเบิด และการก่อกวนทุกรูปแบบ ส่วนพื้นที่ จ.นราธิวาส คนร้ายเน้นการป่วนเมือง แต่ส่วนใหญ่เป็นการลอบวางระเบิดและวางวัตถุต้องสงสัย จำนวน 3 อำเภอ โดยเฉพาะ อ.สุไหงโก-ลก จำนวน 11 จุด มีผู้เสียชีวิต 1 คน คือ นางซาลีตา มามะ อายุ 40 ปี และเหตุการณ์ป่วนครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงรุ่งเช้าวันที่ 12 พฤษภาคม
    
               ฝ่ายความมั่นคงมองว่า กลุ่มคนร้ายมีเป้าหมายชัดเจนในการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งอยู่ให้ช่วงวันวิสาขบูชาก็ยิ่งเป็นประเด็นมากขึ้น
    
               "วันนี้สังคมต้องร่วมกันคิดให้ทันกลุ่มขบวนการผู้ก่อเหตุในพื้นที่ เพราะคนร้ายคือโจรที่เข้ามาปล้นขโมยของและทำร้ายผู้บริสุทธิ์ถึงในบ้าน แต่ทำไมสังคมจึงมองว่าเป็นความผิดของเจ้าของบ้านที่ไม่สามารถดูแลบ้านหรือป้องกันบ้านไม่ให้โจรเข้ามาปล้นได้ หากสังคมคิดไม่ทันแผนนี้ก็เท่ากับเข้าทางโจร" พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว

........................................

(หมายเหตุ : ไขรหัสบึ้มป่วนใต้35จุด 'ล็อกเป้า'บอนไซพื้นที่ศก. : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน)