
'ภัยแทรกซ้อน'โหมไฟใต้กองทัพย้ำเจรจา'ทุกกลุ่ม
'ภัยแทรกซ้อน'เชื้อปะทุโหมไฟใต้ กองทัพย้ำสานต่อเจรจา'ทุกกลุ่ม' : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน
เหตุความรุนแรงที่ปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อค่ำวันที่ 11 พฤษภาคม ใน 8 อำเภอของ จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 9 คน จากเหตุการณ์วางระเบิดในเขตเมืองเศรษฐกิจ, การวางระเบิดเสาไฟฟ้า, เผายางรถยนต์, ยิงก่อกวนค่ายทหาร ฯลฯ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เป็นเหตุป่วนเมืองตามวงรอบปกติ หรือเป็นสัญลักษณ์เพื่อต่อรองเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษหรือไม่
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ.4 สน.) วิเคราะห์แรงจูงใจในการก่อเหตุว่า เป้าหมายหลักของผู้ก่อเหตุยังคงเดิม คือ มุ่งทำลายความเชื่อถือของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างภาพให้เป็นรัฐล้มเหลว (fail state) และใช้การก่อเหตุความรุนแรงเพื่อสร้างภาพให้เป็น "พื้นที่สงคราม" เพื่อยกระดับสถานการณ์ให้ไปสู่เวทีโลก
ทั้งนี้ รูปแบบการก่อเหตุนั้นจะเน้นการก่อเหตุก่อกวนในลักษณะที่ไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายร้ายแรง เช่น การวางระเบิดขนาดเล็ก การระเบิดเสาไฟฟ้า การทำลายพื้นที่เศรษฐกิจ เป็นต้น โดยมีเป้าหมายในการก่อเหตุทั้งประชาชนผู้บริสุทธิ์ ระบบเศรษฐกิจ และระบบสาธารณูปโภค
พ.อ.ปราโมทย์ ชี้ว่า ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวหลักของกลุ่มขบวนการ คือ การขับเคลื่อนงานด้านมวลชน แต่ในระยะหลังเจ้าหน้าที่ได้ให้ความสำคัญกับงานมวลชนเป็นอย่างมาก อีกทั้งประชาชนเบื่อหน่ายกับเหตุการณ์รุนแรงที่สร้างความสูญเสียเป็นอย่างมากจึงหันมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น กลุ่มขบวนการจึงก่อเหตุรุนแรงเพื่อข่มขู่ไม่ให้ไปร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อถามว่า การพุ่งเป้าเมืองเศรษฐกิจ เช่น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หรือ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ถือเป็นการตอบโต้ที่เจ้าหน้าที่ได้กวาดล้างภัยแทรกซ้อน เช่น ยาเสพติด และน้ำมันเถื่อน หรือไม่ พ.อ.ปราโมทย์ ตอบว่า คงไม่ใช่อย่างนั้นทั้งหมด เพราะปกติพื้นที่เมืองเศรษฐกิจเหล่านี้ก็ถือเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุของฝ่ายตรงข้ามเป็นปกติอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้จัดการอย่างเด็ดขาดทั้งการป้องกัน บำบัด และปราบปราม โดยเฉพาะการปราบปรามที่มีการใช้ไม้แข็ง ทั้งการจับกุมดำเนินคดี และยึดทรัพย์ตามกฎหมายป.ป.ง. ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กลุ่มขบวนการภัยแทรกซ้อนทำการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐอย่างรุนแรงในช่วงเวลานี้
ส่วนที่มีการมองว่า เป็นการก่อเหตุเพื่อ "ลองของ" ผู้คุมนโยบายคนใหม่ ทั้งแม่ทัพภาคที่ 4 และเลขาธิการสมช. นั้น พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า ไม่อยากให้มองอย่างนั้น เพราะคนพวกนี้สามารถทำชั่วได้ทุกวันโดยไม่เลือกวัน หรือเป้าหมายอยู่แล้ว อย่าไปมองว่าวันครบรอบวันนั้นวันนี้พวกนี้จะก่อเหตุเพื่อแสดงสัญลักษณ์ เพราะถึงจะฝนตกแดดออกพวกนี้ก็สามารถก่อเหตุได้หมด
กับกระแสข่าวที่ว่า นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช.คนใหม่ จะยกเลิกการเจรจา ทำให้กลุ่มขบวนการก่อเหตุเพื่อตอบโต้นั้น พ.อ.ปราโมทย์ ชี้แจงว่า ไม่เคยได้ยินข่าวนี้ และเพิ่งได้คุยกับนายถวิลในระหว่างที่ลงพื้นที่ภาคใต้เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งจริงๆ แล้วนายถวิลเป็นคนที่ร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2555-2557 มาก่อน
"หนึ่งในแนวทางหลักในนโยบายนี้ คือ การสร้างสภาวะแวดล้อมให้เอื้อต่อการพูดคุยเพื่อแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง ซึ่งนำไปสู่การพูดคุยกับนายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็น ในยุคต่อมา แต่การพูดคุยต้องให้ความสำคัญกับทุกกลุ่ม คงไม่ใช่การคุยกับบีอาร์เอ็นเพียงกลุ่มเดียว เพราะกลุ่มขบวนการก็เหมือนพรรคการเมืองที่มีแนวทางของตนเอง"
สำหรับแนวทางในการพูดคุยนั้น พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า คงต้องศึกษาแนวทางการเจรจาสันติภาพจากทั่วโลกว่ามีจังหวะการก้าวเดินอย่างไร ขณะที่กลุ่มกองกำลังที่ก่อเหตุในทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ "กองกำลังรุ่นใหม่" อย่างที่มีความพยายามสร้างกระแสกัน แต่เป็นกองกำลังรุ่นเก่าที่พยายามดิ้นหนีตายมากกว่า แม้จะมีคนรุ่นใหม่เข้าไปร่วมบ้าง แต่ก็ถือว่ามีจำนวนที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ
พ.อ.ปราโมทย์ สรุปภาพรวมของสถานการณ์ไฟใต้ว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีคดีที่เกี่ยวกับ "ความมั่นคง" ในสัดส่วนที่น้อยมาก โดยในจำนวนคดีที่มีมากกว่า 1.3 แสนคดี เป็นคดีความมั่นคง 9,500 กว่าคดี คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ เท่านั้น นอกจากนั้นเป็นคดีที่เกี่ยวกับภัยแทรกซ้อน และคดีส่วนตัว รวมทั้งคดีที่เกี่ยวพันกับการเมืองท้องถิ่นอีกจำนวนหนึ่ง
"คดีส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่ก็มีจุดร่วมกันอยู่ เพราะทุกกลุ่มใช้ลูกค้าคนเดียวกันในการขจัดคู่ขัดแย้ง คือ กลุ่มกองกำลังในพื้นที่ แสดงให้เห็นว่ากลุ่มเหล่านี้ไม่ได้มีอุดมการณ์อะไรมากมาย ส่วนเรื่องแบ่งแยกดินแดน ความไม่เป็นธรรม หรือการไม่เคารพเรื่องอัตลักษณ์เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น" โฆษกกอ.รมน.ภ.4 สน. กล่าวย้ำ
........................................
(หมายเหตุ : 'ภัยแทรกซ้อน'เชื้อปะทุโหมไฟใต้ กองทัพย้ำสานต่อเจรจา'ทุกกลุ่ม' : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)



