
วุฒิสภาถกนอกรอบ'สุเทพ'ขอเข้าชี้แจง
วุฒิสภาถกนอกรอบ'สุเทพ'ขอเข้าชี้แจง วอนถ่ายทอดสดอย่าปิดหูปิดตา ส.ว.เสนอทางออกประเทศ3แนวทาง ศาลปกครองระบุ3ศาลหารือนายกฯม.7ไม่มีก.ม.รองรับ
เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 12 พ.ค.2557 นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่1 ฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา กล่าวต่อที่ประชุมวุฒิสภานอกรอบว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ทำหนังสือขอเข้าร่วมการประชุมวุฒิสภาเพื่อชี้แจงให้กับส.ว.ได้พิจารณา ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการอภิปรายและทุกคนที่ลุกขึ้นสนับสนุนกล่าวว่า เห็นสมควรให้นายสุเทพได้เข้ามาชี้แจง ขณะที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า หากที่ประชุมให้นายสุเทพเข้าชี้แจงต้องพิจารณาให้กลุ่มการเมืองฝ่ายอื่นๆ ได้สิทธิ์การเข้าชี้แจงด้วยเช่นกัน
ขณะที่นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ตนขอเสนอให้ที่ประชุมพักการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางต่อการให้นายสุเทพเข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุม โดยนายสุรชัยเห็นชอบด้วยจึงสั่งพักการประชุมไปเมื่อเวลา 18.00 น.
ทั้งนี้เมื่อเวลา 18.25 น. นายสุเทพพร้อมแกนนำ กปปส. อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายวิทยา แก้วภราดัย นายสมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ และร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม นายเอกนัฎ พร้อมพันธ์ ได้เข้ามายังอาคารรัฐสภา 2 เพื่อหารือกับนายสุรชัยที่ห้องรับรองพิเศษ โดยมีกลุ่ม 40 ส.ว. ให้การต้อนรับ
ต่อมาเวลา 18.45 น. นายสุเทพ ชี้แจงต่อนายสุรชัยว่า การเดินทางเข้าหารือ เนื่องจากมีเหตุผลสองประการคือ 1.สถานีโทรทัศน์และวิทยุรัฐสภาไม่ถ่ายทอดสดการหารือของวุฒิสมาชิก เหมือนปิดหูปิดตา จึงต้องเข้ามาดูว่า เป็นเพราะอะไร และ 2.สถานการณ์ขณะนี้ ส.ว. สมควรรับรู้สถานการณ์การเมืองปัจจุบันและความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อวุฒิสภาตนและตัวแทนจึงอยากขอเข้าชี้แจงในห้องประชุมวุฒิสภา และจะเปิดโอกาสให้ส.ว. ซักถาม รวมทั้งขอให้ถ่ายทอดสดการประชุมด้วย
ด้านนายสุรชัย กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่มีการถ่ายทอดสด ไม่ใช่ความตั้งใจของวุฒิสภาแต่การควบคุมห้องประชุมรัฐสภา อยู่ในการดูแลของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัญญาณทั้งหมดถูกล็อกรวมทั้งการถ่ายทอดสดในห้องประชุม จึงไม่สามารถถ่ายทอดสดได้ ซึ่งส.ว.ไม่ได้กีดกันการถ่ายทอด และตั้งใจว่า หากมีการสื่อสารไปยังประชาชนแล้ว จะเป็นช่องทางช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดทางเมืองได้ และขอโทษที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น แต่เบื้องต้นแก้ปัญหาโดยให้ถ่ายทอดสดทางวิทยุรัฐสภาแล้ว จากนั้นนายสุเทพขอให้สื่อมวลชนออกจากห้องรับรอง เพื่อหารือเป็นการส่วนตัวกับนายสุรชัย
ต่อมาเวลา 21.05น.นายสุรชัย ได้เปิดเผยว่า ยังไม่จำเป็นที่นายสุเทพต้องเข้าชี้แจงเพื่อหาทางออกประเทศในห้องประชุมวุฒิสภา
"สุเทพ"ขึ้นปราศรัยหลังหารือวุฒิฯ
นายสุเทพ กล่าวบนเวทีรัฐสภาหลังหารือกับนายสุรชัยว่า วันนี้ได้เคลื่อนย้ายจากเวทีสวนลุมพินี มาสู่ชัยภูมิแห่งใหม่คือ ทำเนียบฯ และรัฐสภา ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของบ้านเมือง ที่ปกติรัฐบาลจะใช้ทำเนียบฯในการบริหาร ส่วนรัฐสภา เป็นสถานที่ใช้ในการนิติบัญญัติ การออกกฎหมาย ทั้งสองแห่งนี้เป็นชัยภูมิสำคัญที่เราจะต้องยึดไว้เป็นการต่อสู้ขั้นสุดท้าย
"ทราบว่ามีพวกอุบาทว์ข่มขู่ประธานวุฒิสภา ครอบครัว ดังนั้นถูกแล้วที่เรามาอารักขารัฐสภาไว้ไม่ให้พวกอุบาทว์มาข่มขู่การทำหน้าที่ของวุฒิสภาได้ ผมจึงกราบเรียนประธานวุฒิสภาว่าขอให้ทำงานให้สบายใจ ประชาชนจะเป็นเกราะป้องกันภัยให้ เราจะอยู่เป็นเพื่อนส.ว.ทั้งหลาย และจะอยู่ฟังว่าพวกท่านทำงานหรือไม่ และใครอย่าเที่ยวมากล่าวหาว่าพวกเรามาข่มขู่ วันนี้ได้รับคำตอบเบื้องต้นว่าวุฒิสภาจะรับเป็นภาระปรึกษาหารือเพื่อให้มีนายกฯคนใหม่ของประเทศไทย ดังนั้นหน้าที่ของมวลมหาประชาชนต้องออกมาช่วยสนับสนุนแสดงพลังให้วุฒิสภาเอาหลังพิง และเราจะอยู่ตรงนี้เพื่อรอดูว่าวุฒิสภาทำสำเร็จหรือไม่ ถ้าเราไม่ออกมาวุฒิสภาก็จะตกอยู่ภายใต้อำนาจทักษิณ" นายสุเทพ กล่าว
เสนอทางออกประเทศ3แนวทาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้การประชุมวุฒิสภานอกรอบได้พิจารณาเพื่อหาทางออกของวิกฤตบ้านเมืองโดยได้เสนอแนะแนวทางแก้ไข โดยแบ่งเป็น 3 แนวทาง คือ 1. เปิดเวทีรัฐสภาให้คู่ขัดแย้งทางการเมืองเจรจาร่วมกัน เพื่อสื่อสารไปยังประชาชนทุกกลุ่ม 2.วุฒิสภาเป็นตัวแทนสภาผู้แทนราษฎรนำชื่อบุคคลที่เหมาะสมทูลเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามช่องทางของรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 และ 3.ให้วุฒิสภาเป็นองค์กรกลางในการประสานไปยังหน่วยงาน องค์กรต่างๆ รวมถึงคู่ขัดแย้งทางการเมืองในการทำความเข้าใจและยุติความขัดแย้งในประเทศ
โดยพล.ร.อ.สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ส.ว.สรรหา เสนอแนะว่า เป็นคนกลางเชิญ คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายเข้ามาเจรจาอีกครั้ง โดยการเจรจารอบใหม่จะใช้เวทีห้องประชุมรัฐสภา ทั้งนี้เพื่อให้เป็นการสื่อสารไปยังประชาชนทั้งประเทศ แทนการสื่อสารไปยังมวลชนของฝ่ายที่สนับสนุนเท่านั้น
ขณะที่นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา เสนอแนะว่า ปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ดังนั้นตนขอเรียกร้องให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี นำรายชื่อบุคคลที่ได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา คนที่2 ขึ้นทูลเกล้าฯ แต่งตั้ง เพื่อให้กระบวนการเดินไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
ส่วนนายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรห เสนอแแนะทางออกปัญหาบ้านเมืองในที่ประชุมวุฒิสภานอกรอบ ว่า วุฒิสภาต้องประสานไปยังหน่วยงานที่ยังคงเหลืออยู่ รวมถึงคู่ขัดแย้งทางการเมือง และเมื่อทุกฝ่ายเห็นร่วมกันและยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองปัจจุบันมีความวิกฤตและไม่สามารถหาทางออกได้ ส่วนรัฐบาลรักษาการปัจจุบันไม่สามารถมีอำนาจในการแก้ไขความวิกฤตของบ้านเมืองตามกฎหมายที่กำหนด แล้วให้หารือเพื่อกำหนดให้บุคคลเข้ามาเป็นนายกฯหรือรัฐบาลชั่วคราว จากนั้นให้วุฒิสภาเป็นเครื่องมือเพื่อเดินไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
“สถานการณ์ที่เป็นอยู่ ฝ่ายต้องการเลือกตั้งก็เลือกตั้งไม่ได้ ส่วนฝ่ายที่ต้องการให้ปฏิรูปก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ การจะใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 จะทำได้หรือไม่ วุฒิสภาไม่ได้ตัดสิน แต่คู่ขัดแย้งต้องยอมรับว่าเป็นวิกฤต ถึงจะเดินไปสู่กระบวนการและเป็นไปตามแก้ไขรัฐธรรมนูญ” นายตวง กล่าว
ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา เสนอแนะว่า วุฒิสภาไม่ใช่องค์กรวิเศษที่จะไปตัดสินความขัดแย้งภายนอกให้ยุติได้โดยเร็วได้ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่ารัฐบาลขณะนี้ไม่สมประกอบและไม่สามารถบริหารเพื่อแก้ปัญหาได้ ดังนั้นขณะนี้มีประชาชนเรียกร้องให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการแทนสภาผู้แทนราษฎรในการนำเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ตนจะเป็นผู้ทำหนังสือถึงว่าที่ประธานวุฒิสภาให้พิจารณาดำเนินการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเพื่อแก้วิกฤต กรณีที่ไม่มีนายกฯ บริหารประเทศ ทั้งนี้เพื่อร่วมรับผิดชอบทางกฎหมาย หลังจากที่ทราบว่าการดำเนินการดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องและกล่าวหาในทางกฎหมายได้
ขณะที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา เสนอแนะว่า การแก้ไขวิกฤตทางการเมืองต้องใช้ความรอบคอบอย่างยิ่ง ทั้งนี้ตนมองว่าแนวโน้มการแก้ปัญหาจะมี 2 ทาง คือ 1.การเลือกตั้งใหม่ แต่มีปัญหาว่ารักษาการนายกฯ จะมีอำนาจลงนามสนองพระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งได้หรือไม่ ทั้งนี้ต้องรอความชัดเจนการหารือระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ รักษาการนายกฯ ก่อน และ 2.การเสนอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่จะครบกำหนดในวันที่ 6 มิ.ย. เชื่อว่าระหว่างนี้ยังมีประเด็นที่พิจารณาถึงทางออก โดยประเด็นที่วุฒิสภาจะเสนอตั้งนายกรัฐมนตรีตอนนี้ถือว่าเร็วไป และไม่เชือว่าการใช้ช่องทางรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ไม่สามารถยุติในวุฒิสภา
ส่วนนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา เสนอแนะให้วุฒิสภาเป็นผู้เดินสายประสานไปยังหน่วยงานและองค์กรต่างๆ
“กปปส.”แห่ล้อมรัฐสภาจี้ถ่ายทอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เดินทางถึงเวทีปราศรัยหน้ายูเอ็น จากนั้นได้นั่งรถยนต์ส่วนตัวเดินทางไปยังหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อติดตามการประชุมวุฒิสภานัดพิเศษ โดยผู้ชุมนุม กปปส. นั่งปักหลักชุมนุมที่หน้าประตูทางเข้าออกอาคารรัฐสภาทุกด้าน ทั้งถนนอู่ทองใน และถนนราชวิถี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรตั้งแต่ถนนราชวิถีตัดถนนพระราม5 ถึงแยกการเรือน และปิดถนนพิชัย ตั้งแต่แยกขัตติยานี ถึงแยกราชวิถีโดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐสภา เพื่อขอให้นายสุเทพได้เข้าชี้แจงต่อประชุมวุฒิสภา
“สว.ลำพูน”แถลงไม่ยอมรับการประชุมวุฒิฯนอกรอบ
เมื่อเวลา 18.15 น. นายตรี ด่านไพบูลย์ ส.ว.ลำพูน แถลงไม่ยอมรับการประชุมวุฒิสภานอกรอบเพื่อหารือการแก้ไขปัญหาทางการเมือง อีกทั้งขอเรียกร้องว่าอย่าได้นำความเห็นหรือผลหารือของที่ประชุมวุฒิสภาไปอ้างอิงต่อการดำเนินการใดๆ ในอนาคต เพราะเป็นการหารืออย่างไม่เป็นทางการ และหากนำไปอ้างอิงกังวลว่าจะเป็นการสร้างความขัดแย้งและทำให้ภาพลักษณ์ของสถาบันวุฒิสภาเสียหายได้
"นปช."อัด"สุรชัย"เปิดสภาให้"สุเทพ"เข้าชี้แจง
เมื่อเวลา 18.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวบนเวทีชุมนุมกลุ่มนปช. ที่ถนนอุทยาน(อักษะ)ตอนหนึ่งว่า ถ้าต้องการทำผิดกฎหมายเสียเองนายสุรชัยก็ให้เชื่อนายสุเทพที่นำกำลังไปปิดล้อมสภา ซึ่งคู่นี้ต้องรับผิดชอบร่วมกันฐานก่อกบฎในราชอาณาจักร และยืนยันว่าวันนี้ไม่มีสุญญากาศ ทางการเมือง ดังนั้นวุฒิสภาถ้าใครรักตัวกลัวตายก็กลับบ้านไป เพราะนปช.มีจุดยืนในการต่อต้านนายกรัฐมนตรีมาตรา 7 ทั้งโดยทางกฎหมายและการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาฯ นปช. กล่าวว่า กรณีที่นายสุรชัยให้นายสุเทพเข้าไปหารือในที่ประชุมวุฒิสภาได้นั้น เป็นการเปิดตัวนายสุรชัยและส.ว.ชุดนี้อย่างชัดเจนว่าเป็นเพียงลูกไล่ของนายสุเทพเท่านั้น และถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมที่ให้แกนนำมวลชนเข้าไปในห้องประชุมสภาซึ่งเป็นสถานที่อันทรงเกียรติ
ศาลปกครองระบุ3ศาลหารือนายกฯม.7ไม่มีก.ม.รองรับ
แหล่งข่าวศาลปกครองกล่าวถึงข้อเสนอของนายสุเทพเรียกร้องให้ว่าที่ประธานวุฒิสภา ประศาลศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หารือร่วมกันเพื่อเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีคนกลาง ว่า จากการพูดคุยกับตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องดังกล่าว ก็มีความเห็นที่สอดคล้องกันว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่มีกฎหมายรองรับ แล้วจะดำเนินการกันได้อย่างไร เช่นนั้นแล้วก็ไม่รู้จะมีใครกล้าทำตามข้อเรียกร้องของนายสุเทพหรือไม่อย่างไร



