ข่าว

'มาร์ค'แนะ'นิวัฒน์ธำรง'พาครม.ออกยกก๊วน

'มาร์ค'แนะ'นิวัฒน์ธำรง'พาครม.ออกยกก๊วน

12 พ.ค. 2557

'นิวัฒน์ธำรง' แจงสื่อนอกยันรัฐบาลรักษาการมีอำนาจเต็มตามรัฐธรรมนูญ ย้ำสามารถแก้วิกฤตประเทศได้โดยเร็ว 'อภิสิทธิ์' แนะพาครม.ออกยกก๊วน เสียสละเพื่อประเทศ

 
                         12 พ.ค. 57  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์บลูสกายแชนแนล ถึงการแก้ปัญหาสถานการณ์ในประเทศ ว่า อยู่ที่นักการเมือง และพรรคการเมือง จะเอาประชาธิปไตยบังหน้า รักษาอำนาจตัวเอง หรือจะพยายามให้บ้านเมืองกลับไปเดินบนเส้นทางประชาธิปไตยที่ราบรื่นได้โดยเสียสละเพียงชั่วคราว วันนี้ถ้ารัฐมนตรีที่เหลืออยู่นี้ลาออกทั้งหมด ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมาตกลงกันว่า ในสถานการณ์อย่างนี้ รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้จะเดินอย่างไร ไม่จำเป็นต้องเอาตามแผนที่ตนเสนอก็ได้ แต่หลักใหญ่ๆ คือว่า มีคนกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับเข้ามา เพื่อเริ่มต้นกระบวนการปฏิรูป ทำกระบวนการปฏิรูปให้มั่นคง แล้วก็ไปเลือกตั้ง ตอนนี้สถานการณ์ไม่ปกติ แต่เราก็พยายามทำเงื่อนไขให้มันเปิดทาง แล้วก็ตีความกฎหมายในทางที่ให้ปฏิบัติได้ และที่สำคัญคือ ถ้าเกิดจากความยินยอมพร้อมใจของทุกฝ่าย มันไม่มีอะไรขัดกับหลักรัฐธรรมนูญ และเราก็จะได้หยุดภาวะที่มาโต้เถียงกันแบบนี้
 
                         "อยากให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกฯ ยอมรับความจริง ว่าสถานการณ์ขณะนี้มันไปไม่ได้ ควรมาดูว่าอะไรที่เป็นไปได้ และถ้าคิดได้ ก่อนลาออกจากรัฐมนตรี ก็ควรไปคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. เพื่อให้แน่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมา และจะยอมรับกันได้หรือไม่ วันนี้ต้องมีสัญญาณมาจากนายนิวัฒน์ธำรง ก่อน แต่ถ้ายังฟังนักกฎหมายฝ่ายรัฐบาล ก็จะมีปัญหาไปเรื่อยๆ เพราะเป็นกลุ่มที่ให้ความเห็นผิดมาเกือบตลอด จนนายจะต้องเข้าคุกอีกคนหรือเปล่าก็ไม่ทราบ"
 
 
 
 
'นิวัฒน์ธำรง' แจงสื่อนอกรบ.รักษาการมีก.ม.รองรับ
 
 
                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 14.00 น.  ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศจากหลายสำนัก โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการสอบถามถึงสถานภาพของรัฐบาลรักษาการ สถานการณ์ทางการเมืองและการหาทางออกของประเทศ ทั้งนี้ นายนิวัฒน์ธำรง ได้ยืนยันว่าในวันพุธที่ 14 พ.ค.นี้ จะเดินทางเข้าหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างแน่นอน โดยคาดหวังว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเดือน ก.ค. ซึ่งเดิมได้กำหนดไว้เป็นวันที่ 20 ก.ค. แต่หากจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ควรเกินเดือน ก.ค. ซึ่งรัฐบาลพยายามทำทุกอย่างและพร้อมสนับสนุนให้ กกต. ดำเนินการเลือกตั้งให้ดีที่สุด และไม่คิดว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่จะเหมือนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา
 
                         ถามว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ บอยคอตการเลือกตั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้จะแก้ปัญหาอย่างไร นายนิวัฒร์ธำรง กล่าวว่า กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ได้มีแผนการดำเนินการอยู่แล้ว มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เหมือนเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาแน่นอน
 
                         เมื่อถามถึงการเชิญชวนให้เจรจากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส. และพรรคประชาธิปัตย์ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมและเปิดให้เจรจากับทุกฝ่ายแต่ไม่เฉพาะพรรคเพื่อไทย ปชป. และนายสุเทพ เท่านั้น แต่ยังมีพรรคการเมืองอีกจำนวนมาก ยังมีผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เราพร้อมเจรจาแต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและความเป็นประชาธิปไตย
 
                         ผู้สื่อข่าวถามถึงปัญหาที่การ์ด กปปส.ปิดเส้นทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ และมีการทำร้ายประชาชน ทำไมรัฐบาลไม่เข้าไปดูแลหรือแก้ปัญหา นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า รัฐบาลต้องการบริหารสถานการณ์ด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ได้ต้องการที่จะไปฆ่าใคร เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้รับคำสั่งว่าไม่ให้ใช้อาวุธ และไม่ให้ใช้ความรุนแรง และให้ใช้หลักเจรจา และดำเนินการตามข้อกฎหมาย
 
                         นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวด้วยว่า ปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างแน่นอน แต่ยังมีความเชื่อมั่นว่าพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยและภาคเอกชนของไทยมีความแข็งแกร่ง
 
                         เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภา เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีคนกลาง นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ในเรื่องนายสุรชัย นั้นไม่คิดว่าจะมีกฎหมายฉบับใดสนับสนุนให้ทำเช่นนี้ ปัจจุบันรัฐบาลยังคงทำหน้าที่รักษาการอยู่ตามกฎหมาย ซึ่งจะทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
 
                         เมื่อถามว่า ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลมีการเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศ แล้วทำไมรัฐบาลจึงไม่เห็นด้วยและไม่เสนอแนวทางปฏิรูปประเทศบ้าง นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เราเห็นด้วยกับการปฏิรูปเพื่อให้ประเทศดีขึ้น และมีการพัฒนา ซึ่งเราพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แต่เราไม่สามารถหยุดการดำเนินการเลือกตั้งได้ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเมื่อมีการเลือกตั้งครั้งใหม่แล้ว รัฐบาลใหม่ก็สามารถดำเนินการปฏิรูปได้
 
                         จากนั้นเวลา 15.00 น.​ นายนิวัฒน์ธำรง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยอีกครั้ง โดยระบุว่า ตลอดทั้งวันได้พูดคุยกับสื่อต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นการเรียกความเชื่อมั่นจากสังคมโลกที่มีต่อประเทศไทย รัฐบาลจำเป็นต้องทำความเข้าใจ โดยวัตถุประสงค์หลักนั้นเพื่อต้องการให้ต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่นต่อว่าเราสามารถที่จะแก้วิกฤตทางการเมืองได้โดยเร็ว และได้ยืนยันไปว่าขณะนี้เรามีรัฐบาลรักษาการตามรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้อง โดยเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์​ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เหลือทั้ง 25 คน ได้เลือกตนมาทำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 10 ที่ระบุไว้ชัดเจน ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกในประเทศไทย สมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์​ อดีตนายกรัฐมตรี ก็มีการเสนอชื่อนายชวรัตน์​ ชาญวีรกูร ขึ้นมาทำหน้าที่แทน วันนี้ตนจึงได้ทำความเข้าใจกับสื่อต่างประเทศว่าเรามีรัฐบาลรักษาการ จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ถูกต้องตามกฎหมาย
 
                         นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า หน้าที่หลักของรัฐบาลรักษาการมี 2 เรื่อง ประกอบด้วย การปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญไปจนกว่าจะมี ครม.ที่ได้รับการเลือกตั้งชุดใหม่เข้ามาและต้องทำหน้าที่ภารกิจงานต่างๆ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และได้ยืนยันว่าเราต้องการให้มีรัฐบาลชุดใหม่โดยเร็วต่อไป
 
                         "​ยืนยันว่า รัฐบาลปัจจุบันแม้เป็นรัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ดังนั้นการมีรัฐบาลถาวรจะทำให้รัฐบาลมีอำนาจเต็มสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจทำให้ประเทศมีความเจริญรุ่งเรือง สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำไมเราต้องมีรัฐบาลใหม่โดยเร็ว วันนี้หน้าที่ของรัฐบาลคือสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งให้เร็วที่สุดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ" ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า ตนได้บอกกับสื่อต่างประเทศด้วยว่าในวันพุธที่ 14 พ.ค.นี้ตนจะหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงบ่ายเพื่อหาทางออกกำหนดวันเลือกตั้งและวิธีการเลือกตั้งให้สำเร็จ
 
 
 
 
ชี้ นายกฯ ม.7 ไม่มีกฎหมายรองรับ
 
 
                         เมื่อเวลา 15.10 น. นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวถึงการดำเนินการให้วุฒิสภาเสนอนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 ตามที่กลุ่มกปปส.เรียกร้อง ว่า การดำเนินการใดๆ จะต้องมีพื้นฐานทางกฎหมายรองรับ คิดได้ทำได้แต่เมื่อดำเนินการไปสักระยะหนึ่ง ตามขั้นตอนต่างๆ ถ้าไม่มีกฎหมายรองรับ หน่วยงานที่จะดำเนินการต่อก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ แต่รัฐบาลมองว่าไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นก็แล้วแต่ให้ทางฝ่ายที่มีความคิดเช่นนั้นดำเนินการไป
 
                         เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพ จะขอเจรจานั้น นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ยังไม่มีการติดต่อมา แต่รัฐบาลตั้งแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะเปิดกว้างเพื่อพบปะพูดจากับกลุ่มต่างๆ แต่สิ่งที่ถือเป็นหลักคือเราต้องพูดคุยกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรือกลุ่มต่างๆ ควรที่ได้เจอกันทั้งหมด เพราะประเทศไทยมีกฎหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลคนเดียว แต่มีทั้งหน่วยงานและองค์กรอิสระมากมาย รวมถึงกลุ่มประชาชนหลากหลายกลุ่มที่ออกมาให้ข้อคิดเห็น อย่างไรก็ตามความคิดเห็นต่างๆ หรือสิ่งที่จะทำและดำเนินการต้องมีกฎหมายปัจจุบันรองรับไม่เช่นนั้นคิดไปทำอะไรสุดท้ายทำไม่ได้เพราะไม่มีกฎหมายรองรับสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วย
 
                         เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าจะมีขบวนการล้มรัฐมนตรีทั้ง 25 คนที่ยังทำงานอยู่ให้ล้มไปเพื่อให้ได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนกลาง นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ตนไม่ห่วงอะไรคงต้องดูว่าจะทำอย่างไร เพราะกฎหมายเขียนแบบนี้ ระเบียบเขียนแบบนี้ถ้าทำได้ตามระเบียบกฎหมายรวมทั้งหากอยู่ภายใต้ก็สามารถทำได้ ส่วนที่ฝ่ายตรงข้ามมั่นใจว่าจะสามารถแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 นั้น ก็ต้องรอ
 
                         เมื่อถามว่าจะดำเนินการอย่างไรเพราะทั้ง 2 ฝ่ายดูเหมือนจะใช้กฎหมายคนละฉบับกัน นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า จะต้องถามฝ่ายต่างๆ ว่าใช้กฎหมายฉบับใด ส่วนตนมีเอกสารพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 มาตรา 10 ซึ่งตนปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ จึงต้องถามว่าฝ่ายตรงข้ามจะเอาแบบไหนและใช้ระเบียบ หรือกฎหมายมาตราใด
 
                         เมื่อถามต่อว่าหากใช้กฎหมายคนละฉบับคิดว่าจะต้องหาข้อยุติจากศาลยุติธรรมได้หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า คงตอบไม่ได้ก็ต้องแล้วแต่ว่าจะมีใครยกประเด็นไหนไปขอความเห็นจากศาล 
 
                         เมื่อถามว่าประเทศจะเดินต่อไปอย่างไรในเมื่อความคิดเห็นของแต่ละฝ่ายที่ตีความกฏหมายที่คู่ขนานกันโดยสิ้นเชิง นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ต้องยกประเด็น แต่ตนคิดว่าทุกฝ่ายพยายามหาทางที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติ ซึ่งในส่วนนี้ตนเห็นว่าเป็นการเดินไปในทางเดียวกันแต่วิธีการที่จะทำต่างกัน ทั้งนี้ตนเห็นว่าวิธีที่เป็นไปตามกฎหมายอย่างชัดเจนคือกฎหมายระบุว่าเมื่อยุบสภาฯ ต้องเลือกตั้งเพื่อมีรัฐบาลโดยเร็ว และไม่ต้องการให้มีรัฐบาลรักษาการอยู่นานรวมทั้งเมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งก็ต้องมีรัฐบาลรักษาการทำหน้าที่แทนต่อไปเราก็ตามกฎหมาย
 
                         เมื่อถามว่ามวลชนทั้งสองฝ่ายจะมีการเผชิญหน้าหรือไม่กันหากฝ่ายการเมืองยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ประชาชนเรียนรู้จากเหตุการณ์ในอดีตจึงไม่ออกมาเผชิญหน้ากันทุกคนต่างออกมายื่นข้อเสนออย่างสงบ ซึ่งสังเกตได้ว่ามวลชนก็พยายามไม่ให้เกิดการปะทะกันจึงเป็นสิ่งที่ดี และต่างประเทศชื่นชมในจุดนี้พร้อมทั้งอย่างให้ประเทศไทยแก้ปัญหาโดยไม่มีเหตุกระทบกระทั่งหรือเสียเลือดเสียเนื้อ ซึ่งต่างประเทศหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีเป็นไปตามระบอบระบอบประชาธิปไตย
 
                         เมื่อถามว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้ง 25 คนจะรักษาสนามประชาธิปไตย ตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะตายคาสนามประชาธิปไตยได้หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ครม.ที่เหลืออยู่ทั้ง 25 คนมีหน้าที่ปฏิบัติราชการตามกฎหมายต่อไปพร้อมทั้งได้มีการแบ่งงานกันตามกระทรวงต่างๆ อย่างเรียบร้อยการทำงานจึงไม่หยุดชะงัก รวมทั้งจะต้องทำหน้าที่สนับสนุนการเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่นายสุเทพ ประกาศจะปิดเกมภายใน 2-3 วัน ก็ต้องรอฟังว่านายสุเทพ จะทำอย่างไร
 
 
 
 
ลั่นเข้าหารือ กกต. 14 พ.ค. ด้วยตัวเอง ย้ำต้องมีเลือกตั้ง
 
 
                         นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวถึงการออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เพื่อให้ทันกำหนดที่วางไว้คือ 20 ก.ค. ว่า การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของกกต. ที่จะเป็นผู้รับผิดชอบในการบริการจัดการ ให้เกิดการเลือกตั้ง ส่วนรัฐบาลก็มีหน้าที่สนับสนุน ให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จ ส่วนการเลือกตั้งที่กำหนดไว้วันที่ 20 ก.ค. ตามที่รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มีการประชุมร่วมกับ กกต.นั้น จะเป็นเรื่องที่เราต้องพูดคุยในวันที่ 14 พ.ค. ซึ่งตนหวังว่าจะเป็นไปตามกำหนดเดิม คือ 20 ก.ค. แต่ก็ขึ้นอยู่กับการหารือในวันที่ 14 พ.ค. โดยตนจะไปหารือด้วยตัวเอง แต่เท่าที่เข้าใจเรื่องการเตรียมการเลือกตั้ง ในเรื่องของความร่วมมือจากทหารและกระทรวงมหาดไทย เราได้มีการพูดคุยมาพอสมควรแล้ว จากนี้จะต้องไปดูต่อว่าจะมีการทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ โดยขอยืนยันว่ารัฐบาลสนับสนุนให้มีการจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพื่อให้มีรัฐบาลใหม่ เนื่องจากรัฐบาลรักษาการดำนเนินการแก้ไขปัญหาของประชาชนได้เพียงบางส่วน จึงเป็นเรื่องสำคัญในการที่ต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
 
                         เมื่อถามว่า กกต. ระบุว่า การหารือครั้งนี้เป็นการหารือข้อขัดแย้งที่เห็นไม่ตรงกันไม่ใช่การหารือกำหนดวันเลือกตั้ง นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะไปพูดคุยกันว่ามีสิ่งใดที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน ก็จะพยายามหาทางออก สำหรับการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปนั้น ยังไม่มีการพูดคุย ต้องรอให้ถึงวันที่ 14 พ.ค. จึงจะได้ข้อสรุปว่าจะใช้วันเลือกตั้งใหม่หรือใช้วันเลือกตั้งเดิม และยืนยันว่ารัฐบาลขณะนี้ยังยืนยันว่ารัฐบาลมีอำนาจเต็มที่จะทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง และครม.ที่เหลืออยู่ก็สามารถดำเนินการให้มีการเลือกตั้งได้
 
                         เมื่อถามว่า หมายความรัฐบาลจะรักษาการต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้ชะตากรรมตัวเองใช่หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า "ไม่ใช่ครับ วันที่ 14 พ.ค. เราจะไปหารือเรื่องการเลือกตั้ง หากมีกำหนดการเลือกตั้ง หรือมีความก้าวหน้าก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลถาวรสักที ซึ่งผมว่าทุกฝ่ายกำลังช่วยกันแก้ปัญหา ต้องเรียนว่าเราปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้มันส่งผลเสียอย่างชัดเจนในด้านเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่เร็วที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความไม่มั่นใจของนักลงทุนการลงนามข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) หากลงนามไม่ได้สินค้าส่งออกของประเทศก็จะมีราคาสูงกว่าประเทศอื่นรวมทั้งปัญหาอื่นๆ "
 
                         เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า การกำหนดวันเลือกตั้ง ไม่ใช่หน้าที่รัฐบาล เป็นเรื่องตามกระบวนการ เมื่อพ.ร.ฎ.ออกมาเป็นเช่นนั้น แล้วสิ่งที่ส่งมาไม่ตรงกันก็ต้องส่งให้กฤษฎีกาตีความ
 
                         ต่อข้อถามว่า รัฐบาลก็สามารถมีอำนาจทูลเกล้าฯ รายชื่อประธานวุฒิสภาได้ ใช่หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ตอนนี้ทางรัฐบาลยังไม่ได้รับเอกสารจากทางวุฒิสภา เมื่อได้แล้วก็คงจะต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ทั้งนี้จะเป็นอย่างไรก็ต้องรอหนังสือจากทางวุฒิสภาก่อน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เราจะพิจารณาให้เร็วที่สุด เพราะยังมีประเด็นผิดถูกที่ต้องให้กฤษฎีกาตัดสินอีกครั้ง เพราะมีการพูดกันว่า เมื่อครั้งเปิดสมัยประชุมสภาสมัยวิสามัญ ไม่ได้มีหัวข้อวาระเกี่ยวกับการเลือกประธานวุฒิสภา

 

 

ศาลนัดฟังคำสั่งขอหมายจับ 43 แกนนำ กปปส. 14 พ.ค.นี้

 
                         เมื่อเวลา 13.30 น. ศาลนัดไต่สวนคำร้องที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้ศาลอนุมัติหมายจับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำกปปส. ผู้ต้องหาที่ 2 และแกนนำกปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา เพื่อติดตามตัวมาดำเนินกระบวนการตามที่ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องไปเมื่อ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อดำเนินกระบวนพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ศาลได้นัดฟังคำสั่งว่าจะอนุมัติหมายจับหรือไม่ ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ เวลา 15.00 น.