ข่าว

'ปชป.'แถลง7ข้อตอกกลับ'พท.'

'ปชป.'แถลง7ข้อตอกกลับ'พท.'

12 พ.ค. 2557

'ปชป.' ออกแถลงการณ์ 7 ข้อ ตอกกลับ 'พท.' ซัดบ้านเมืองไม่สงบ เพราะไม่ยอมรับคำตัดสินศาล อัด 'โภคิน' เข้าใจปฏิรูปแค่ตัวสะกด บี้ 'ณัฐวุฒิ-จารุพงศ์' ขึ้นเวทีแดง ลาออก

 
                         12 พ.ค. 57  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์ตอบโต้พรรคเพื่อไทย 7 ข้อ โดยระบุว่า 
 
                         1. ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากการไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมและคำตัดสินของศาล จากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่หนีคดีอาญาแผ่นดินจนมาถึงการปฏิเสธรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ 
 
                         2. ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มิได้มีกระบวนการสมคบคิดเพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนอกกฎหมายและมุ่งทำลาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือการที่ประชาชนจับได้ไล่ทันรัฐบาลที่ฉ้อฉล ออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อล้างผิดให้กับคนโกง อีกทั้งองค์กรอิสระได้ทำหน้าที่ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญจากนักการเมืองที่มีพฤติกรรมละเมิดกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ มิใช่เรื่องการสมคบคิดอย่างที่พรรคเพื่อไทยมีจินตนาการอย่างเลื่อนลอย 
 
                         นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า 3. ศาลรัฐธรรมนูญ และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม ยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด มิได้มีการเร่งรีบการดำเนินคดีกับใครเป็นพิเศษ แต่ที่พรรคเพื่อไทยออกมาโจมตีเป็นเพราะไม่สามารถต่อสู้ด้วยพยานหลักฐาน จึงพยายามสร้างจินตนาการเพื่อความเข้าใจผิด 
 
                         4. คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญในทุกมิติ เพราะกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ โยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี นั้นเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นการแทรกแซงการโยกย้ายข้าราชการเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น และเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรี ย่อมส่งผลให้คณะรัฐมนตรีชุดที่มีการลงมติเรื่องดังกล่าวต้องพ้นสภาพไปเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นข้อกฎหมายง่ายๆ ที่พรรคเพื่อไทยแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ 
 
                         5. พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย และหลักการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันนักการเมืองจะต้องเป็นผู้เสียสละในการหาทางออกให้กับประเทศ
 
                         นายชวนนท์ กล่าวว่า 6. ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พิจารณาจัดการเลือกตั้งโดยคำนึงถึงความพร้อมของสถานการณ์ ะการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งจะต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย หากการเลือกตั้งเป็นไปเพียงเพื่อพิธีกรรม เพื่อให้พรรคเพื่อไทยกลับเข้าสู่อำนาจ ก็จะเป็นการเลือกตั้งที่ไร้ความหมาย และจะเป็นการสูญสิ้นงบประมาณไปโดยสิ้นเปลือง
 
                         7. ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และผู้มีหน้าที่รักษากฎหมาย ดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองอย่างเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติ และอย่าปล่อยให้พวกนอกกฎหมายที่ใช้อาวุธสงครามซุ่มโจมตีประชาชน และควรขยายผลการเสียชีวิตของประชาชนว่ามีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่มีอำนาจอยู่ในขณะนี้หรือไม่ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง มิใช่พวกที่ปากเป็นประชาธิปไตย แต่ใจเป็นเผด็จการ และเป็นเพียงนักเลือกตั้งเพื่อทำธุรกิจการเมือง มิใช่นักการเมืองที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติแต่อย่างใด 
 
 
 
 
อัด 'โภคิน' เข้าใจปฏิรูปแค่ตัวสะกด
 
 
                         นายชวนนท์ แถลงว่า ขณะรัฐบาลยังดึงดันให้มีการเลือกตั้งทำให้เห็นชัดว่าพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลยังไม่เข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะนายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาระบุว่า ต้องเลือกตั้งก่อนปฏิรูป ถือเป็นละครฉากเดิม และนายโภคิน ไม่เข้าใจเกี่ยวกับการปฏิรูป เข้าใจการปฏิรูปเพียงแค่สะกดเป็นเท่านั้น เพราะการปฏิรูปต้องมีความจริงใจ และต้องทำก่อนการเลือกตั้ง หากทำหลังการเลือกตั้งเมื่อพรรคเพื่อไทยมีอำนาจแล้วจะปฏิรูปอย่างที่พูดหรือไม่ ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยอ้างถึงทฤษฎีคมคบคิดนั้น ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยสมคิดกับองค์กรอิสระหรือกลุ่มมวลชนใดๆ แต่พรรคพิสูจน์ความถูกต้องตามกฎหมายโดยมีการตรวจสอบในฐานะฝ่ายค้านอย่างเข้มข้น ซึ่งทฤษฎีสมคบคิดมีเพียง พรรคเพื่อไทย รัฐบาล และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สมคบคิดกันออกกฎหมายนิรโทษกรรม
 
                         นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงแถลงการณ์ของรัฐมนตรีอาเซียนเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยที่เรียกร้องให้มีการเจรจาหารือร่วมกัน ว่า แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการออกโดยระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งทราบว่ามีความพยายามในการผลักดันให้ออกในนามของผู้นำประเทศอาเซียน แต่ถูกคัดค้านจากผู้นำว่า ไม่มีความจำเป็น ทั้งนี้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รักษาการรองนายกรัฐมนตรี ที่ร่วมประชุมควรจะระมัดระวังในเนื้อหาสาระของแถลงการณ์ ไม่ให้มีข้อความที่ละเมิดอธิปไตยและเปิดประตูให้ต่างชาติเข้าแทรกแซงกระบวนการอธิปไตยในประเทศ เพราะในเนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่าให้มีการเจรจาหารือร่วมกัน แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไม่ได้มีการเปิดโอกาสให้มีการเจรจา ทั้งที่ฝ่ายค้านและมวลชนพร้อมที่จะพูดคุย แต่รัฐบาลกลับปฏิเสธ ซึ่งแถลงการณ์ดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ซึ่งต้องยอมรับว่าข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกิดจากรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย จึงขอให้นายพงศ์เทพกล้าพูดความจริงกับต่างชาติอย่าพูดเพื่อให้ประเทศดูดี
 
 
 
 
เย้ย 'เด็จพี่' อย่าข้ามรุ่น บี้ 'ณัฐวุฒิ-จารุพงศ์' ขึ้นเวทีแดง ลาออก
 
 
                         นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ปราบลูกพรรคไม่ให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มกปปส.ว่า นายพร้อมพงศ์ อย่าข้ามรุ่น และไม่ต้องเตือนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะสมาชิกพรรคเคลื่อนไหวทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญทุกเรื่อง ซึ่งนายพร้อมพงศ์ คงอิจฉาและตกใจที่มีผู้ชุมนุมออกมาขับไล่รัฐบาลจำนวนมาก ดังนั้นนายพร้อมพงศ์ อย่าแกล้งโง่ และควรกลับไปดูคนในพรรคของตนเองโดยเฉพาะนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ขึ้นเวทีเสื้อแดง และควรลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้แล้ว จะได้เป็นไปตามที่นายพร้อมพงศ์ กล่าวอ้างว่าการชุมนุมไม่ควรสังกัดพรรคการเมืองใดๆ และหากนายพร้อมพงศ์ มีเวลาว่างมากก็ควรไปทำหน้าที่ทวงเงินให้กับคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมแล้วไม่ได้เงิน หรือที่โดนเก็บค่าหัวคิวดีกว่า
 
 
 
 
ซัด 'รัฐบาล' มุ่งเลือกตั้ง ไม่แก้ปัญหาไฟใต้ 
 
 
                         นายชวนนท์ กล่าวถึงปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่า ขณะนี้ไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน จึงทำให้ประชาชนเผชิญชะตากรรมกับความรุนแรงรายวัน ขอเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการคิดให้หนัก ว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร อย่าคิดแต่การจัดการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว โดยนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี ควรหยุดฟังคำสั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วใช้ใจฟังปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ และดำเนินการให้คนมีอำนาจเต็มและเป็นที่ยอมรับเข้าไปแก้ไขปัญหา
 
                         ด้านนายจุฤทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องต้องไว้วางใจและมอบหมายให้นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้อย่างเต็มที่ และไม่ควรมีอคติจากรัฐบาล ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้นอีก ขณะนี้รัฐบาลขาดความชอบธรรมจึงเป็นช่องว่าให้โจรก่อเหตุรายวันและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องช่วยกันดูแลปกป้องชีวิตของประชาชน และขอความร่วมมือให้ประชาชน หากทราบว่าจะมีการก่อเหตุให้แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงด้วย
 
 
 
 
ชี้ 500 ล้านไม่พอเยียวยา เหยื่อแผ่นดินไหวเชียงราย
 
 
                         นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลอนุมัติงบกลาง 500 ล้านบาทในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในภาคเหนือ ว่า งบประมาณดังกล่าวคงไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือ เพราะยังเกิดเหตุการณ์อาฟเตอร์ช็อกตามมาอีก 130 กว่าครั้ง จึงอยากให้รัฐบาลจัดทีมผู้เชี่ยวชายด้านธรณีวิทยา และนักจิตวิทยาลงพื้นที่ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และฟื้นฟูจิตใจผู้ประสบภัย หากนายนิวัฒน์ธำรง อยากทำงานมาก ก็ขอให้ลงพื้นที่ดูแลประชาชนด้วย เพราะที่ผ่านมาการช่วยเหลือประชาชนมีศักยภาพต่ำมาก สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ดูแลประชาชน โดยมีการมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยบางส่วนด้วย อีกทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้โทรศัพท์พูดคุยกับกำนันในตำบลที่เกิดเหตุด้วย