
'พท.'แถลงต่อสู้เผด็จการอำนาจนิยม
12 พ.ค. 2557
'เพื่อไทย' ออกแถลงการณ์กระบวนการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการอำนาจนิยม
12 พ.ค. 57 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล คณะกิจการพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยเรื่อง กระบวนการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการอำนาจนิยม ว่า
1. ความไม่สงบและความแตกแยกที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตั้งแต่ปี 2549 จนถึงทุกวันนี้ ล้วนมีสาเหตุมาจากแนวคิดและการดำเนินการของขบวนการที่ต้องการสถาปนาระบอบเผด็จการอำนาจนิยม ขบวนการดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มมวลชนละเมิดกฎหมาย และองค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กรที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ เพื่อกดดันให้ทหารยึดอำนาจ หากทหารยังไม่พร้อมยึดอำนาจ ก็ให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญสร้างสุญญากาศ เพื่อให้ได้นายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และกลุ่ม กปปส. ได้สถาปนาตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์
2. ในช่วง 6 เดือนเศษที่ผ่านมา ขบวนการเผด็จการอำนาจนิยม โจมตี ใส่ร้ายป้ายสี และมุ่งทำลายนายกฯ และรัฐบาล อย่างต่อเนื่อง และแม้จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการเลือกตั้ง ขบวนการนี้ก็มิได้เคารพในอำนาจของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ คงมุ่งขัดขวางการเลือกตั้งในทุกวิถีทาง ทั้งๆ ที่คนทั้งโลก และคนไทยส่วนใหญ่ เห็นว่าการเลือกตั้ง คือ ทางออกของประเทศ
นายโภคิน กล่าวอีกว่า 3. องค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. ซึ่งมีหน้าที่ต้องให้ความเที่ยงธรรมในคดีต่างๆ กลับทำให้ประชาชนผิดหวัง ด้วยการบิดเบือนหลักกฎหมาย เร่งรัด เร่งรีบดำเนินการกับคดีที่เกี่ยวกับรัฐบาลและตัวนายกฯ อย่างผิดปกติ ไม่เปิดโอกาสให้แสดงพยานหลักฐานอย่างที่ควรจะเป็น
4. คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลง พรรคเพื่อไทยได้ชี้แจงให้ประชาชนเห็นแล้วว่า ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญในทุกมิติ และที่พิลึกที่สุด คือ ไปวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีคนอื่นที่มิได้ถูกร้องสิ้นสุดลงด้วย อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 40 อย่างชัดแจ้ง เพราะรัฐมนตรีเหล่านั้น มิได้รับทราบข้อกล่าวหา ไม่มีโอกาสชี้แจง โต้แย้ง แสดงพยานหลักฐานแต่อย่างใด การวินิจฉัยขัดรัฐธรรมนูญเช่นนี้ ยิ่งกระตุ้นให้เกิดความโกรธแค้นในหมู่ประชาชนที่รักประชาธิปไตย และความเป็นธรรม ซึ่งเป็นเป้าหมายของขบวนการเผด็จการอำนาจนิยม ที่จะให้ความขัดแย้งขยายตัวไปสู่ความรุนแรงและกลียุค พรรคเพื่อไทย เห็นว่า ความเป็นรัฐมนตรีของรัฐมนตรีทั้งหลายหาได้สิ้นสุดลงไม่ เพราะยังไม่มีการดำเนินคดีใดๆ กับบุคคลดังกล่าวเลย
5. พรรคเพื่อไทย ขอย้ำอีกครั้งว่า ความพยายามของขบวนการเผด็จการอำนาจนิยม ที่ต้องการให้เกิดสุญญากาศ เพื่อมีนายกฯ มาตรา 7 หรือนายกฯ นอกรัฐธรรมนูญนั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะนอกจากจะขัดหลักประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง เนื่องจากมีพระราชดำรัสไว้อย่างชัดเจน
นายโภคิน กล่าวด้วยว่า 6. พรรคเพื่อไทย ขอให้กกต.รีบดำเนินการจัดการเลือกตั้งโดยด่วน ตามที่เสนอไว้ คือ วันที่ 20 ก.ค. 2557 เพราะเป็นหนทางแห่งสันติวิธีและเคารพในเจตนารมณ์ของประชาชน อย่าพยายามสร้างเงื่อนไขใดๆ ที่เป็นการตอบสนองขบวนการเผด็จการอำนาจนิยม โดยเด็ดขาด เพราะองค์กรของท่านมีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศ หากการเลือกตั้งไม่เกิดขึ้น และเกิดความรุนแรง หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มิได้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญแล้ว องค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายที่เข้าร่วมขบวนการเผด็จการอำนาจนิยม ต้องรับผิดชอบทั้งในทางกฎหมายและต่อประชาชน
7. พรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องให้ทหาร ตำรวจ และผู้มีหน้าที่รักษากฎหมาย และความสงบเรียบร้อย ดำเนินการกับกลุ่ม กปปส.และพวกนอกกฎหมายที่ย่ำยีสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน รวมถึงทำร้ายประชาชนอย่างจริงจัง อย่ายอมให้คนเหล่านี้ กระทำการดังกล่าวได้อีกต่อไป ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ขอให้กำลังใจประชาชนที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และความเป็นธรรม และจะยืนเคียงข้างพวกท่านตลอดไป
จวก 'ปชป.' เสนอแนวคิด ไม่ต่างจากเผด็จการ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้เลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้ที่มีอำนาจในการทูลเกล้าฯ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เป็นประธานวุฒิสภา รวมถึงเสนอให้นายสุรชัย หารือประธานศาล เดินหน้าตั้งคณะกรรมการสรรหานายกฯ คนกลาง ตามมาตรา 7 ว่า นายวิรัตน์ เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งต้องสนับสนุนแนวทางประชาธิปไตย แต่กลับเสนอแนวทางที่ไม่ต่างจากเผด็จการ เสนอนอกกฎหมาย นอกรัฐธรรมนูญ ตีความเข้าข้างตนเอง ทำให้รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายวิบัติ ข้อเสนอของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตรงข้ามกับความคิดประชาชน นักวิชาการ และนักกฎหมาย ตนเชื่อว่า หากเลขาฯ วุฒิสภา และนายสุรชัย ทำตามที่ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์บอก ก็จะขัดรัฐธรรมนูญ ขัดกฎหมาย และเสี่ยงต่อการติดคุก ติดตะราง
ส่วนกรณีที่สมาชิกประชาธิปัตย์พยายามอ้างกฎหมายแบบศรีธญชัย ว่า นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการนายกฯ ไม่มีอำนาจทูลเกล้าฯ หรือมีอำนาจบริหาร ว่า ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า นายนิวัฒน์ธำรง มีอำนาจที่จะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ได้ทุกประการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ สิ่งที่นายวิรัตน์ และทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์เสนอนั้น เป็นแค่เกมการเมือง เพื่อแย่งชิงอำนาจรัฐบาล น่าจะเป็นการปล้นอำนาจประชาชนแบบหน้าด้านๆ ไม่เห็นหัวประชาชนเจ้าของอำนาจ ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ฟังเสียงประชาชน เคารพประชาชน ถ้าอยากได้อำนาจบริหารบ้านเมือง อยากให้ประชาชนยอมรับ ก็ควรจะลงสนามเลือกตั้ง จะสง่างามมากกว่าที่จะมาเสนอให้ได้มาซึ่งนายกฯ เถื่อน หรือรัฐบาลเถื่อน



