ข่าว

'เฉลิม'ยันยังคุม'ศอ.รส.'

'เฉลิม'ยันยังคุม'ศอ.รส.'

12 พ.ค. 2557

'เฉลิม' เข้า 'ศอ.รส.' ยันยังทำหน้าที่ต่อ เหตุยังไม่มีประกาศราชกิจจาฯให้พ้นตำแหน่ง เตรียมใช้พลร่มร่วมอรินทราชบุกจับแกนนำกปปส.

 
                       12 พ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรมว.แรงงาน เดินทางมาเป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) โดยอ้างว่า ยังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ตนพ้นจากตำแหน่ง ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงยังเป็นผอ.ศอ.รส.ตามกฎหมายอยู่
 
                       ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าเมื่อปี 2535 นายอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นนายกฯ โดยไม่ต้องเป็นส.ส.ว่า นายอภิสิทธิ์ความจำเสื่อม ตอนนั้นรัฐธรรมนูญปี 2534 ไม่ได้กำหนดว่านายกฯต้องเป็นส.ส.เสมอไป แต่รัฐธรรมนูญฉบับหลังจากนั้นกำหนดไว้แล้วว่านายกฯต้องเป็นส.ส. นายอภิสิทธิ์พลาด ยอมเปลืองตัวขนาดนี้ได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์อนาคตจบแล้ว
 
                       ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ใกล้จบ การจะให้ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาพิจารณาหานายกฯ ขอถามว่าเอาบัญญัติใดรองรับ สำหรับประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานศาลรัฐธรรมนูญตนไม่มั่นใจ แต่มั่นใจประธานศาลฎีกาว่าไม่เอาด้วย เพราะท่านไม่ฝักใฝ่การเมือง เป็นคนดี สมถะ นายสุเทพแห้ว จะเอารัฐธรรมนูญมาตราไหนให้ประธานวุฒิสภาเสนอนายกฯได้ ขอฟันธงว่าไม่มีทาง ถ้าไม่อยากให้นองเลือดต้องเลือกตั้ง และนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ก็ยังไม่ได้เป็นประธานวุฒิสภา การประชุมวุฒิสภาวันนี้ (12 พ.ค.) เถื่อน อย่างไรก็ตาม ตนดูศาลรัฐธรรมนูญตัดสินรอบนี้ไม่สุดซอย แสดงว่าจบ ไม่มีแล้วนายกฯมาตรา 7 แนวคิดดังกล่าวเป็นความบ้าเฉพาะตัวของพวกที่เคลื่อนไหว
 
                       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จากนี้ต่อไปจะมีคนสร้างสถานการณ์ เมื่อคืนวันที่ 11 พ.ค.ตนสั่งการถึงเวลา 22.00 น. ว่าให้ดูแลการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ถนนอักษะ เพราะจะมีคนไปก่อเหตุ ถ้าคนเสื้อแดงได้รับบาดเจ็บจะมีคนเสื้อแดงจำนวนมากลุกฮือ จะมีการเผชิญหน้า คนเสื้อแดงวันนี้ไม่มีศัตรูเพราะยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย แต่กปปส.ศัตรูเต็มไปหมด
 
                       “ผมวิเคราะห์มาตั้งแต่ต้นว่าเอ็ม 79 จะลงที่กปปส.เป็นระยะ เพราะแค่คนผ่านไปผ่านมายังทำร้าย ม็อบอันธพาล จะโดนยิ่งเรื่อย อย่างไรก็ตาม ต้องระวังอย่าให้คนเสื้อแดงถูกเกเร การเผชิญหน้าของกลุ่มคนก็จะไม่เกิด แต่ขอเตือนกปปส.ทุกจุดต้องระวังตัว เพราะศัตรูเยอะ อย่างเมื่อคืนวันที่ 11 พ.ค.เวทีกปปส.แจ้งวัฒนะก็โดนเอ็ม79 2 ลูก ระวังสุดท้ายนายสุเทพจะโดนเอง ทั้งนี้ผมสั่งตำรวจทุกพื้นที่ให้สายตรวจไปเพิ่มกำลังดูแลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงแล้ว เพราะกลัวจะโดนเอ็ม 79 วันนี้หากปปส.ไม่ก่อเหตุร้าย แพ้เรียบวุธ ไม่มีวันชนะ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
 
                       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในบ่ายวันนี้ (12 พ.ค.) หากศาลอนุมัติหมายจับแกนนำกปปส. ตนจะปรึกษากับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่าจะไม่ใช้อรินทราชอย่างเดียว แต่จะให้ประกอบกำลังกับพลร่มจากค่ายนเรศวร ไม่ได้สลายม็อบ แต่จะจับพวกกบฎตามหมายศาล ไม่ว่าจะเป็นนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา นายเสรี วงษ์มณฑา นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ นางอัญชะลี ไพรีรักษ์ ทั้งหมดโดนหมด ส่วนที่กปปส.ออกจากสวนลุมพินีมาอยู่ถ.ราชดำเนินนั้น เป็นเพราะแขกยกเลิกเข้าพักโรงแรมดุสิตธานีเป็นปี จะเจ๊ง การที่นายสุเทพเข้าไปยึดทำเนียบฯเพราะกลัวถูกยิงด้วย
 
 
'ศอ.รส.' แถลงค้านนายกฯม.7 ประนามการ์ดกปปส.ทำร้ายปชช.
 
 
                       เมื่อเวลา 13.00 น. ที่บช.ปส. พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงผลประชุมศอ.รส. ว่า ตามที่ศอ.รส.ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 7 เรื่อง ข้อเรียกร้องต่อกลุ่ม กปปส. รวมถึงกลุ่มการเมืองและกลุ่มผู้สนับสนุน ให้ยุติการกระทำผิดต่อกฎหมายด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและแจ้งเตือนประชาชนให้แยกตัวออกจากการชุมนุม เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ศอ.รส.ขอย้ำว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณและแกนนำกปปส.ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 10 พ.ค. โดยเรียกร้องไปยังบุคคลสำคัญต่าง ๆ เช่น ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ร่วมกันคัดเลือกและทูลเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 แห่งรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถกระทำได้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เนื่องจากเมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ซึ่งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 10 ก็ได้กำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งครม.ก็ได้มีมติให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ในขณะนี้จึงยังไม่เกิดสุญญากาศทางการเมืองตามที่กปปส.ต้องการมาตั้งแต่ต้น และไม่มีข้อกฎหมายและความจำเป็นใด ๆ รองรับให้ต้องมีการดำเนินการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7
 
                       ศอ.รส.จึงเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับแกนนำกปปส. ยุติการเรียกร้องที่ไม่มีกฎหมายรองรับ และสร้างความสับสนให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี มาตรา 7 เป็นแนวทางที่เหมาะสมและสามารถกระทำได้ ทั้ง ๆ ที่ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้ภายใต้รัฐธรรมนูญ และยิ่งจะเป็นการสร้างความแตกแยกมากขึ้นในสังคมระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความเห็นต่างกัน ซึ่งอาจลุกลามไปถึงการก่อเหตุร้ายจนอาจกลายเป็นสงครามกลางเมืองได้ในที่สุด
 
                       นอกจากนี้ ด้วยพฤติการณ์ของนายสุเทพ และแกนนำกปปส. ที่ได้กระทำอุกอาจต่าง ๆ จนทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น จนขณะนี้อาจกล่าวได้ว่าถึงจุดวิกฤตมากที่สุดแล้ว ศอ.รส. จึงจำเป็นจะต้องยกระดับการใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัดและเข้มข้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่กำลังจะเกิดในเวลาอันใกล้นี้ และขอแจ้งเตือนให้ประชาชนแยกตัวออกจากกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชน
 
                       พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี กล่าวว่า ศอ.รส.ได้รับทราบถึงแถลงการณ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ซึ่งมีเนื้อหาว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิดและขอสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในไทยด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจา บนพื้นฐานของหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม นอกจากนี้ในแถลงการณ์ดังกล่างยังระบุว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนเน้นย้ำความสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตยในการรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย ส่งเสริมความสมานฉันท์ในชาติ และนำความปกติสุขกลับคืนมาสู่ประเทศ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย ในการนี้ศอ.รส.จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการเลือกตั้งซึ่งจะทำให้ความขัดแย้งของมวลชนกลุ่มต่าง ๆ ยุติลง และนำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของประเทศอันเป็นภารกิจหลักของ ศอ.รส.
 
                       พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี กล่าวต่อว่า ศอ.รส. ได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องของการ์ด กปปส. โดยเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มการ์ด กปปส. ที่ทำการปิดกั้นการจราจรบนทางยกระดับโทลล์เวย์ได้รุมทำร้ายประชาชนรายหนึ่งขณะที่กำลังเดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง จนได้รับบาดเจ็บ และเมื่อคืนวันที่10พ.ค.ที่ผ่านมาก็เกิดเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยประชาชนอีกรายถูกกลุ่มการ์ด กปปส. รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณตรงข้ามสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง5ทั้งนี้ ทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าวล้วนเป็นการทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์เพียงเพราะบุคคลดังกล่าวต้องการจะสัญจรตามปกติโดยไม่ทราบถึงการปิดกั้นการจราจรของกลุ่ม กปปส.
 
                       นอกจากนี้ การปิดการจราจรบนทางยกระดับโทลล์เวย์ ยังทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องเดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง ต้องลงเดินเพื่อไปยังสนามบิน ซึ่งเหตุการณ์นี้ย่อมส่งผลเสียหายต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน ดังนั้น ศอ.รส. จึงขอประนามการกระทำดังกล่าวของการ์ด กปปส. และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
                       อย่างไรก็ตาม จากที่มีข่าวว่า ศอ.รส. ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจขอขมาพระพุทธะอิสระหลังจากวันเกิดเหตุบริเวณด้านหน้า ศอ.รส. นั้น ขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการขอขมา แต่เป็นการแสดงความเสียใจที่เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และมีการใช้แก๊สน้ำตาในการควบคุมสถานการณ์ โดยการแสดงความเสียใจนั้นก็เป็นวิธีปฏิบัติโดยทั่วไปที่เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอดเมื่อมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ อันเกิดจากการปฏิบัติการตามหน้าที่ ทั้งนี้ เจ้าพนักงานก็ได้มีการดำเนินคดีกับพระพุทธะอิสระกับพวกในฐาน บุกรุกสถานที่ราชการ และข้อหาอื่นๆ อีก รวม 5 ข้อหา โดยไม่ละเว้นในทันที ซึ่ง ศอ.รส. ขอแสดงความเสียใจ เห็นใจ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งและความอดทนอดกลั้นจนถึงที่สุดศอ.รส. จึงขอเชิดชูเกียรติศักดิ์และความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายเป็นอย่างยิ่ง