ข่าว

ป.ป.ช.รับเรื่องพันธมิตรฯจี้คดี7ตุลา

ป.ป.ช.รับเรื่องพันธมิตรฯจี้คดี7ตุลา

26 มิ.ย. 2552

ประธานป.ป.ช. ส่ง "กล้านรงค์-วิชา-ปรีชา" รับเรื่องพธม. จี้คดี 7 ตุลา อ้างเตะถ่วงเพราะถูกนักการเมือง ตำรวจ แทรกแซง "กล้านรงค์" ยัน ไม่เคยดึงเรื่อง ยึดขั้นตอนกฎหมายตลอด ประธานป.ป.ช.ไม่มีอำนาจชี้นำกรรมการ

(26มิ.ย.) เวลา 09.30 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ประมาณ 10 คน ยื่นหนังสือถึงนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยคณะกรรมการป.ป.ช.มอบให้นายกล้านรงค์ จันทิก นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. และนายปรีชา เลิศกมลมาศ เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.เป็นผู้รับหนังสือ
 
 นายพิภพ กล่าวว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอติดตาม เร่งรัดคดีการเข่นฆ่าทำร้ายประชาชนเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ที่หน้ารัฐสภา เนื่องจากคณะกรรมการป.ป.ช.ไต่สวนมานานกว่า 8 เดือนแล้ว ซึ่งญาติของผู้เสียชีวิต ผู้พิการ ผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมากยังไม่ได้รับความยุติธรรมแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนยังคงมีตำแหน่งหน้าที่ในระดับสูงต่อไป และยังไม่ได้รับบทลงโทษใดๆทั้งสิ้น เพราะคดีดังกล่าวเกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพล ที่เป็นนักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมาก จึงเห็นใจป.ป.ช.ที่ต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามหลายรูปแบบจากกลุ่มอิทธิพลในช่วงเวลาที่ผ่านมาโดย นักการเมือง ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีพยายามหาหนทางในการถ่วงเวลา บิดเบือนคดีดังกล่าว เพื่อให้ตัวเองและพวกพ้องได้รับประโยชน์มากที่สุด
 
 นายพิภพ กล่าวว่า มีข้อมูลว่าประธานป.ป.ช.เรียนหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)รุ่นเดียวกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมซึ่งเป็นพี่ชายของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ที่มีความเกี่ยวพันกับคดีดังกล่าว ทำให้เคลือบแคงสงสัยว่าประธานป.ป.ช.ไม่นำผลการไต่สวนของคณะอนุกรรมการรายงานต่อสังคม และเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ของกรรมการป.ป.ช.เพื่อพิจารณาเพราะประธานใกล้ชิดกับพล.อ.ประวิตรหรือไม่
 
 นายพิภพ กล่าวว่า และในวันที่ 3 ก.ค.นี้จะมีการโยกย้ายข้าราชการตำรวจยิ่งทำให้สงสัยว่ามีความต้องการช่วยให้ผบ.ตร.รอดพ้นจากคดีนี้หรือไม่ ซึ่งข้อสงสัยต่างๆทำให้เกิดความมัวหมองกับประธานป.ป.ช. และกรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะ ดังนั้นหากการโยกย้ายข้าราชการตำรวจมาจากการตัดสินใจของผู้ที่อาจกระทำผิดกฎหมายในคดีนี้ ย่อมไม่ทำให้ประชาชนสงบสุขในคดีต่างๆได้และอาจทำให้เกิดกลียุค อย่างไรก็ตามขอให้ประธานป.ป.ช.ให้ความเป็นธรรมต่อญาติผู้เสียชีวิต ผู้พิการ ผู้บาดเจ็บ ขจัดขอเคลือบแคลงสงสัยที่กล่าวมาโดยเร่งรัดพิจารณาคดีดังกล่าว เพื่อคลี่คลายวิกฤตชาติโดยเร็ว
 
 ด้านนายกล้านรงค์ กล่าวว่า ประธานกรรมการป.ป.ช.เรียนวปอ.รุ่นเดียวกับพล.อ.ประวิตรจริง แต่ที่บอกว่ามีลูกเป็นตำรวจนั้นไม่จริง ขอเรียนว่าประธานป.ป.ช.ไม่มีอำนาจชี้นำการวินิจฉัยตัดสินของกรรมการป.ป.ช. แต่ทำอยู่บนรากฐานของพยานหลักฐานและกฎหมาย แม้ว่ามีการชี้นำกันไ ด้กฎหมายมาตรา 125 ของป.ป.ช.นั้นกำหนดโทษกรรมการป.ป.ช.เป็นสองเท่าหากทำผิดพลาด วินิจฉัยโดยไม่มีเหตุผล คดีนี้เป็นการไต่สวนทั้งคณะและมอบให้นายวิชา มหาคุณ และนายวิชัย วิวิตเสวี เป็นกรรมการเจ้าของสำนวน ดังนั้นคดีนี้ไม่ใช่วินิจฉัยตามคณะอนุกรรมการไต่สวน และขอย้ำว่าเวลาไต่สวนพยานบุคคลนั้นกรรมการป.ป.ช.ลงไปไต่สวนด้วยกันทั้งคณะ ดังนั้นเมื่อมีมูลพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาจึงได้แถลงไปแล้วเมื่อเดือนมี.ค.ว่าแจ้งข้อกล่าวหาใครบ้าง และได้มีหนังสือให้เขามารับทราบข้อกล่าวหา หลังจากนั้นเขาก็มาแก้ข้อกล่าวหา โดยลายลักษณ์อักษร หรือการให้ถ้อยคำก็ได้
 
 นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ซึ่งระยะเวลาเพียง 15 วันทำให้ผู้ถูกกล่าวหาดำเนินการไม่ทัน จึงขอเลื่อนตั้งแต่ 7 วัน ถึง 1 เดือน ซึ่งป.ป.ช.จะพิจารณาเป็นรายบุคคลว่าที่ขอเลื่อนมานั้นมีเหตุอันควรหรือไม่ ส่วนคดีนี้การแก้ข้อกล่าวหาจะครบกำหนดในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ซึ่งการแก้ข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาต้องอ้างพยาน อ้างเอกสาร ป.ป.ช.ก็ต้องพิจารณาว่าพยานที่ถูกอ้างนั้นจำเป็นต้องสอบหรือไม่ และขอปฏิเสธว่าที่กล่าวหาว่าสำนวนเรื่องนี้ถูกนำเข้าประชุมแล้วดึงออกนั้นไม่จริง ขอให้สบายใจว่าทุกเรื่องที่ป.ป.ช.ดำเนินการไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐบาลชุดไหนก็แล้วแต่ป.ป.ช.เร่งรัดดำเนินการ ผิดก็คือผิด ไม่ผิดก็ไม่ผิด
 
 นายวิชา กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมป.ป.ช.ไม่เอาสำนวนที่กรรมการสิทธิมนุษยชนมาเป็นหลักในการพิจารณานั้นขอเรียนว่า กรรมการสิทธิฯไม่มีหน้าที่ชี้มูลใครว่าถูกหรือผิด ได้แต่รวบรวมข้อมูลเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ แต่การละเมิดจะผิดหรือถูกต้องมีการไต่สวนให้รอบคอบ เพราะคดีนี้ต้องนำไปสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งถือเอาสำนวนของป.ป.ช.เป็นหลัก หากป.ป.ช.ทำสำนวนหละหลวม หรือมีปัญหา ก็อาจมีผลทำให้คดีนั้นไม่อาจลงโทษผู้กระทำผิดได้ และการชี้ขาดว่าศาลควรรับฟ้องหรือไม่เป็นหน้าที่ของอัยการด้วย 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังยื่นเรื่องแล้ว พล.ต.จำลองและนายพิภพ ได้เข้าพบนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นนายพิภพ เปิดเผยว่า วันนี้ถือว่ากระจ่างชัดแล้ว เมื่อป.ป.ช.ชี้แจงว่าได้เร่งไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และทางประธาน ป.ป.ช.ได้ชี้แจงว่า เป็นเพื่อนกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมจริงแต่ไม่มีอะไรจะทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบือนไปได้ ซึ่งถือว่าชัดเจนซึ่งวันนี้ข้อสงสัยของเราคือการตั้งคำถามว่าทำไมล่าช้า ด้านพล.ต.จำลองกล่าวว่า เหตุการณ์ วันที่ 7 ตุลา 51 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 8 เดือนครึ่งแล้ว มีความสงสัยทำไมจึงช้า และตอนนี้อยู่ในมือ ป.ป.ช.จึงมาสอบถาม ไม่ได้มากล่าวหาแต่เมื่อป.ป.ช.ตอบแล้ว ก็ไม่ติดใจ