ข่าว

แกะรอย..'ไปป์บอมบ์' ระเบิดป่วนเมือง

แกะรอย..'ไปป์บอมบ์' ระเบิดป่วนเมือง

11 พ.ค. 2557

แกะรอย..'ไปป์บอมบ์' ระเบิดป่วนเมือง : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                         ความรุนแรงที่สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ทางการเมืองกำลังร้อนระอุ ซึ่งผู้ไม่หวังดีใช้อาวุธร้ายแรงก่อเหตุ ในจำนวนนี้มีระเบิด "ไปป์บอมบ์" ระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบขึ้นง่ายๆ แต่อานุภาพร้ายแรง สามารถทำลายล้างชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ในวงกว้างรวมอยู่ด้วย
 
                         "ไปป์บอมบ์" เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ ปี 2550 สมัย พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ ดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เหยียบระเบิดไปป์บอมบ์ ที่คนร้ายทำจากกระป๋องปลากระป๋อง บรรจุดินระเบิดไว้ภายใน แรงระเบิดทำให้นายตำรวจผู้นี้ต้องเสียขาไป 1 ข้าง กระดูกมือซ้ายแหลกละเอียด ดวงตาเกือบมืดบอด และหลังจากนั้นเป็นต้นมาระเบิดชนิดนี้ก็ถูกนำมาใช้ก่อเหตุรุนแรงอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะในเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง
 
                         พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า ระเบิดไปป์บอมบ์ เป็นระเบิดแสวงเครื่อง มีทั้งชนิดขว้างและตั้งเวลา โดยใช้โทรศัพท์มือถือ หรือรีโมทคอนโทรลเป็นตัวจุดชนวน ซึ่งประกอบขึ้นง่าย สามารถกำหนดเวลาและควบคุมการทำงานได้ในระยะไกล วัสดุที่นำมาประกอบระเบิดหาได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นวัตถุระเบิดทางทหาร ทางพาณิชย์ หรือสารเคมีทางการเกษตรบางชนิด น้ำมันเชื้อเพลิง ดินเทาที่หาได้จากดอกไม้ไฟ หรือพลุ ขณะที่ภายนอกใช้ท่อเหล็กหรือท่อพลาสติก เมื่อระเบิดทำงานแล้ววัสดุเหล่านี้จะกลายเป็นสะเก็ดระเบิดทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า โดยอานุภาพจะขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของดินระเบิด 
 
                         "อันตรายขึ้นอยู่กับดินระเบิดมีน้อยหรือมีมาก ถ้าเป็นดินระเบิดเท่ากัน แต่ภาชนะต่างกันก็มีอานุภาพต่างกัน เช่น ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องพลาสติก เวลาระเบิดจะมีอำนาจทำลายล้างน้อย เพราะสะเก็ดที่กระเด็นออกไปเป็นพลาสติก แต่หากเป็นเหล็กสะเก็ดที่ออกไปก็จะมีอันตรายร้ายแรงมากกว่ากล่องพลาสติก ไปป์บอมบ์ ตั้งแต่เหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ มีการนำมาใช้กันบ่อย เพราะสะดวก รวดเร็ว สามารถหาวัสดุได้ง่าย จึงประกอบเป็นไปป์บอมบ์ มีใช้กันแพร่หลาย" พล.ต.ต.รณกร ให้ข้อมูล
 
                         พล.ต.ต.รณกร ให้ข้อมูลว่า แต่ละปีจะมีระเบิดไปป์บอมบ์จำนวนมากถูกส่งมาตรวจพิสูจน์ ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบจะเริ่มจากการชั่งน้ำหนัก และตรวจสอบโครงสร้าง หากตรวจภายนอกแล้วพบว่ามีอันตรายต่อผู้ปฏิบัติ จะนำไปทำลายในถังทดสอบวัตถุระเบิด โดยมีผ้าคลุมระเบิดเอาไว้ เมื่อทำลายเสร็จ เศษชิ้นส่วนต่างๆ จะกองรวมอยู่ในถัง ทำให้ทราบว่าระเบิดมีวัสดุใดประกอบอยู่บ้าง รวมถึงชนิดของดินระเบิด ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญช่วยสนับสนุนแนวทางการสืบสวนติดตามตัวคนร้าย
 
                         หลักการตรวจสอบวัตถุระเบิด เพื่อสาวถึงตัวคนร้ายดังกล่าว ถูกนำมาใช้ตรวจสอบเหตุระเบิดที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ อย่างเช่นกรณีเหตุระเบิดที่บริเวณระหว่างซอย 25-27 ถนนราษฎร์อุทิศ ย่านมีนบุรี กทม. เมื่อต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา การตรวจสอบชัดเจนว่า ระเบิดคือ "ไปป์บอมบ์" 
 
                         ตำรวจได้ขยายผลเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 49/1 หมู่ 8 ซอยราษฎร์อุทิศ 25 ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายใช้สำหรับประกอบวัตถุระเบิด พบระเบิดไปป์บอมบ์ 5 ลูก แกลลอนน้ำมันเบนซิน ถังแก๊ส รวมถึงส่วนประกอบระเบิด ทั้งหัวตะปูที่ถูกตัดแล้ว เพื่อเตรียมนำไปทำสะเก็ดระเบิด กระป๋องดินที่มีคราบดินระเบิด
 
                         แหล่งข่าวในชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดให้ข้อมูลว่า วัตถุและดินระเบิดที่คนร้ายนำมาประกอบระเบิดใกล้เคียงกับส่วนประกอบของวัตถุระเบิดที่พบในที่เกิดเหตุกรณีระเบิดที่อาคารสมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง เมื่อปี 2553 โดยระเบิดที่พบเป็นทีเอ็นที มีดินดำและปุ๋ยยูเรียเป็นส่วนประกอบ ซึ่งวัตถุที่พบเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้สามารถเชื่อมโยงได้ว่าคนร้ายเป็นใคร หรือกลุ่มใด
 
                         เมื่อนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบสารประกอบระเบิดที่พบในจุดเกิดเหตุย่านมีนบุรีไปเทียบเคียงกับวัตถุระเบิดที่พบในเหตุการณ์ระเบิดอาคารสมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง ไปเทียบเคียงกันแล้ว พบว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน สามารถยืนยันข้อมูลหลักฐานและพยานอื่นๆ ที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีตรวจพบในภายหลัง เช่น เอกสารที่ผู้ต้องสงสัยนำมาใช้เป็นหลักฐานในการเช่าบ้านพักย่านมีนบุรี คือ บัตรอาสาตำรวจบ้าน จ.ราชบุรี ระบุชื่อ นายอ่าว อิสระส์ แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลในทะเบียนราษฎรกลับไม่พบบุคคลชื่อนี้
 
                         "การตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า ภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่บนบัตรอาสาตำรวจบ้านดังกล่าวตรงกับภาพถ่ายของนายกษิ ดิฐธนรัชต์ ชาว จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ซึ่งนายกษิ เป็นเจ้าของธุรกิจค้าปุ๋ยยูเรีย ซึ่งได้ส่งออกไปจำหน่ายแถบตะวันออกกลาง" แหล่งข่าวในชุดคลี่คลายคดีระเบิด ให้ข้อมูล
 
                         นายกษิ มีหมายจับในคดีระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น หลังเป็นบุคคลที่นำนายสมัย วงศ์สุวรรณ อดีตการ์ด นปช. ไปเช่าห้องพัก 202 ในอาคารสมานเมตตาแมนชั่น เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบระเบิด ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เข้าไปเกี่ยวข้องและถูกออกหมายจับอีกคนคือ นางอัมพร ใจก้อน หรือ ครูแขก ภรรยาของนายกษิ หลังมีหลักฐานสำคัญคือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ซึ่งปรากฏภาพของนางอัมพร ที่อาคารสมานเมตตาแมนชั่น ขณะนำนายสมัยเข้าไปพักในอาคารแห่งนี้ 
 
                         หลังเกิดเหตุเมื่อปี 2553 ตำรวจพยายามติดตามจับกุมนายกษิ และนางอัมพร อย่างต่อเนื่อง กระทั่งหลังเกิดเหตุระเบิดที่ย่านมีนบุรีเมื่อต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา แนวทางการสืบสวนของตำรวจพบว่า นายกษิและนางอัมพรมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีพยานยืนยันว่าพบเห็นนางอัมพรเดินทางไปที่บ้านพักเลขที่ 49/1 หมู่ 8 ซอยราษฎร์อุทิศ 25 หลายครั้ง ตำรวจได้ขยายผลกระทั่งสามารถติดตามจับกุมนางอัมพรได้ ที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้ แต่นางอัมพรปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ระเบิดที่มีนบุรี ประกอบกับหลักฐานอื่นยังไม่เพียงพอ ตำรวจจึงยังคงแจ้งข้อหาดำเนินคดีได้เฉพาะคดีระเบิดที่อาคารสมานเมตตาแมนชั่นเมื่อปี 2553 เท่านั้น ส่วนนายกษิ จนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมมาดำเนินคดีได้
 
                         การตรวจเทียบวัตถุระเบิดที่พบในบ้านพักย่านมีนบุรี ยังพบด้วยว่า อุปกรณ์ที่คนร้ายนำมาใช้ในการประกอบระเบิดคล้ายกับส่วนประกอบของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายนำมาวางที่สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ และหน้าสำนักงานอัยการ เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาด้วย หากพิจารณาตามพยานหลักฐานที่ปรากฏดังกล่าว สามารถเชื่อมโยงได้ว่า คนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน
 
 
 
-------------------
 
(แกะรอย..'ไปป์บอมบ์' ระเบิดป่วนเมือง : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)