ข่าว

'สุเทพ'ยุบเวทีสวนลุมปักหลักทำเนียบ12พ.ค.

'สุเทพ'ยุบเวทีสวนลุมปักหลักทำเนียบ12พ.ค.

10 พ.ค. 2557

'สุเทพ' ประกาศพรุ่งนี้ปราศรัยสวนลุมฯวันสุดท้าย 12 พ.ค.ปักหลักทำเนียบ-ถนนราชดำเนิน ระบุรอ 'นิวัฒน์ธำรง' มาเจรจา

 
                         10 พ.ค.57 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อกล่าวถึงท่าทีความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.ในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ค.) ว่า วันที่ 12 พฤษภาคม หลังกินข้าวเที่ยงแล้วจะเดินนำมวลชนไปที่ทำเนียบรัฐบาล และจะนำมวลชนจากสวนลุมพินีไปอยู่ที่นั่น โดยมีที่มั่นใหม่คือ ทำเนียบรัฐบาล เลยไปถึงถนนราชดำเนินตลอดสาย และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หากกระบวนการเลือกนายกฯ ของประชาชนโดยวุฒิสภาเป็นไปด้วยความราบรื่นได้นายกฯใหม่ และรัฐบาลใหม่ตรงกับความต้องการของประชาชน เราก็จุดพลุฉลองชัยแล้วกลับบ้าน แต่ถ้าไม่เป็นไปตามความคาดหมาย มวลมหาประชาชนก็ไม่มีทางเลือกนอกจากการตั้งนายกฯ ด้วยมือของเราเอง
 
                         นายสุเทพ ย้ำด้วยว่า คืนวันที่ 11 พฤษภาคม จะเป็นการปราศรัยที่สวนลุมพินีเป็นคืนสุดท้าย รุ่งขึ้น 12 พฤษภาคมนี้ จะรื้อเวทีไปอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนกำหนดการทำบุญประเทศในวันที่ 13 พฤษภาคม วันวิสาขบูชา ยังมีเหมือนเดิม เพื่อล้างเสนียดจัญไรของประเทศ
 
                         ทั้งนี้ นายสุเทพ ยังกล่าวต่อว่า ขอให้นายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้มาพูดคุยกับตนเองที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นสำนักงานใหม่ของ กปปส. โดยตนจะขอให้นายนิวัฒน์ธำรงค์ลาออกจากตำแหน่ง และยืนยันว่าพร้อมพูดคุยกับรักษาการรัฐมนตรีทุกคนที่ทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวจะขอใช้พื้นที่ตึกสันติไมตรีเป็นที่ประสานงานเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
 
 
'สุเทพ' ออกแถลงการณ์จี้ 'ปธ.วุฒิฯ' เร่งถกหานายกฯคนใหม่
 
 
                         เมื่อเวลา 16.00 น. ที่แยกมิสกวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมด้วยแกนนำกปปส. และเครือข่ายกปปส. อาทิ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. ,นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำกปปส. ,นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำคปท. ,นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ,นายสาวิทย์ แก้วหวาน แกนนำสรส. ร่วมกันออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์
 
                         นายสุเทพ กล่าวว่า การต่อสู้ของมวลมหาประชาชนในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ได้ทำให้ระบอบทักษิณล่มสลายลงตามลำดับ และจากพฤติการทุจริตฉ้อฉล แทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ มีการสั่งการให้สมุนบริวารข่มขู่คุกคามองค์อิสระ ตุลาการ ผู้พิพากษา สื่อมวลชน ทำให้ประชาชนชนไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปในที่สุดเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการชี้มูลความผิดให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสภาพทำให้ประเทศไทยอยู่ในสภาพที่ไม่มีนายกรัฐมนตรี คงมีแต่รักษาการรองนายกฯและรักษาการรัฐมนตรี ซึ่งไม่มีศักดิ์ และฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาลได้ และไม่สามารถใช้อำนาจในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หรือผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่นายกฯโดยชอบด้วยกฎหมาย การสิ้นสภาพเช่นนี้หากตามปกติสภาผู้แทนราษฎรต้องทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรีทันที แต่ขณะนี้คงเหลือวุฒิสภาที่เป็นองค์กรนิติบัญญัติเพียงองค์กรเดียวที่เท่านั้น
 
                         ดังนั้น มวลมหาประชาชนเรียกร้องให้ประธานวุฒิสภา เร่งหารือกับองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินการให้มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ทันที
 
                         นายสุเทพ กล่าวต่อว่า มวลมหาประชาชนจะยังชุมนุมด้วยความสันติต่อไปจนกว่าจะมีนายกฯและครม.ชุดใหม่มาบริหารประเทศ เพื่อปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ต่อไป ตนในฐานะตัวแทนมวลมหาประชาชนได้ทำหนังสือถึงประธานองค์กรอิสระที่กล่าวมาข้างต้นเรียบร้อยแล้วยืนยันว่ามวลมหาประชาชนมีความรักชาติรักแผ่นดิน และมีความประสงค์ดี และปรารถนาที่จะเห็นบ้านเมืองสงบร่มเย็น เพื่อลูกหลานและประชาชนในอนาคต ตนขอถือโอกาสนี้เรียกร้องให้พี่น้องทั่วประเทศทุกฝ่ายทุกองค์กร รวมทั้งพี่น้องคนเสื้อแดงให้มาร่วมมือร่วมใจกันช่วยกันทำเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินต่อไป
 
 
'สุเทพ' ใช้ตึกสันติไมตรีแถลงการณ์ประจำวัน
 
 
                         เมื่อเวลา 17.20 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นายเอกณัฐ พร้อมพันธ์ โฆษก กปปส. นายนิติธร ล้ำเหลือ และนายสุริยะใส กละตศิลา ที่ปรึกษา คปท.ได้เดินทางเข้าภายในทำเนียบรัฐบาล บริเวณประตู 2 โดยไม่ได้เป็นการตัดกุญแจ หรือบุกรุกเข้าแต่อย่างใด เนื่องจากได้เจรจากับ พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน รองเสนาธิการศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ดูแลทำเนียบรัฐบาลแล้วก่อนหน้านี้ เมื่อเข้ามายังภายในทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ พร้อมด้วยแกนนำ กปปส.และคปท. ได้เข้าไปที่ตึกสันติไมตรี มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยปราบจราจล กว่า 2 กองร้อยคอยยืนรักษาการอยู่ ทั้งนี้นายสุเทพ ได้ทำการเจรจากับตำรวจที่ดูแลตึกสันติไมตรี โดยนายสุเทพ กล่าวว่า จะขอเข้าไปดูในตึกสันติไมตรี โดยไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้นแต่อย่างใด ก่อนที่จะยกมือไหว้ผ่านมาหน้าตึกสันติไมตรีได้ จากนั้นได้เจรจากับ ผู้ถือกุญแจดูแลตึกสันติไมตรี เพื่อขอเปิดประตู ซึ่งที่บริเวณด้านหน้าประตูมีเจ้าหน้าที่ทหารแสดงกำลังดูแลพื้นที่อยู่ด้วย ต่อมา เมื่อเวลา 17.40 น. นายสุเทพ พร้อมแกนนำ ได้เข้ามาภายในตึกสันติไมตรี และเดินสังเกตุการณ์โดยรอบพื้นที่ โดยนายสุเทพ มีความเห็นจะใช้ตึกสันติไมตรี เป็นที่ประชุมของทุกภาคส่วนที่จะมาเข้าร่วมกันหาทางออกประเทศไทย รวมไปถึงจะใช้เป็นสถานที่ในการแถลงการณ์อีกด้วย
 
                         ด้าน พ.อ.สมบัติ เปิดเผยว่า นายสุเทพ ได้โทรศัพท์มาหาตน เพื่อเจรจาถึงวัตถุประสงค์ของการขอใช้พื้นที่ และตนก็ได้รายงานผู้บังคับบัญชา ไปตามลำดับขั้น พร้อมชี้แจงให้ทราบด้วยว่า หากไม่ยอมให้ใช้ตึกสันติไมตรี จะเกิดความเสี่ยง โดยอาจมีการใช้มวลชนมากดดัน เพื่อขอเข้าในพื้นที่ และอาจเกิดความเสี่ยงทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหายได้ รวมไปถึงจะมีความเสี่ยงด้านการเผชิญหน้ากันด้วย ทั้งนี้เมื่อผู้บังคับบัญชา ได้วิเคราะห์เหตุการณ์ตามเหตุผล ที่ตนได้นำเสนอไปนั้น จึงได้มอบหมายข้อเสนอแนะนำกลับมา ก่อนที่จะยินยอมให้ กปปส. ใช้พื้นที่ได้ เกี่ยวกับการดูแลสถานที่ โดยมีข้อตกลงร่วมกันว่า จะต้องไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น จะต้องดูแลรักษาสถานที่เป็นอย่างดี รวมไปถึงด้านความสะอาดด้วย เนื่องจากกรณีที่มีแกนนำและบุคคลอื่นที่นอกเหนือ จากทหาร ตำรวจ เข้ามาในทำเนียบรัฐบาลได้นั้น ย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย และสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นได้ ดังนั้น แกนนำจะต้องดูแลกันเองให้ได้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลง ส่วนการเข้ามาใช้ตัวตึกสันติไมตรี หากเกิดความเสียหายเกิดขึ้น จะถือว่าทำผิดข้อตกลง ซึ่งจำเป็นต้องเจรจาเพื่อขอพื้นที่คืนกลับมาให้ทหารและตำรวจดูแลตามเดิม อย่างไรก็ตามจะไม่อนุญาติให้มวลชนเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาล
 
                         หลังจาก นายสุเทพ พร้อมแกนนำ กปปส.และ คปท.ใช้เวลาในทำเนียบรัฐบาล กว่า 1ชั่วโมง ได้ตกลงยอมรับเงื่อนไขของ พ.อ.สมบัติ โดยจะขอส่งมอบพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ให้การ์ด กปปส. กว่า 50 คน ดูแลตึกสันติไมตรี ดังกล่าว จากนั้นจึงได้ออกจากทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 18.50 น.
 
 
 
'สุเทพ' กร้าว! หากวันจันทร์ไม่มีนายกฯคนใหม่ จะลงมือทำเอง
 
 
                         นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยภายหลังการแถลงข่าวว่า การต่อสู้ครั้งนี้ดำเนินมาแล้ว 192 วัน แต่ไม่ได้ตั้งใจจะทำสถาติว่าต่อสู้มากกว่าใคร แต่อยากให้จบโดยเร็ว แต่ขณะนี้ระบอบทักษิณล่มสลายตามลำดับ เกียรติยศไม่มีอยู่แล้ว ความชอบธรรมทางการเมืองก็ไม่ใครรองรับ เคยมีอำนาจทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ที่สุดกรรมก็ตามทำ สภาในวันนี้ไม่เหลือซาก หรือเคยมีอำนาจฝ่ายบริหาร แต่เพราะทำผิดเอาไว้ทำมให้ต้องหมดอำนาจตามคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้วันนี้หัวหน้าใหญ่การบริหารประเทศได้ตายไปแล้ว ทำให้ประเทศไม่มีนายกรัฐมนตรี ไม่มีแม้แต่รักษาการนายกฯ จะให้ตีความว่าให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงรักษา เป็นรักษาการนายกฯก็คงไม่ได้เพราะเป็นการตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเอง
 
                         ทั้งนี้ จะปล่อยให้ประเทศไทยเป็นแบบนี้เรื่อยๆไม่ได้ เราต้องการให้ทุกอย่างราบรื่นจึงขอให้คนอื่นๆทำงานกันบ้าง ให้ ส.ว. เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยเลือกนายกฯคนใหม่ เพราะมีความจำเป็นที่ประเทศต้องมีนายกฯ โดยต้องเลือกนายกฯจากคนอื่น วันนี้ตนทำหนังสือถึงผู้เที่เกี่ยวข้อง เพราะอำนาจประชาะปไตยสามด้าน อำนาจตุลาการยังถือว่ายังอยู่ครบสมบูรณ์ นอกจากนี้จะทำหนังสือถึง กกต. ให้ช่วยทำหน้าที่คลี่คลายอุปสรรค ซึ่งตนจะนั่งบำเพ็ญเพื่อรอว่าบุคคลเหล่านี้จะทำงานหรือไม่ โดยขอให้บุคคลเหล่านี้ลงมือปรึกษากันช่วยคลี่คลายปัญหา ซึ่งประชาชนหวังว่าวันจันทร์นี้จะมีนายกฯคนใหม่ของประชาชนเกิดขึ้นได้ หากในวันจันทร์ไม่มีอะไรเกิดขึ้นพวกเราก็ไม่มีทางเลือก เพราะหากไม่ทำงานก็ไม่สามารถปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นในวันจันทร์จะลงมือทำด้วยตนเอง
 
                         "ขอโทษสื่อมวลชนและขอวิงวอนให้สื่อมวลชนเห็นแก่อนาคตประเทศชาติ ส่วนกรณีที่ผู้บริหารช่อง 11 ยังมีพฤติกรรมรับใช้ระบอบทักษิณหากในวันจันทร์นี้ยังเป็นเช่นนี้ขอให้รู้ว่าตัวใครตัวมันแล้วกัน และตั้งแต่พรุ่งนี้หากจะมีคำแถลงการณ์ผมจะไปแถลงการณ์ในทำเนียบ" นายสุเทพ กล่าว