ข่าว

คอฟฟี่เบรค : ประชาธิปไตยในฝัน?

คอฟฟี่เบรค : ประชาธิปไตยในฝัน?

11 พ.ค. 2557

คอฟฟี่เบรค : ประชาธิปไตยในฝัน? : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์

 
                           คราวที่ไปฟังเสวนาโครงการ "ความรู้สู่การปฏิรูปประเทศไทย" จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศ.ดร.สมบัติ จันทรวงศ์ ที่ปรึกษาโครงการ อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเสวนาในหัวข้อ "การออกแบบสถาบันการเมืองใหม่" ที่ฟังแล้วติดใจมีสองประเด็นคือ 1.อยากเห็นระบอบประชาธิปไตยของไทยเป็น "อภิชนาธิปไตย" ในประชาธิปไตย 2.ชนชั้นกลางต่างประเทศพึ่งได้ แต่คนชั้นกลางไทยไปทางไหนก็ได้ที่ทำให้ตนได้ประโยชน์ 
 
                           "อภิชนาธิปไตย" ในประชาธิปไตยเป็นอย่างไร ศ.ดร.สมบัติ อธิบายโดยเปรียบเปรยว่า หากมีนักกีฬาทีมชาติ เราคงอยากได้นักกีฬาที่เก่งที่สุด หรือหมอรักษาคนไข้ ก็อยากได้หมอเก่งที่สุดและดีที่สุด ไม่ใช่ใครๆ ก็เป็นได้ 
 
                           "จริงอยู่ว่าทุกคนมีสิทธิ์ แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนเป็นหมอ หรือเป็นนักกีฬาที่ดีที่สุด เราให้โอกาสแข่งกัน โดยเอาคนที่เก่งและดีที่สุดมาเป็นผู้ทำหน้าที่นั้นๆ นี่คืออภิชนาธิปไตยในระบอบประชาธิปไตย เป็นคนที่เก่งโดยธรรมชาติ ไม่ใช่เอาลูกท่านหลานเธอลงแข่งขัน นั่นเป็นอภิชนาธิปไตยแบบจารีต..." 
 
                           สรุปง่ายๆ คือทุกคนมีโอกาสลงแข่ง แต่ต้องเป็นคนที่เก่งที่สุด ตัวอย่างเช่น ลีกวนยิว ผู้นำสิงคโปร์ กับนายกรัฐมนตรีของไทย ทั้งคู่เป็นผู้นำประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ผลออกมาไม่เหมือนกัน ดังนั้น เราอย่าทำให้ประชาธิปไตยมีความหมายอย่างเดียวคือ "เลือกตั้ง" องค์ประกอบของผู้ที่จะเข้าสู่สนามแข่งต้องมีมากกว่านั้น กล่าวคือ ต้องเก่งและดี มีตัวชี้วัดด้วย 
 
                           "การเลือกตั้งเป็นตัววัดอย่างเดียวว่า ใครเป็นที่นิยมมากสุด แต่ไม่ได้บอกว่าเก่ง เราต้องการผู้นำที่เก่งด้วย ดีด้วย และมาจากการเลือกตั้ง"
 
                           หากจะหาคนที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ต้องสร้างกติกาให้มีโอกาสผลิตคนประเภทนี้ออกมา 
 
                           "ยกตัวอย่างง่ายๆ หากคุณเลือก ส.ว. บอกเลือกในจังหวัด จังหวัดสุพรรณบุรีก็ได้แต่คนของคุณบรรหาร (ศิลปอาชา) ผมบอกเอาใหม่ เราเลือกตั้ง ส.ว.ทั้งประเทศเลย คุณมีสิทธิ์เลือกได้คนเดียว คนที่ได้คะแนน 100 อันดับแรกจึงจะได้เป็น ส.ว. แบบนี้..คุณบรรหาร หรือตระกูลคุณปลื้มจะได้คะแนนจำนวนหนึ่ง นี่คือการคิดแบบประชาธิปไตย แต่หวังผลแบบอภิชนาธิปไตยโดยธรรมชาติ" 
 
                           ประเด็นต่อมา ชนชั้นกลางต่างประเทศพึ่งได้ แต่คนชั้นกลางไทยไปทางไหนก็ได้ที่ทำให้ตนได้ประโยชน์ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ศ.ดร.สมบัติ อธิบายว่า คนชั้นกลางในยุโรปได้ประโยชน์จากการต่อสู้ระหว่างกษัตริย์กับขุนนาง กษัตริย์ถูกลดอำนาจ กษัตริย์ต่อสู้กับศาสนจักร แม้กษัตริย์ชนะแต่ในสังคมยุโรปมี rule of law กษัตริย์ทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้ ต้องทำตามกฎหมาย ความการเจริญทางการค้า ปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้ชนชั้นกลางในยุโรปเติบโตมีจำนวนมหาศาล คนกลุ่มนี้ทำงานหาเงินได้เงินมาก เงินก็เป็นพลังทางการเมือง
 
                           แต่ชนชั้นกลางในไทยที่มาจากการค้าส่วนใหญ่เป็นคนจีนและแขกซึ่งมีจำนวนน้อย ถูกกันออกไปไม่มีบทบาททางการเมือง ส่วนชนชั้นกลางที่เกิดจากคนมีการศึกษาสูงก็ไม่ได้ทำการค้า แต่เป็นราชการ เรามีชนชั้นกลางแต่ไม่มีบทบาทเหมือนที่สังคมอื่นเขามีกัน เมื่อหมดจากอำนาจกษัตริย์ก็เป็นอำนาจทหาร คนชั้นกลางก็ไปอิงกับอำนาจทหาร อิงเพื่อประโยชน์การค้าของตน ไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตย 
 
                           ชนชั้นกลางเริ่มมีบทบาทหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา แต่จำนวนไม่มากนัก บทบาทยังน้อย
 
                           เราหวังอะไรจากชนชั้นกลางไทยได้บ้าง? "อย่าเพิ่งหวังๆ ตอนนี้ภาคธุรกิจเติบโตขึ้น การเมืองก็เปลี่ยนรูปกลายเป็นธนกิจการเมือง นักการเมืองกับการค้าเป็นกลุ่มเดียวกัน ถ้าอยู่กลุ่มตรงข้ามก็เสร็จอีก"
 
                           แล้วอภิชนาธิปไตยโดยธรรมชาติจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ? คำตอบคือเมื่อคนมีการศึกษาทั่วถึง เมื่อนั้นโอกาสที่คนดี คนเก่ง จะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติเหมือนช้างเผือก 
 
                           "นี่คือสิ่งที่อเมริกาทำโดยตลอด เขาเน้นให้คนมีโอกาสศึกษาสูงสุด ถามว่าการศึกษาของไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ปฏิรูปถึงปัจจุบัน มีอะไรเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หรือก้าวหน้าขึ้นบ้างไหม" 
 
                           หากไม่หลอกตัวเอง คงรู้ว่าคำตอบเป็นเช่นไร ! 
 
 
 
--------------------------
 
(คอฟฟี่เบรค : ประชาธิปไตยในฝัน? : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์)