ข่าว

โลกช็อก"แจ๊สสัน -ฟอว์เซ็ตต์"เสียชีวิต

โลกช็อก"แจ๊สสัน -ฟอว์เซ็ตต์"เสียชีวิต

26 มิ.ย. 2552

เว๊ปไซต์บันเทิงชื่อดังรายงานว่า ไมเคิล แจ๊คสัน อดีตราชาเพลงป็อปคนดังวัย 50 ปีสิ้นใจแล้ว จากอาการหัวใจหยุดเต้น พร้อมกับอดีตนางฟ้าชาร์ลี "ฟาราห์ ฟอว์เซ็ตต์" ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งด้วยวัย 62 ปี

(26มิ.ย.) เว๊ปไซต์บันเทิง" TMZ.com "และ"เดอะ ลอส แองเจลีส ไทมส์" รายงานว่า ไมเคิล แจ๊คสัน" อดีตราชาเพลงป็อปคนดังวัย 50 ปี เสียชีวิตแล้วเมื่อเวลาประมาณหลังเที่ยงวันเล็กน้อยของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นจากอาการหัวใจวาย โดยเจ้าหน้าที่การแพทย์ไม่สามารถช่วยกู้ชีพได้ และว่าก่อนหน้านี้ ได้รับแจ้งจากสมาชิกในครอบครัวของแจ๊คสันว่า เขามีอาการแย่มากจริงๆ ขณะที่โจ แจ๊คสัน บิดาของแจ๊คสัน บอกกับ" อี! ออนไลน์" (E! Online ) ว่า เขาอยู่ที่ลาสเวกัส และได้รับแจ้งจากคนที่อยู่กับแจ๊คสันที่ลอส แองเจลีสว่า แจ๊คสันอยู่ในโรงพยาบาล เขายังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกำลังรอข่าวเพิ่มเติมอยู่ ส่วน CNN บอกว่าไม่อาจยืนยันได้ว่าเขาเสียชีวิตแล้ว ทราบแต่ว่าโคม่า

 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า โทห์เม อี โทม์เม ผู้จัดการของแจ๊คสันยังไม่มีเวลาให้ความเห็น แต่ได้อ้างโฆษกสำนักงานดับเพลิงนครลอส แอลเจลีสที่ไม่ได้ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือแจ๊คสัน แต่กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้ไปที่บ้านพักของแจ๊คสันที่"โฮล์มบี้ ฮิลล์"เมื่อเวลาเที่ยงวัน 21 นาที ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรง02.21 น. เช้ามืดวันนี้ตามเวลาในไทย และได้นำบุคคลคนหนึ่งส่งศูนย์การแพทย์  UCLA .

 รายงานข่าวการเสียชีวิตมีขึ้นในขณะที่เขากำลังเตรียมจะแสดงคอนเสิร์ตกลับสู่วงการในกรุงลอนดอน ซึ่งจะเป็นการแสดงชุดแรกของเขาในรอบกว่า 10 ปีและเป็นการแสดงครั้งแรกนับจากเขาพ้นผิดในข้อล่วงละเมิดเด็กชายเมื่อปี 2548  แต่การแสดงคอนเสิร์ตซึ่งถูกเรียกว่า"เป็นการปิดม่านครั้งสุดท้าย" ถูกเลื่อนออกมาจากกำหนดเปิดเมื่อเดือนที่แล้ว โดยผู้จัดอ้างว่าการเลื่อนไม่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของแจ๊คสัน ผู้ซึ่งนายแรนดี้ ฟิบิปส์ ประธาน AEG Live ผู้จัดงานยืนยันว่ามีสุขภาพเป็นเลิศจนเขาอยากจะแลกร่างด้วย

 ร้อยตำรวจโทเฟรด คอร์รัล โฆษกสำนักงานนิติเวชวิทยาเขตลอส แอลเจลีส แถลงยืนยันกับสำนักข่าว CNN เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ไมเคิล แจ๊คสัน อดีตราชาเพลงป็อปวัย 50 ปี เสียชีวิตเพราะหัวใจหยุดเต้นเมื่อเวลา 14.26 น.วันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น หรือ04.26 น. เช้ามืดวันนี้ตามเวลาในไทย ขณะที่แฟนเพลงจำนวนมากเริ่มหลั่งไหลไปที่ศูนย์การแพทย์ยูซีแอลเอที่ซึ่งเขาถูกส่งตัวไปก่อนมีข่าวการเสียชีวิตของเขา

 ด้านอดีตดาราสาวจากซีรีส์ฮิตทางโทรทัศน์เรื่อง"นางฟ้าชาร์ลี"  ฟาราห์ ฟอว์เซ็ตต์ ผู้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางเพศผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในทศวรรษที่1970 เพราะ มียิ้มสวยกับผมบลอนด์ทรงที่สาวไทยรู้จักในนาม"ทรงฟาราห์" เสียชีวิตจากโรคมะเร็งทวารหนัก เมื่อช่วงไม่นานก่อนเวลา09.30 น.ของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น หรือ 23.30 น.คืนที่ผ่านมาตามเวลาในไทย ที่โรงพยาบาลเซ็นต์จอห์น ในแถบซานตาโมนิก้า รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยวัย 62 ปี ผู้อยู่ด้วยในตอนที่
เธอสิ้นใจ คืออลาน่า สจ๊วต เพื่อนสาวคนสนิท กับไรอัน โอนีล นักแสดงชื่อดังวัย 68 ปี ผู้มีความสัมพันธ์แบบรักๆเลิกๆกับเธอหลายครั้ง มาตั้งแต่ปี 2525 และได้หวนกลับมาอยู่เคียงข้างในช่วงที่เธอกำลังต่อสู้ กับโรคมะเร็ง 

 โอนีลเปิดเผยในบทบรรณาธิการออนไลน์ของนิตยสาร"พีเพิ้ล"ว่า เขาได้พูดปลอบเธอตลอดทั้งคืน  โดยบอกว่ารักเธอมากแค่ไหน เพราะเธอมีสติขึ้นมาพักๆก่อนจะสิ้นใจ เขาบอกว่ารักเธอสุดหัวใจและคิดถึงเธอมาก แต่เธอไปดีแล้ว  โอนีลผู้โด่งดังมาจากภาพยนต์รักรันทดเรื่อง"เลิฟ สตอรี่" เกี่ยวกับชายผู้เสียคนรักด้วยโรคมะเร็ง เปิดเผยเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่าจะแต่งงานกับเธอ หลังจากเขาได้ขอแต่งงานและเธอตกลง ทั้งคู่ไม่เคยแต่งงานกัน แต่เขาเป็นพ่อของ "เรดมอนด์ " ลูกชายคนเดียววัย 24 ปีของเธอ ผู้ไม่ได้อยู่ด้วยตอนที่เธอสิ้นใจ เพราะกำลังถูกคุมขังในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่"เรดมอนด์"ได้พูดโทรศัพท์กับเธอก่อนที่เธอจะสิ้นใจ โดยบอกว่ารักเธอมาก เขาเสียใจมากและขอให้เธอให้อภัยเขา
   
 ช่วงทศวรรษที่ 70 ฟอว์เซ็ตต์สมรสกับลี เมเจอร์ส ดารานำในซีรีส์ชื่อดังทางโทรทัศน์เรื่อง" ซิกมิลเลี่ยน ดอลลาร์แมน " แต่หย่ากันในปี 2522  และ 3 ปีหลังจากนั้น เธอก็เริ่มความสัมพันธ์อันยาวนานกับโอนีล เธอลาจากบท"นางฟ้าชาร์ลี"หลังแสดงเพียงซีซั่นเดียว และมีผลตอบรับไม่ดีเลยจากภาพยนต์เรื่องแรกคือ"ซัมบอดี้ คิล เฮอร์ ฮัสแบนด์" (Somebody Killed Her Husband.) จนถูกล้อเลียนว่าเป็น" ซัมบอดี้ คิล เฮอร์ แคร์เรีย" (Somebody Killed Her Career) หรือ" มีคนฆ่าอาชีพนักแสดงของเธอ" แต่ในช่วงทศวรรษที่ 80 กับ 90 เธอหันไปรับบทที่ซีเรียสมากขึ้น และได้รับคำชมจากบทภรรยาผู้ถูกล่วงละเมิดในเรื่อง"เดอะ เบิร์นนิ่ง เบด" (The Burning Bed.)

 เธอตรวจพบมะเร็งในปี 2549  และพยายามรักษาตัวทั้งที่สหรัฐฯและเยอรมัน การต่อสู้อันอันยาวนานกับโรคร้าย ที่เธอเคยคิดว่าหายขาดแล้ว ก่อนจะพบว่าโรคได้หวนกลับมาอีก ถูกบันทึกไว้ในสารคดีเรื่อง" ฟาราห์'ส สตอรี่" ที่ NBC คาดว่ามีผู้ชมเกือบ 9 ล้านคนตอนออกอากาศเมื่อ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเพื่อนสนิทของเธอ คือ สจ๊วตกล่าวว่า เป็นสารจากเธอถึงคนอื่นๆว่า จงอย่ายอมแพ้ ไม่ว่าใครจะพูดอะไร จงก้าวต่อไป