ข่าว

'น้ำกับทราย' คลายปริศนาการสร้างพีระมิด

'น้ำกับทราย' คลายปริศนาการสร้างพีระมิด

10 พ.ค. 2557

เวิลด์วาไรตี้ : 'น้ำกับทราย' คลายปริศนาการสร้างพีระมิด

 
                           เมื่อนึกถึงประเทศอียิปต์ เราก็คงนึกถึงพีระมิดโบราณหลายแห่งที่ผุดขึ้นมาท่ามกลางทะเลทราย กับอูฐที่คอยนำนักท่องเที่ยวเดินทางชมพีระมิด ตื่นตะลึงกับผลงานการรังสรรค์ของชาวอียิปต์โบราณที่ทุ่มแทแรงกายแรงใจก่อสร้างสถานสถิตแห่งร่างกายและสะพานแห่งดวงวิญญาณกษัตริย์ที่เดินทางกลับจากโลกอีกโลกหนึ่ง ตามความเชื่อ "โลกหน้า" ของชาวอียิปต์โบราณ
 
                           พีระมิดนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 10 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ ด้วยความเก่าแก่ และยิ่งใหญ่ ที่ยังคงยืนหยัดข้ามกาลเวลาจากเมื่อ 5,000 ปีที่แล้วมาถึงปัจจุบันได้ เช่น พีระมิดคีออปส์ ที่เป็นสถานเก็บพระศพพระเจ้าคีออปส์ หรือ พระเจ้าคูฟู ที่มีพระบัญชาให้บรรดาทาสและพลเมืองชาวอียิปต์สร้างขึ้นมาเมื่อ 3,500 ปี ก่อนคริสตกาล ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ เพื่อใช้สถานที่นี้เป็นที่สุดท้ายของพระองค์ในโลกนี้ 
 
                           พีระมิดคีออปส์ได้ชื่อว่าเป็นพีระมิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีการประเมินว่า เมื่อแรกสร้างพีระมิดแห่งนี้มีความสูง 481 ฟุต หรือประมาณ 160 เมตร กว้าง 768 ฟุต หรือประมาณ 256 เมตร สร้างขึ้นมาจากหินทรายขนาดใหญ่นำมาเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ จนได้เหลี่ยมได้มุม 4 ด้าน ว่ากันว่าหินแต่ละก้อนที่นำมาใช้มีน้ำหนักถึง 2.5 ตัน และเมื่อรวมน้ำหนักหินทั้งหมดที่นำมาสร้างก็อยู่ที่ประมาณ 6 ล้านตัน
 
                           นักวิทยาศาสตร์ต่างสงสัยกันมานานแล้วว่า ชาวอียิปต์เคลื่อนย้ายหินขนาดใหญ่น้ำหนักกว่า 2 ตัน ข้ามผ่านทะเลทรายที่ทุรกันดารจากแหล่งหินที่เชื่อว่าอยู่ห่างไปหลายสิบกิโลเมตรได้อย่างไร มีการตั้งทฤษฎีขึ้นมาหลากหลายตั้งแต่การเคลื่อนหินไปบนท่อนไม้หลายๆ ท่อน ให้ท่อนไม้กลิ้งตัวนำหินผ่านพื้นทรายที่ร้อนระอุไป ซึ่งวิธีการดังกล่าวต้องใช้ทาสและแรงงานนับแสนคนและเวลานับสิบปีกว่าจะสร้างพีระมิดขึ้นมาได้
 
                           แต่เมื่อเร็วๆ นี้นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัมร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จากหลายประเทศ ประกาศว่า สามารถไขปริศนาการเคลื่อนย้ายหินทรายขนาดใหญ่ผ่านทะเลทรายเพื่อมาสร้างพีระมิดได้แล้ว 
 
                           ปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายหินก็คือ "ทราย และ น้ำ" นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้อธิบายว่า การใช้ทรายเปียกน้ำเคลื่อนย้ายของหนักๆ จะเป็นไปได้ง่ายขึ้น เพราะแรงเสียดทานบนพื้นผิวเมื่อเทียบกับทรายแห้งจะลดลงไปกว่าครึ่ง การลากเลื่อนที่บรรทุกหินทรายก็จะทำได้สะดวก (แต่ไม่สบาย) มากขึ้นนั่นเอง
 
                           ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังแสดงให้เห็นว่า การลากก้อนน้ำหนักบนเลื่อนบนทรายแห้งกับทรายเปียกนั้นต่างกันอย่างชัดเจน แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ทรายนั้นเปียกจนเกินไป มิเช่นนั้นแรงตึงผิวบนทรายเปียกโชกจะกลับก่อให้เกิดแรงเสียดทานขึ้นมาแทน ซึ่งปริมาณน้ำที่เหมาะสมในการเคลื่อนย้ายวัตถุบนทรายอยู่ที่ราว 2-5% ของปริมาณทราย
 
                           ที่น่าสมเพชคือ ชาวอียิปต์โบราณได้อธิบายวิธีการเคลื่อนย้ายหินหนักๆ โดยใช้ทรายเปียกไว้บนรูปวาดในสุสานกษัตริย์ Djehutihotep ไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่คนรุ่นใหม่กลับตีความไม่ออกและพยายามค้นหาวิธีการไขปริศนาของชาวอียิปต์โบราณด้วยวิธีต่างๆ โดยไม่ได้สนใจกับการตีความภาพนี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะหลงไปกับมโนคติของนักอียิปต์วิทยาที่ตีความว่า การรดน้ำเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อที่ว่าเป็นการสร้างความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นบนพื้นดิน ทำให้ไม่เคยมีการตีความภาพที่มีคำอธิบายอย่างง่ายๆ ในทางวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด