ข่าว

เปิดศึกชิง'ประมุขวุฒิสภา'ขั้วต้าน'ทักษิณ'หวังรอบเดียวปิดเกม

เปิดศึกชิง'ประมุขวุฒิสภา'ขั้วต้าน'ทักษิณ'หวังรอบเดียวปิดเกม

09 พ.ค. 2557

เปิดศึกชิง 'ประมุขวุฒิสภา' ขั้วต้าน 'ทักษิณ' หวังรอบเดียวปิดเกม : โดย...ขนิษฐา เทพจร

 
                           ในการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ วันที่ 9 พฤษภาคม คงพลาดการจับตาศึกชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภาไม่ได้ เพราะประเด็นนี้ถูกโหมกระแสมาตั้งแต่ก่อนการสิ้นสุดการเลือกตั้ง ส.ว. และคนของแต่ละขั้วได้เดินสายล็อบบี้เพื่อหวังให้ตัวแทนกลุ่มเข้าไปทำหน้าที่ประมุขสภาสูง
 
                           สำหรับ ส.ว.ที่จะได้รับการเสนอชื่อตามที่คาดการณ์จะมีด้วย 4 คน โดยการสนับสนุนจาก 3 สาย ได้แก่ 1.พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ส.ว.สรรหา 2.ศรีเมือง เจริญศิริ ส.ว.มหาสารคาม โดยทั้ง 2 คนมีสายตรงตระกูลชินวัตรและพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งสนับสนุน  3.จองชัย เที่ยงธรรม ส.ว.สุพรรณบุรี แม้จะมีความสัมพันธ์กับแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนมากนัก ทำให้การลงแข่งต้องเดินสายด้วยตัวเอง และ 4.สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ฐานะปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา ที่มี ส.ว.สายต่อต้านรัฐบาลพรรคเพื่อไทยสนับสนุน
 
                           โดยก่อนถึงวันตัดสินนั้น หัวคะแนนของแต่ละสายได้เดินเกมขอคะแนนจากเพื่อน ส.ว. ทั้งแบบต่อหน้าและต่อสายกันในฐานะคนคุ้นเคย เมื่อถึงนาทีนี้ผลของการหยั่งเสียงของสายต่างๆ ยังเป็นรอง “สุรชัย”
 
                           เพราะการเกาะกลุ่มอย่างเหนียวแน่นของกลุ่ม 40 ส.ว. และมียุทธศาสตร์แบ่งสายขอคะแนนพ่วงกับการชูประเด็น “ประธานวุฒิสภาแก้วิกฤติการเมือง” ทำให้หัวคะแนนสายนี้มั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนไม่ต่ำกว่า 20 เสียงจาก ส.ว.ใหม่สายของพรรคประชาธิปัตย์-กลุ่ม กปปส. เมื่อรวมกับคะแนนที่ตุนไว้เดิมประมาณ 60 เสียง จากสายนายทหาร-ข้าราชการ-กลุ่ม 40 ส.ว. ทำให้นอนใจได้ว่า สามารถส่ง “สุรชัย” ขึ้นเก้าอี้ประธานวุฒิสภาได้ตั้งแต่การลงคะแนนรอบแรก
 
                           ขณะที่ "จงรัก จุฑานนท์” ถือเป็นตัวเก็งประธานวุฒิสภา ที่สายเพื่อไทยให้การสนับสนุน ด้วยคุณสมบัติที่อยู่ในสายสรรหา เช่นเดียวกับ สุรชัย ไม่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นขั้วพรรครัฐบาล, มีประสบการณ์ในวงงานนิติบัญญัติ จึงได้รับความคาดหวังว่าจะเอาชนะคนของกลุ่ม 40 ส.ว.ได้ และประเด็นสำคัญคือ "จงรัก" มีกลุ่มเพื่อนในขั้วสรรหาประมาณ 10 คน ในสายนายตำรวจเก่า-นักธุรกิจ และมีเพื่อนในพรรคเพื่อไทยที่พูดจากันได้ ทำให้คาดว่า ส.ว.สายพรรคเพื่อไทยจะเทคะแนนให้ประมาณ 25-30 เสียง
 
                           ด้าน “ศรีเมือง เจริญศิริ” ขุนศึกภาคอีสาน-สายตรงนายใหญ่...นาทีนี้ถือเป็น "ตัวหลอก" ของเกมชิงอำนาจ แต่เหตุที่ต้องใช้งาน เพราะเจ้าตัวถือเป็นคนมีเส้นสายที่สามารถเก็บตก ส.ว.ไร้ขั้ว-มอง "น้ำใจ" ตอบแทนก่อนออกเสียง และด้วยเหตุผลนี้คาดการณ์ว่า กลุ่มศรีเมืองจะเก็บตกเสียง ส.ว.มาได้ประมาณ 20-25 เสียง
 
                           ส่วนผู้ท้าชิงอีกคน จากสายพรรคบรรหาร - "จองชัย เที่ยงธรรม" ที่ประกาศตัวชัดเจนว่าอยากเป็นประธานวุฒิสภา แม้ผู้ใหญ่ในพรรคชาติไทยพัฒนาสั่งให้ถอย แต่ด้วยความที่เป็นคนใจนักเลงไม่มีเกียร์ถอย เมื่อเดินหน้าแล้วก็ต้องไปให้สุด เราจึงได้เห็นภาพ “ส.ว.สุพรรณบุรี” เดินสายยกมือไหว้ขอคะแนนบรรดา ส.ว.แบบถึงตัว คาดว่างานนี้จะได้รับคะแนนประมาณ 10-15 เสียง
 
                           ทั้งนี้ เกมชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภาไม่ได้จบลงที่ตัวเลขแค่นี้ เพราะเอาเข้าจริง ส.ว.กลุ่มต้านทักษิณยังหวั่นอิทธิพลของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ที่อาจใช้อภินิหารชิงแต้มไปในนาทีสุดท้าย โดยมีสิ่งที่หวาดหวั่นคือ “กลุ่มจองชัย” ที่อาจพลิก-สลับขั้วไปสนับสนุนขั้วใดขั้วหนึ่งเพื่อแลกกับเสียงสนับสนุนให้ “ส.ว.สุพรรณบุรี” นั่งตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา
 
                           และหากพลิกประวัติศาสตร์เกมชิงประธานวุฒิสภา เมื่อปี 2555 สมัยของ "นิคม ไวยรัชพานิช" ที่ใช้กลยุทธ์แยกกันเดินรอบแรก ด้วยการขอคนจาก ส.ว.ขั้วสรรหาให้มาลงแข่งขันเพื่อตัดแต้ม ไม่ให้ "พิเชต สุนทรพิพิธ" คู่ชิงรอบนั้น ชนะคะแนนเกินกึ่งหนึ่งตามกติกา แล้วมารวมกันตีในยกสุดท้าย ด้วยการรวมคะแนนที่กระจัดกระจาย มาอยู่ที่ "นิคม" ผลสุดท้ายเขาก็เอาชนะคนของอีกขั้วการเมืองไปอย่างเฉียดฉิว
 
                           ดังนั้นรูปแบบการเดินเกมแบบเก่าบวกกับตัวแปรของเซียนปลาไหล ทำให้ “ส.ว.กลุ่มตรงข้ามรัฐบาล” ได้ตั้งเป้าไว้ว่า ต้องให้คนของตัวเองชนะให้ได้ นับตั้งแต่ยกแรก หากทำไม่ได้แล้ว ความหวังที่ “สุรชัย” จะก้าวเป็นประธานวุฒิสภาก็มีอยู่ริบหรี่
 
 
------------------------
 
 
ขั้นตอนของการเลือกประธานวุฒิสภา
 
 
                           1.การเสนอชื่อ โดยให้สิทธิ์ ส.ว.1 คนเสนอชื่อ ส.ว.ที่จะเข้าสู่การเลือกประธานวุฒิสภา 1 ชื่อ โดยต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 10 คน
 
                           2.ให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศน์ (ปกติจะคนละ 10 นาที แต่อาจเปลี่ยนแปลงตามข้อตกลงของที่ประชุม)
 
                           3.สมาชิกที่ได้รับการเสนอชื่อจับสลากลำดับกล่าวแสดงวิสัยทัศน์
 
                           4.หากมีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพียงคนเดียวให้ถือว่าผู้นั้นได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภา
 
                           5.หากมีผู้ได้รับการเสนอชื่อมากกว่า 1 คน ให้ดำเนินการเลือกโดยการออกเสียงลงคะแนนให้กระทำเป็นการลับ โดยเลขาธิการวุฒิสภาขานชื่อให้สมาชิกไปรับบัตรลงคะแนนที่เจ้าหน้าที่และทำการออกเสียงลงคะแนน โดยการเขียนชื่อผู้ซึ่งตนประสงค์จะเลือกเป็นประธานวุฒิสภาเพียงชื่อเดียวลงบนกระดาษในคูหาลงคะแนน จากนั้นให้นำบัตรออกเสียงลงคะแนนไปหน่อยลงในหีบบัตรที่จัดไว้ให้
 
                           6.ตั้งสมาชิกที่มีความอาวุโสเป็นกรรมการตรวจนับคะแนนไม่น้อยกว่า 5 คน
 
                           7.กรณีที่มีการเสนอ ส.ว.เป็นประธานวุฒิสภา จำนวน 2 ชื่อ ให้ถือว่าผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้าได้คะแนนเท่ากันให้เลือกใหม่อีกครั้ง แต่ถ้าเลือกใหม่ได้คะแนนเท่ากันอีก ให้ใช้วิธีจับสลาก
 
                           8.กรณีมีการเสนอชื่อ ส.ว.เป็นประธานวุฒิสภามากกว่า 2 ชื่อ ผู้ที่จะได้รับเลือกต้องได้คะแนนสูงสุดและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มาประชุม ถ้าผู้ได้รับคะแนนสูงสุดแต่ได้คะแนนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมให้เลือกใหม่ โดยขั้นตอน คือ
 
                           8.1 ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด อันดับ 1 และอันดับ 2 มาให้สมาชิกลงคะแนน 
 
                           8.2 หากมีส.ว.ที่ได้รับคะแนนในอับดับ 2 จำนวน 2 คน ให้นำบุคคลทั้ง 2 นั้นมาให้สมาชิกลงคะแนน สำหรับคะแนนที่จะใช้ตัดสินในการลงคะแนนรอบ 2 นั้น ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือก แต่หากคะแนนยังเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก
 
 
------------------------
 
 
กระบวนการในวันที่ 9 พ.ค. 
 
 
                           ที่ประชุมจะพิจารณาและอภิปรายในญัตติที่ ส.ว.เสนอให้เลือกประธานวุฒิสภา, รองประธานวุฒิสภา และกรรมาธิการสามัญ ก่อน จากนั้นจะมีการลงมติว่าจะให้เลือกประธานวุฒิสภา, รองประธานวุฒิสภาหรือไม่ (เหตุสำคัญที่ต้องให้มีการลงมติเรื่องนี้อีกรอบ เพื่อใช้เป็นยุทธวิธีในการสู้กับนักกฎหมายของฝั่งรัฐบาลที่ออกมาให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่า การเลือกประธานวุฒิสภาไม่สามารถทำได้ในสมัยวิสามัญ-หากทำจะขัดต่อ พ.ร.ฎ.เปิดประชุมและรัฐธรรมนูญ) เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการทั้ง 8 ข้อข้างต้น
 
 
------------------------
 
(เปิดศึกชิง 'ประมุขวุฒิสภา' ขั้วต้าน 'ทักษิณ' หวังรอบเดียวปิดเกม : โดย...ขนิษฐา เทพจร)