ข่าว

เงินทองต้องรู้ : สานฝันที่พันบาท

เงินทองต้องรู้ : สานฝันที่พันบาท

09 พ.ค. 2557

เงินทองต้องรู้ : สานฝันที่พันบาท : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล

 
                           สัปดาห์ที่แล้วเขียนเรื่อง “แรงงาน-แรงเงิน” เพราะนอกจากจะใกล้กับวันแรงงานแห่งชาติแล้ว ยังมีข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ห่วงบรรดาแรงงานจบใหม่ ที่จะเผชิญกับภาวะหางานยาก หรืออาจจะต้อง “ตกงาน” หากว่าวิกฤติการเมืองยังยืดเยื้อ ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน เขียนไปเขียนมาก็เลยโยงไปถึงการบริหารจัดการเงินของคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน คนหนึ่งมีรายได้ขั้นต่ำวันละ 300 บาท ส่วนอีกคนหนึ่งมีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาท
 
                           น่าสนใจที่ไม่ว่าจะรายได้ 9,000 บาทต่อเดือน หรือ 15,000 บาทต่อเดือน ต่างก็พยายามจัดสรรเงินเพื่อการออมและการลงทุนทั้งนั้น หากแต่จำนวนเงินน้อยนิดเพียงแค่เดือนละ 1,000-2,000 บาท ทำให้ “ทางเลือก” มีน้อย จนส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้บริการเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์ เพราะหนึ่งพันบาทคงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้
 
                           เมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะเงินเพียงแค่หนึ่งพันบาท ก็สามารถสานฝันให้ใครหลายคนได้ หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผนึกความร่วมมือกับภาคเอกชน เปิดตัวโครงการ “สานฝันเริ่มด้วยพันบาท”
 
                           โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ก.ล.ต. และสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนวัยทำงานทั่วประเทศมีวินัยในการออม และลงทุนในกองทุนรวมที่เข้าร่วมโครงการเป็นประจำทุกเดือนและต่อเนื่องด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของชีวิตในระยะกลางและระยะยาวรองรับวัยเกษียณอายุ
 
                           ทั้งนี้ เพราะประชาชนในวัยทำงานส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ โดยเริ่มออมเมื่อมีอายุมากแล้ว ด้วยจำนวนเงินไม่มาก และออมในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าที่ควร ซึ่งเติบโตไม่ทันกับอัตราเงินเฟ้อ
 
                           รูปแบบของโครงการ “สานฝันเริ่มด้วยพันบาท” จะมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เข้าร่วมจำนวน 16 บริษัท โดยแต่ละบริษัทก็จะเลือกกองทุนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 46 กองทุน มีทั้งกองทุนรวมหุ้น กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม และกองทุนรวมที่ปรับเปลี่ยนการลงทุนตามอายุ โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ตามความต้องการที่สอดคล้องกับผลตอบแทนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนของตัวเองในระยะกลางถึงระยะยาว
 
                           “วรพล โสคติยานุรักษ์” เลขาธิการ ก.ล.ต.ย้ำว่า การบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้จะต้องเกิดจากการลงทุนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งทุกคนสามารถทำได้หากมีวินัยในตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินลงทุนมากมาย โครงการนี้เป็นการส่งเสริมการลงทุนอย่างสมัครใจ ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ซึ่งอาจมีรายได้ไม่สูงนัก เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่เพียงพอและสามารถตอบสนองความต้องการของชีวิต ซึ่ง ก.ล.ต.พร้อมที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจด้วยการจัดทำเอกสารความรู้เพื่อเผยแพร่ผ่าน บล. บลจ. และสาขาธนาคาร ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ประชาชนใช้ตัดสินใจลงทุนมากที่สุด และเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยจุดประกายให้แก่ประชาชนให้เห็นถึงความสำคัญและเริ่มลงทุนอย่างจริงจัง อีกทั้งเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การเพิ่มระดับการออมการลงทุนของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
 
                           ส่วนทำไมต้องเป็น “กองทุนรวม” นั้น “สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย บอกว่า เพราะกองทุนรวมเป็นเครื่องมือเพื่อการลงทุนที่มีนโยบายการลงทุนหลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนที่รับความเสี่ยงได้ต่างกัน และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะปานกลางและระยะยาว ซึ่งจะช่วยรักษามาตรฐานการดำรงชีวิตในอนาคตให้แก่ผู้ลงทุน ขณะเดียวกัน บลจ.ก็พร้อมที่จะบริหารเงินลงทุนและสนับสนุนให้ผู้ลงทุนรายย่อยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการลงทุน และเริ่มลงทุนในกองทุนรวมอย่างมีวินัย และสามารถบรรลุเป้าหมายของชีวิตได้ในที่สุด
 
                           นอกจากนี้ กองทุนรวมยังเหมาะกับผู้ลงทุนมือใหม่ที่สนใจลงทุนแต่ยังไม่พร้อมหรือความเข้าใจที่เพียงพอ เพราะมีมืออาชีพทำหน้าที่บริหารการลงทุนให้
 
                           ขณะที่ช่องทางในการลงทุนก็สะดวกสบาย เพียงแค่ใช้บริการของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งประธานสมาคมธนาคารไทย “ชาติศิริ โสภณพนิช” บอกว่า สาขากว่า 6,600 แห่งทั่วประเทศของธนาคารพาณิชย์พร้อมให้การสนับสนุนโครงการนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการส่งเสริมให้ประชาชนวัยทำงานมีความรู้ความเข้าใจและลงทุนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องมี 2-3 เรื่องที่คนที่สนใจควรรู้ หนึ่งคือ กองทุนที่เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งมีจำนวน 46 กองทุน เป็นกองทุนที่ บลจ.16 แห่งคัดเลือกมา มีทั้งกองทุนที่ลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ ผสมและปรับเปลี่ยนตามอายุ ซึ่งผลตอบแทนและความเสี่ยงขึ้นอยู่กับนโยบายลงทุน ดังนั้น นักลงทุนต้องเข้าใจว่า การลงทุนในกองทุนมีโอกาสทั้ง “กำไร” และ “ขาดทุน”
 
                           แต่เมื่อวัตถุประสงค์ของการลงทุน คือ การลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว ก็มีโอกาสที่ “ระยะเวลา” จะช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุน
 
                           จริงๆ แล้ว “สานฝันเริ่มต้นที่พันบาท” น่าจะเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ใช้เงินสำหรับลงทุนต่อเดือนไม่มาก แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ มีวินัย และมีเป้าหมายเพื่อรองรับกับวัยเกษียณ ซึ่งแม้ว่าจะมีมืออาชีพบริหารจัดการให้ แต่ก็อย่าละเลยที่จะหาความรู้ เพราะสุดท้าย เงินที่เขาบริหารก็คือเงินของเรา
 
                           คิดถึงวันเกษียณตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานนั่นแหละ …ถูกแล้ว
 
 
 
 
----------------------------
 
(เงินทองต้องรู้ : สานฝันที่พันบาท : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล)