
'พุทธะอิสระ'ลุ้น'สุเทพ'ปิดเกมเร็ว!
08 พ.ค. 2557
'พุทธะอิสระ' สั่งมวลชนพร้อมรับมือกลุ่มกวป. หลังถูกตร.สกัดเคลื่อนกลับที่ตั้งวงเวียนหลักสี่ ลุ้น 'สุเทพ' ปิดเกมเร็ว เผยแผนสำรอง ถวายคืนพระราชอำนาจ 12-13 พ.ค.นี้
8 พ.ค. 57 เมื่อเวลา 11.40 น. หลวงปู่พุทธะอิสระ เเกนนำกปปส.เเจ้งวัฒนะ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยกับมวลชนให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ หลังมวลชนกวป. นำโดยนายศรรักษ์ มาลัยทอง ได้นำมวลชนเคลื่อนขบวนมาใกล้พื้นที่ชุมนุม แต่ตำรวจตั้งด่านสกัดไว้ที่เชิงสะพานข้ามแยกหลักสี่ โดยหลวงปู่ฯ ประกาศให้มวลชนเตรียมความพร้อมในที่ตั้ง และสั่งการให้นำรถกระบะและรถบรรทุกออกมาจอดไว้ให้พร้อม หากจำเป็นต้องเคลื่อนที่ออกไปตั้งรับ โดยขอให้รอฟังสัญญาณจากอาตมาเท่านั้น
ทั้งนี้ หลวงปู่ฯ ระบุด้วยว่า สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประสานว่าจะนำมวลชนมาสมทบ เพื่อรอตลบหลังคนเสื้อแดง เพื่อไม่ให้มีพื้นที่รวบรวมกำลังพลได้อีกด้วย แต่ในที่สุดกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ถอยกลับเข้าที่ตั้งภายในวงเวียนหลักสี่ ทำให้มวลชนเวทีแจ้งวัฒนะปักหลักชุมนุมอยู่ที่ด้านหน้าเวทีปราศรัย
สำหรับบรรยากาศรอบพื้นที่การชุมนุม การ์ดได้เตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยทางเข้า-ออกพื้นที่ชุมนุม ป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อเหตุ โดยมีการตรวจสอบผู้ที่จะผ่านเข้าพื้นที่ชุมนุมอย่างเข้มงวด
'พุทธะอิสระ' ลุ้น 'สุเทพ' ปิดเกมเร็ว
หลวงปู่พุทธะอิสระ เเกนนำกปปส.เเจ้งวัฒนะ กล่าวถึงการนัดระดมมวลชนครั้งใหญ่ของเวทีสวนลุมพินี นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.วันที่ 9 พ.ค.ว่า ในช่วงเย็นจะหารือกับนายสุเทพ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจว่าจะนำมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างไร เพราะได้รับแจ้งข่าวว่าคนเสื้อแดงเตรียมจะถล่มเวทีแจ้งวัฒนะในช่วงกลางดึกวันนี้ (8 พ.ค.) แต่เบื้องต้นต้องให้มวลชนเข้าร่วมกับเวทีสวนลุมพินี เพื่อช่วยนายสุเทพ เดินปิดเกมให้สำเร็จ โดยจะให้เวลานายสุเทพ ดำเนินการให้ลุล่วงภายในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ขณะที่เวทีแจ้งวัฒนะจะขยับกำหนดการเคลื่อนขบวนมวลชนไปถวายคืนพระราชอำนาจ จากเดิมที่กำหนดไว้ระหว่างวันที่ 16-18 พ.ค. มาเป็นวันที่ 12-13 พ.ค. หากนายสุเทพ สามารถจบเกมได้ เวทีแจ้งวัฒนะ ก็จะเคลื่อนขบวนไปยัง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่จะเดินทางเป็นขบวนเล็กๆ เพื่อไปเจริญพระพุทธมนต์
หลวงปู่ฯ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ร่างฎีกาที่จะถวายคืนพระราชอำนาจเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่จะไม่เปิดเผยเนื้อหาฎีกา เพื่อไม่ให้เป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ อย่างไรก็ตาม การขยับเวลาเคลื่อนมวลชนให้เร็วขึ้น เพราะถือเป็นจังหวะที่เหมาะสม หลังศาลตัดสินคดีทำให้มวลชนมีกำลังใจฮึกเหิมพร้อมพิชิตศึก หากพ้นช่วงนี้ไป จะปลุกกระแสยาก ส่วนกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ขู่จะใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ขอพระราชทานนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นคนละประเด็นกับเวทีแจ้งวัฒนะ อาตมา ยืนยันในแนวทางที่จะถวายคืนพระราชอำนาจ เพื่อให้มีพระบรมราชวินิจฉัย ส่วน ศอ.รส.ทำไปเพื่อรักษาอำนาจ
หลวงปู่ฯ กล่าวด้วยว่า ขอฝากเตือนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะนัดหารือเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งว่า กำลังปรึกษาทีมกฎหมายที่จะต้องดำเนินคดีกับการตั้งนายกรัฐมนตรีรักษาการของรัฐบาล โดยที่ไม่มีรัฐธรรมนูญยอมรับ โดยเฉพาะ กกต.ต้องระมัดระวังการนัดหารือกับรักษานายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มาจากการโปรดเกล้าฯ อาจสุ่มเสี่ยงกระทำผิดกฎหมาย ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และอาจติดคุกได้ เนื่องจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีจากการจัดตั้ง คนเสื้อแดงพูดมาตลอดว่าไม่เอานายกรัฐมนตรีพระราชทาน เราก็จะไม่เอานายกรัฐมนตรีจัดตั้ง เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใดยอมรับ สถานการณ์ขณะนี้เข้าสู่ภาวะสุญญากาศแล้ว โดยคำว่าสุญญากาศไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครเลย แต่หมายถึงการไม่มีอำนาจตามที่กฎหมายกำหนด ไม่มีรัฐบาลใดที่ยังหน้าด้านอยู่ได้เมื่อถูกศาลตัดสินความผิด และถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูล เพราะตราบใดที่รัฐบาลอ้างว่ามาจากประชาธิปไตยก็ต้องยอมรับว่า กกต. ศาล และ ป.ป.ช. เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
"อาตมาเชื่อว่า กกต.หวังดี อยากแก้ปัญหาประเทศ ให้มีการเลือกตั้ง ขณะที่รัฐบาลก็ต้องการรักษาอำนาจต่อไป แต่หากยังทำงานโดยไม่วิเคราะห์องค์ประกอบ โดยเฉพาะบรรยากาศที่เอื้อกับการเลือกตั้งหรือไม่ ก็คงต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในการจัดเลือกตั้ง"
หลวงปู่ฯ ยังแสดงความเห็นกรณีที่เกิดเหตุระเบิดหลายจุดวานนี้ (7 พ.ค.) ว่า กรณีการยิงระเบิดไปที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถือเป็นการโจมตีสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันเบื้องสูง ทำให้มองได้ว่ายังมีพวกไม่ยอมรับอำนาจ ซึ่งเป็นอันตรายกับบ้านเมือง



