
บึ้มบ้านตุลาการ-ยิงM79รพ.จุฬาภรณ์-SCB
08 พ.ค. 2557
มือมืด!ปาบึ้มบ้าน"สุพจน์"ตุลาการศาล รธน.ตรวจCCTVพบชายต้องสงสัย ขณะที่คนร้ายลอบยิงM79รพ.จุฬาภรณ์2ลูกซ้อน อาคารแท็กซี่เสียหาย ยิงM79แบงก์SCBสนง.ใหญ่กระจกแตก
วันที่ 8 พ.ค.57 เมื่อเวลา 01.15 น. ร.ต.ท.สมศักดิ์ ตันติ๊บ พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดภายในบ้านเลขที่ 26 และ26/2 ซอยลาดพร้าว 34 ถนนลาดพร้าว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายสุพจน์ ไข่มุกด์ ซึ่งเป็น 1 ใน 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว ผกก.สน.สุทธิสาร พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น. หรืออีโอดี พ.ต.ท.อัครวัฒน์ พุ่มไพศาลชัย รอง ผกก.สส.สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น.และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นมีรั้วรอบขอบชิด เนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา ติดกับคลองน้ำแก้ว จากการตรวจสอบบริเวณโรงจอดรถซึ่งอยู่ติดกับคลองดังกล่าว พบกระเบื้องหลังคาโรงรถถูกแรงระเบิดจนแตกกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น นอกจากนี้รถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 3 สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ศว-293 กทม. ซึ่งจอดอยู่ในโรงรถยังถูกสะเก็ดระเบิดจนกระจกหน้าแตกและกระโปรงหน้ารถได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พบกระเดื่องและสะเก็ดของระเบิดสังหารชนิดเอ็ม 67 ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน ด.ต.ชำนาญ ศรีหริ่ง ผบ.หมู่ ป.สน.สุทธิสาร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งช่วงเกิดเหตุเวลาประมาณ 01.10 น. ตนได้เดินจากบริเวณริมคลองน้ำแก้วเพื่อมาเซ็นตู้แดงที่บริเวณหน้าประตูบ้าน และเตรียมกำลังจะเดินกลับไปที่เต้นอำนวยการหน้าบ้าน ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงคล้ายกับวัตถุตกใส่บริเวณหลังคาโรงรถแล้วกลิ้งไปมา จากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น ตนจึงรีบวิ่งไปดูแต่ก็ไม่พบคนร้าย จากนั้นก็รีบแจ้งผู้บังคับบัญชาทันที
ด้าน พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น. กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกระเดื่องและเศษสะเก็ดของระเบิดสังหารแบบขว้างชนิด เอ็ม 67 มีรัศมีฉกรรจ์ในระยะ 15 เมตร หน่วงเวลา 4-5 วินาที ขว้างจากนอกบ้านฝั่งติดลำคลองลงมาบริเวณกลางหลังคา แต่มีการหน่วงเวลา ทำให้ระเบิดไหลลงไปอยู่ในรางระบายน้ำจากนั้นจึงระเบิดทำลายเสียหาย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งระเบิดชนิดนี้เป็นชนิดเดียวกับที่คนร้ายใช้ปาใส่บ้านของนายสำราญ รอดเพชร แกนนำ กปปส. ที่ย่านคันนายาว เมื่อหลายเดือนก่อน
ขณะที่ พ.ต.ท.อัครวัฒน์ พุ่มไพศาลชัย รอง ผกก.สส.สน.สุทธิสาร กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุตัวไม่มีใครพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวแต่อย่างใด รวมทั้งตัวนายสุพจน์ด้วย ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของบ้านหลังดังกล่าว ที่ส่องไปบริเวณทางเดินเท้าริมคลองน้ำแก้ว ปรากฏว่า กล้องสามารถจับภาพคนร้ายที่ก่อเหตุเอาไว้ได้ โดยเหตุเกิดช่วงเวลา 01.09 น. คนร้ายเป็นชายสวมหมวกแก๊ป เสื้อยืด และกางเกงขายาวไม่ทราบสี เดินเท้ามาตามทางเดินริมคลองน้ำแก้วจากฝั่งที่ทะลุได้ทั้งถนนรัชดาภิเษก และซอยลาดพร้าว 28 จากนั้นก็ขว้างระเบิดเข้าไปในบ้าน ก่อนจะวิ่งหลบหนีกลับไปทางเดิม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะใช้เป็นแนวทางในการติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป
M79 รพ.จุฬาภรณ์ 2 ลูกซ้อน
เมื่อ เวลา 22.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ร.ต.อ.รักเกียรติ ปทุมวัน พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับเกิดแจ้งเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม79 จำนวน 2 ลูก ใส่อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ภายในสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี
ที่เกิดเหตุเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีรั้วรอบขอบชิด จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าระเบิดลูกแรกตกที่ร่องน้ำในสวนหย่อม ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของรพ. แรงระเบิดทำให้รถแท็กซี่ สีเขียว หมายเลขทะเบียน ทม-8249 กทม. กระจกแตกเสียหาย ส่วนระเบิดลูกที่2 ตกใส่ตัวอาคารที่บริเวณชั้น9 ด้านทิศเหนือของตัวอาคาร แรงระเบิดทำให้ห้องพักของแพทย์ห้อง 920 กระจกแตก และทรัพย์สินภายในห้องเสียหาย เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด
ด้าน พล.ต.ต. ฐิติราช เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายจะใช้ยานพาหนะเคลื่อนที่ยิงจากถนนวิภาวดีเข้ามายังตัวอาคาร ซึ่งขณะนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำวจเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด พร้อมทำการพิสูจน์ทราบตามหบักนิติวิยาศาสตร์อีกครั้ง สำหรับสาเหตุการยิงครั้งนี้ตำรวจขอทำการตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่าจะมีความเกี่ยวโยงกับกรณีอื่นหรือไม่
ขณะที่ พ.ต.อ.กำธร กล่าวว่า ตรวจสอบแล้วทราบว่า คนร้ายใช้อาวุธชนิดเอ็ม 79 ขยาด 40 มม.แบบธรรมดาไม่เจาะเกราะ เคลื่อนที่ยิงมาจากถนนวิภาวดี ขาออก ด้วยระยะประมาณ 180-200 เมตร ซึ่งต้องทำการตรวจสอบอีกครั้งว่ายิงมาจากถนนวิภาวดีหรือบนทางด่วนโทลเวย์ ก่อนนำหลักฐานมารวบรวมติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ยิงเอ็ม79 ถล่มแบงค์ไทยพานิชย์ รัชดา
เมื่อเวลาประมาณ 22.40 น. วันที่ 7 พ.ค. มีรายงานว่าเกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดชนิดเอ็ม79 เข้าไปในพื้นที่ธนาคารไทยพาณิชย์(เอสซีบี)สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร จำนวน 2 ลูก โดยลูกแรกตกภายในอาคารเอชั้น8 ส่งผลให้กระจกแตกเสียหาย ส่วนอีก 1 ลูกถูกยิงเข้าที่ชั้น 9-10 อาคารเวสต์ 1 ที่ทำการของบริษัทในเครือยูนิลิเวอร์มีห้องทำงานและกระจกได้รับความเสียหาย โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.สปพ. กล่าวว่า ภายหลังจากการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุจำนวน 2 จุด ประกอบด้วย บริเวณชั้นที่ 8 อาคารสำนักงานใหญ่ไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นสำนักงานฝ่ายสินเชื่อ และบริเวณชั้นที่ 9 ของตึกเวส 1 เปิดเป็นสำนักงานเช่าของบริษัทยูนิลิเวอร์ จากแรงระเบิดดังกล่าวทำให้กระจกแตกเสียหาย อีกทั้งพบเศษสะเก็ดระเบิดเป็นจำนวนมาก และเสาของตัวอาคารได้รับความเสียหายจากสะเก็ดระเบิด ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นคาดว่าคนร้ายน่าจะยิงมาจากในวิถีโค้ง ซึ่งระยะประมาณ 300 เมตร สำหรับอาวุธที่คนร้ายใช้ลงมือก่อเหตุนั้นคาดว่าเป็นเครื่องยิงลูกระเบิด ชนิด เอ็ม 79 ขนาด 40 มิลลิเมตร ระเบิดชนิดแบบสังหาร
เบื้องต้นคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ต้องการสร้างสถานการณ์และน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่ยิงระเบิดชนิดเอ็ม79 เข้าไปในพื้นที่รพ.จุฬาภรณ์ก่อนหน้านี้



