
'ธรณีพิโรธ' ชีวิตไร้หลักสูตร บ้านห้วยสานยาว
08 พ.ค. 2557
'ธรณีพิโรธ' ชีวิตไร้หลักสูตร บ้านห้วยสานยาว : โดย...สกาวรัตน์ ศิริมา / ศุภชัย วิเศษสรรค์
พลันที่แผ่นดินเกิดแรงสั่นสะเทือน วัดขนาดได้ถึงระดับ 6.3 เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม ชาวบ้านหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนบนรับรู้ได้ทันทีว่า นี่คือความแปรปรวนของธรรมชาติที่แสดงออกรุนแรงที่สุดอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในบ้านของพวกเขา
จริงอยู่ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ไม่รุนแรงเท่ากับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในต่างประเทศ แต่สำหรับคนที่ต้องอยู่ใน วงล้อมแห่งความเกรี้ยวกราดของแม่ธรณี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ย่อมอกสั่นขวัญหาย และประหวั่นต่อชะตากรรมที่ธรรมชาติกำลังยัดเยียดให้อย่างปฏิเสธมิได้
ที่ บ้านห้วยสานยาว ชุมชนเล็กๆ ใน อ.แม่ลาว จ.เชียงราย หากย้อนกลับไปดูภาพตั้งแต่เย็นถึงค่ำ จะเห็นความโกลาหลของชาวบ้านที่ต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดออกจากบ้านพักอย่างที่ไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน
แอร์ ขันคำ คุณปู่วัย 79 ปี แห่งบ้านห้วยสานยาว ต.ดงมะดะ ถ่ายทอดเหตุการณ์ในวันนั้นว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอแผ่นดินไหวรุนแรงมากเท่ากับครั้งนี้ รู้สึกตกใจ อกสั่นขวัญแขวน ทำอะไรไม่ถูก
ปู่แอร์เล่าว่า ตอนเกิดแผ่นดินไหวกำลังทำอาหารมื้อเย็น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังและเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างแรงจนตู้กับข้าวล้มลง บานประตูห้องครัวเปิดปิดกระแทกกันแรงมาก จะวิ่งหนีออกนอกบ้านก็ไปไม่ได้เพราะพื้นโคลงเคลง ต้องรอจนกระทั่งมีคนมาช่วยพาออกไปอยู่กลางทุ่งนา ซึ่งตอนนี้ตั้งเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวของหมู่บ้าน
หลังเหตุการณ์ผ่านไป เช้าวันอังคาร ปู่แอร์ย้อนกลับไปที่บ้านของตนเองเพื่อสำรวจความเสียหาย และพบว่ามีบางส่วนพังพินาศ แต่ก็ยังแก้ไขอะไรไม่ได้ นอกจากเข้าไปอาบน้ำ ขนที่นอนหมอนมุ้งกลับไปนอนที่ศูนย์พักพิงเป็นคืนที่สอง ซึ่งน่าจะปลอดภัยกว่า
"ทางผู้ใหญ่บ้านให้คนแก่มารวมตัวกัน เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นอีก จะได้ดูแลได้ทั่วถึง แต่ตลอด 2 คืนที่ผ่านมา นอนไม่หลับ สะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดังจากแผ่นดินไหวซ้ำๆ กัน และถ้าจะให้กลับไปนอนบ้านก็ยังไม่อยากกลับ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก"
คำนวล แสงศรี ป้าเจ้าของร้านชำในหมู่บ้านเดียวกัน วัย 62 ปี ยังตกใจไม่หายกับเสียงแผดก้องที่มาพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินที่เขย่าจนตัวเธอเซถลาไปติดกับเสาบ้าน โดยที่ใจยังคิดเป็นห่วงสินค้าในร้านที่ร่วงหล่นระเนระนาด เกรงจะได้รับความเสียหาย ทว่านาทีนั้น การวิ่งหนีไปยังที่โล่งแจ้งเพื่อเอาตัวรอด น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ควรทำมากกว่า
"ตอนนั้นกอดเสาอยู่ พอตั้งสติได้ก็วิ่งออกนอกบ้านทันที พร้อมกับผัวป้าที่ตะโกนเรียกให้รีบวิ่ง แต่ก็ก้าวขาไม่ออก เพราะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก"
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่คำนวล เจอแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง และทุกวันนี้ยังต้องออกไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงรวมกับคนในหมู่บ้าน เพราะไม่กล้ากลับเข้าบ้าน
บัวซอน ณ ลำปาง แม่อุ้ยวัย 76 ปี ปกติอาศัยอยู่ในบ้านเพียงลำพัง เดชะบุญตอนแผ่นดินไหวเธอไม่ได้อยู่ในนั้น แต่โชคร้ายตอนนี้แม่อุ้ยไม่มีบ้านอยู่แล้ว
"ตอนแผ่นดินไหว ตอนนั้นเห็นกับตาว่าผนังบ้านล้มลงมา จากนั้นบ้านสองชั้นก็พังลงมาทั้งหลัง และตอนนี้ก็ไม่มีบ้านอยู่ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่คิดเลยว่าต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ในวัยที่อายุป่านนี้แล้ว และไม่อยากให้เกิดแผ่นดินไหวในหมู่บ้านอีก เพราะเป็นห่วงลูกหลาน"
สมศักดิ์ ปัญญาช่วย พ่อลูกอ่อน วัย 42 ปี ต้องหอบลูกน้อยที่เพิ่งเกิดมาได้เพียง 14 วัน วิ่งออกจากบ้านอย่างไม่คิดชีวิต เพราะรู้แน่ว่า แผ่นดินไหวรุนแรงขนาดนี้ หากยังหลบอยู่ในบ้านลูกชายของเขาจะไม่ปลอดภัย
"ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าต้องหนีตาย เพราะน่ากลัวมาก ทั้งเสียงดังและแรงสั่นสะเทือนก็รุนแรง ตอนนี้คุยกัยภรรยาว่าจะตั้งชื่อเล่นลูกว่า อาฟเตอร์ช็อก"
บพิตร กินาวงศ์ กำนันตำบลดงมะดะ สรุปความเสียหายของลูกบ้านจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวว่า มีบ้านเรือนพังถล่มเสียหายทั้งหลักรวม 4 หลัง และมีบ้านเรือนเสียหายบางส่วน 191 หลัง ทั้งหมดได้รับความช่วยเหลือให้อาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว 3 จุด บางส่วนพักอยู่ในเต็นท์ และบางส่วนดัดแปลงรถยนต์ เป็นที่นอนชั่วคราว ตลอด 2 คืนที่ผ่านมา ทุกคนต่างหวาดผวาไม่กล้ากลับเข้าไปอาศัยในบ้าน เพราะเกรงว่าบ้านจะพังลงมา จากการเกิดอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่อง
ณ วันนี้ ที่บ้านห้วยสานยาว ชาวบ้านทุกคนยังช่วยกันเฝ้าระวังในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเป็นจุดที่ห่างจากจุดศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหวเพียง 16 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้สภาพหมู่บ้านตอนกลางคืนเงียบมาก เพราะไม่มีใครอยู่ในบ้านของตัวเอง แต่จะมาจับกลุ่มกันอยู่ในศูนย์พักพิง และยังคงคุยกันในเรื่องของแผ่นดินไหว ความโหดร้ายของธรรมชาติที่มีบทเรียนซ่อนอยู่!!
-----------------------
('ธรณีพิโรธ' ชีวิตไร้หลักสูตร บ้านห้วยสานยาว : โดย...สกาวรัตน์ ศิริมา / ศุภชัย วิเศษสรรค์)



