
ถึงวัน 'ซากุระ' เบ่งบานในใจ
08 พ.ค. 2557
เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : ถึงวัน 'ซากุระ' เบ่งบานในใจ : เรื่อง...สุรศักดิ์ เครือคำ // เรียบเรียง...เสาวลักษ์ คงภัคพูน
หากพูดถึงความรักของหญิงไทย-หนุ่มญี่ปุ่น แวบแรกที่คิดถึงคงหนีไม่พ้นภาพของ "โกโบริ-อังศุมาลิน" แห่งนิยายอมตะคู่กรรม ที่ความรักแม้จะยิ่งใหญ่แต่ก็จบลงแบบเศร้าซึ้ง ในขณะที่ชีวิตจริงหญิงไทยสะใภ้ญี่ปุ่นอีกหลายคู่เป็นตำนานรักฉากใหม่ที่จบลงด้วยความสุขสดชื่น ครองรักกันอย่างมีความสุข เชื่อมร้อยถักทอดวงใจให้ผูกพันกัน เป็นสายใยแห่งรัก เหมือนกับชีวิตของสาวน้อยดินแดนที่ราบสูงแห่งเมืองหนองบัวลำภู กับหนุ่มใหญ่จากดินแดนภูเขาไฟฟูจิคู่นี้
"อรอุมา (แต๊ก) พลบูรณ์" สาวน้อยเมื่อครั้งวัย 18ปีแห่งบ้านทุ่งอีสาน ชีวิตของเธอก็คล้ายกับชีวิตหญิงสาวชาวอีสานหลายคนที่อยากจะไปเผชิญโลกภายนอกด้วยลำแข้งของตัวเอง แม้พ่อเป็นอดีตข้าราชการครูเกษียณแล้ว ประกอบกับเป็นลูกคนเล็ก ครอบครัวไม่ได้แร้นแค้นนัก แต่โลกกว้างมีอะไรให้หญิงสาวในวัยเริ่มสะพรั่งต้องการออกไปค้นหา อยากมีชีวิตอิสระดั่งนกน้อยโผจากอ้อมอกพ่อแม่
จากบ้านไปทำงานยังต่างถิ่น ปลายทางคือร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองพัทยากับเพื่อน เมื่อปี 2552 ทำงานอย่างสนุกสนานกับชีวิตอิสระได้พบเพื่อนใหม่ทุกวันจากงานที่ทำอยู่ เมื่อ "โคจิ ยาซูคาวา" หนุ่มใหญ่วัย 42 ปี วิศวกรคอมพิวเตอร์ชาวญี่ปุ่น เดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนในเมืองพัทยาเข้ามาในร้าน "อรอุมา" ก็ให้บริการตามหน้าที่อย่างเต็มที่
แต่การพบหน้ากันครั้งแรกกลับสร้างความประทับใจให้ "โคจิ" อยากรู้จักมากกว่านี้ ได้ขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อสานฝันมิตรภาพแห่งรัก ทั้งที่ทั้งคู่ยังไม่รู้ว่าจะใช้ภาษาใดสื่อสารกันให้รู้เรื่อง แต่ภาษามือก็พอช่วยได้ ทำให้อรอุมารู้ว่าเขาขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อจึงให้ไป หลังจากนั้นโคจิได้โทรมาหาหญิงสาวที่เขาหมายปองหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งก็พบอุปสรรคคือคุยกันไม่รู้เรื่อง สื่อสารกันลำบากมาก จึงใช้วิธีส่งเมลหากันและใช้คอมพิวเตอร์ช่วยแปลภาษา จึงพอคุยกันเข้าใจบ้าง สุดท้ายเธอจึงบอกว่าให้เขาไปเรียนภาษาไทยจะได้คุยกันรู้เรื่อง จากนั้นโคจิก็เงียบหายไปจากชีวิตของอรอุมาเป็นเวลานาน 1 ปีเต็มๆ เสมือนว่า มิตรภาพของทั้งสองคงจบลงโดยที่ไม่มีคำลา
แล้ววันหนึ่งของเดือนกุมภาพันธ์ 2554 "โคจิ"ท ก็เมลกลับมาหาเธอและขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาสามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยได้ ทำให้อรอุมารู้สึกแปลกใจไม่น้อย ต่อมาก็ได้รู้ความจริงว่าเหตุที่หายไปและพูดภาษาไทยได้เพราะเขามาใช้ชีวิตร่วมกับสาวไทยที่ จ.หนองคาย แต่ก็ไม่สามารถก้าวเดินไปด้วยกันได้ เขาจึงได้เดินทางกลับบ้านเกิด และย้อนกลับมาติดต่อหาเธออีกครั้งหนึ่ง
"โคจิ" บอกว่าจะไปทำงานที่ประเทศเกาหลี 2 ปี อยากให้อรอุมาไปด้วยในฐานะคู่ชีวิต แต่เธออายุยังน้อย ไม่ได้เตรียมใจคิดว่าจะมีครอบครัว จึงบอกไปว่าประเพณีไทยผู้หญิงจะไปอยู่กับผู้ชายต้องมาสู่ขอและแต่งงานกันให้ถูกต้องตามประเพณีก่อนจึงจะไปด้วยได้ เป็นการบอกที่ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยที่จะให้เขามาสู่ขอแต่งงาน เพราะไม่เคยคิดจะชอบคนต่างชาติ
อีกสองเดือนต่อมา วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 "โคจิ" ได้มาสู่ขอท่ามกลางความลังเลไม่แน่ใจตัวเองของอรอุมา เร็วเกินไปกับการทิ้งชีวิตโสดอิสระ ไปมีครอบครัวที่ต้องดูแล แรงแห่งรักยังไม่มากพอที่จะขับเคลื่อนหัวใจให้อยากแต่งงานผูกมัด เธอได้ปรึกษาคนในครอบครัวอย่างจริงจัง แม่ผู้ที่อาบน้ำร้อนผ่านโลกมาก่อน พอจะแลเห็นอนาคตที่ดีในวันข้างหน้า จึงได้พูดคุยด้วยเหตุผลหลากหลาย ทำให้ในที่สุดเธอเองก็ได้ตกลงรับหมั้นและเข้าพิธีแต่งงานกันอย่างเรียบง่ายที่บ้านเจ้าสาวในอีกหนึ่งเดือนหลังจากนั้น
หลังแต่งงานเพียงวันเดียวทั้งคู่เดินทางไปฮันนีมูนที่เกาหลี พร้อมๆ กับการทำงานของหัวหน้าครอบครัวคนใหม่ อยู่เที่ยวเกาหลี 3 เดือนฉลองชีวิตรักที่นั่นอย่างอบอุ่น จึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ชีวิตช่วงนั้น "โคจิ" ต้องเดินทางไปมาระหว่างเกาหลีและไทยอยู่เป็นประจำ
ทั้งสองใช้ชีวิตคู่แบบเรียบง่าย สบายๆ โดยให้อิสระไว้วางใจ ไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวกันและกัน อาจจะไม่หวานแหววเมือนคู่รักในวัยแรกเริ่มหนุ่มสาว แต่ก็อบอุ่นมีความสุข โคจิเป็นคนน่ารัก ใจดี ให้ทุกอย่างที่เห็นสมควร โดยที่ไม่เคยร้องขอ ถึงแม้เธอและเขาจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็คุยกันทุกวันผ่านโลกออนไลน์ทางเฟซบุ๊ก ทุกสามเดือนโคจิจะเดินทางมาเมืองไทย และพาไปท่องเที่ยวพักผ่อนยังสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองไทยตามประสาคู่รักทุกครั้ง
"ชอบประเทศไทยมาก อยากมาใช้ชีวิตอยู่เมืองไทย เพราะประเทศไทยน่าอยู่ อากาศดี ปลอดโปร่ง คนไทยเป็นคนสนุกสนาน มีวิถีชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติ ไม่รีบเร่ง ไม่เหมือนประเทศญี่ปุ่นที่มีแต่ความแออัด เต็มไปด้วยผู้คนและสิ่งก่อสร้าง ต้องอาศัยอยู่บ้านที่เป็นห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ กันทั้งครอบครัว อาหารไทยก็อร่อย ชอบมากโดยเฉพาะไข่เจียว ไข่ลูกเขย ผัดกะเพราหมูสับ และต้มยำกุ้ง"
"อรอุมา" บอกว่า เขาอายุ 46 ปี รู้สึกว่าตัวเองอายุมากแล้ว อยากจะหาความมั่นคงของชีวิตด้วยการแต่งงานมีครอบครัว เพราะครอบครัวเขาพ่อแม่ก็อายุมากแล้ว 77 ปีทั้งคู่ ส่วนน้องสาวเป็นพยาบาล ก็แต่งงานมีครอบครัวไปนานแล้ว เมื่อแต่งงานกันเขาก็อยากจะมีลูกเลย แต่เธอยังไม่พร้อมเพราะอายุยังน้อย อยากจะเรียนต่อเพื่อเพิ่มเติมดีกรีทางการศึกษา ได้ไปศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สถาบันการศึกษาในระดับอุมศึกษาที่ จ.อุดรธานี และวาดฝันไว้ว่าในอนาคตอันไม่ไกลนี้ เธอจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับคนที่เธอรักในบ้านกับครับครัวเล็กๆ ของเธอที่ได้สร้างไว้ในบริเวณรั้วบ้านของพ่อแม่ที่ จ.หนองบัวลำภู ด้วยความสุขและอบอุ่น ถึงวันนั้นอาจมีพยานรักตัวเล็กๆ มาเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้สมบูรณ์ที่สุด
-----------------------
(เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : ถึงวัน 'ซากุระ' เบ่งบานในใจ : เรื่อง...สุรศักดิ์ เครือคำ // เรียบเรียง...เสาวลักษ์ คงภัคพูน)



