
'ปู'น้ำตาคลออำลาตำแหน่งนายกฯ
07 พ.ค. 2557
'ยิ่งลักษณ์' แถลงน้ำตาคลออำลาตำแหน่งนายกฯ ลั่น 2 ปี 9 เดือน 2 วัน ทำงานมาไม่เป็นอย่างที่โดนกล่าวหา บอกเร็วไปที่จะพูดถึงอนาคตตอนนี้
7 พ.ค. 57 เมื่อเวลา 16.05 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 ว่า ตลอดระยะเวลาที่รัฐบาลนี้ได้ทำหน้าที่ และตนได้ทำหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการที่จะขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาเพื่อพัฒนาประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ในการสร้างสมดุลให้ระบบ เศรษฐกิจ สร้างความแข็งแรงของเศรษฐกิจทั้งภายในและนอกประเทศ ด้านสังคมที่มุ่งสร้างความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ลดช่องว่างของผู้มีรายได้น้อยและผู้มีรายได้มาก เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงการพัฒนาให้ไทยมีบทบาทอยู่ในเวทีของอาเซียนเพื่อเป็นศูนย์กลางเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
"ยืนยันว่าดิฉันและรัฐบาลตั้งใจ ทุ่มเทในการทำงานเพื่อประชาชน ตามที่ประชาชนได้ไว้วางใจเลือกรัฐบาลนี้ โดยยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริตและไม่มีพฤติกรรมการทุจริตหรือการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ใดหรือฝ่าฝืนในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างที่กล่าวหา นอกจากนี้ มีการดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเรื่องการทุจริตเสมอมา"
อดีตนายกฯ กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณพี่น้องข้าราชการที่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ที่สำคัญขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้ใจตนและครม.ได้รับใช้ประชาชนตลอดมาและกำลังใจที่ให้ตลอดการทำงานไม่ว่าช่วงยากลำบากเพียงใดช่วงที่เดือดร้อนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมหรือเหตุการณ์ทางการเมืองก็ได้รับกำลังใจเสมอมา เป็นสิ่งที่ทำให้ตนมีกำลังใจในการทำงานและทำงานด้วยความทุ่มเท ทุกครั้งที่ทำงานเป็นเวลา 2 ปี 9 เดือน 2 วัน ทุกๆ นาที ทุกๆ วันอยู่บนความภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนและก้าวเข้าสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีมาด้วยวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งตนภูมิใจที่ได้ทำงานในหน้าที่นี้ด้วยความตั้งใจและทุ่มเท ต่อไปนี้ไม่ว่าสถานะใดตนขอเดินตามเส้นทางประชาธิปไตยยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม สุดท้ายนี้ไม่ว่าอยู่ตำแหน่งไหน ขอยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนคนไทย ตลอดไป
หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า วางอนาคตทางการเมืองและคิดว่าจะเล่นการเมืองอีกหรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ยิ้มแล้วกล่าวว่า วันนี้เร็วไปที่จะตอบคำถามนี้ เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อถามต่อว่า นายกฯ คิดว่าได้รับความยุติธรรมหรือไม่ นาวสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ขอให้ความเห็นวันนี้เพราะต้องรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการก่อน วันนี้ไม่อยู่ในวิสัยที่จะวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต การทำงานยึดหลักระบบคุณธรรมจริยธรรมมาตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งแต่ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเสียใจเรื่องไหนมากที่สุด นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เสียใจที่ไม่มีโอกาสได้รับใช้พี่น้องประชาชนหลังจากนี้ เชื่อมั่นว่า ไม่ว่าสถานะไหนเราก็เคียงข้างประชาชนและยืนยันจะรับใช้ประชาชนไม่ว่าสถานะไหนก็ตาม ดิฉันเป็นเด็กต่างจังหวัดมีความผูกพันกับประชาชนและที่สำคัญเป็นคนไทยด้วยกันไม่ว่าสถานะไหนก็ทำงานช่วยเหลือประเทศชาติได้
ต่อข้อถามที่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนในการตัดสินใจทางการเมือง นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวย้ำว่า เร็วเกินไปที่จะตอบคำถามนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากการแถลงข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ออกไปพบเครือข่ายสตรีภาคอีสานกว่า 400 คน ที่มารอให้กำลังใจพร้อมมอบดอกกุหลาบโดยตัวแทนสตรีภาคอีสานกล่าวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า "วันนี้ไม่เป็นไร ขอให้สู้ๆ พวกเราพร้อมเลือกผู้หญิงคนนี้เป็นนายกฯ อีก บอกมาเลยว่าเลือกตั้งวันไหนจะไปเลือกแต่วันนี้ขอให้เข้มแข็งไว้ เราพร้อมจะอยู่ข้างนายกฯ เอง" หลังจากนั้นชาวบ้านก็ได้เข้าสวมกอด น.ส.ยิ่งลักษณ์ บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหวร้องไห้พร้อมตะโกนว่า "ยิ่งลักษณ์สู้"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเนื่องจากที่ประชาชนมาให้กำลังใจจำนวนมาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงขึ้นยังบันใดบริเวณสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเพื่อกล่าวขอบคุณพร้อมยกมือไหว้ประชาชนที่มารอต้อนรับก่อนที่ยกมือขึ้นเป็นสัญลักษณ์ว่าสู้ๆ เรียกเสียงโห่ร้องยินดีจากผู้ที่มาสนับสนุน
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินกลับเข้ามาภายในอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเพื่อขึ้นรถส่วนตัวเดินทางกลับโดยมีบรรดาคณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่อยู่ด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้ยกมือไหว้พร้อมกล่าวขอบคุณทุกๆ คนที่ได้ร่วมทำงานและฝ่าฟันอุปสรรคกันมา ทั้งนี้ก่อนที่จะขึ้นรถ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โบกมือเรียกหานายนิวัฒน์ธำรง ซึ่งอยู่ระหว่างพูดคุยกับรัฐมนตรีอื่นก่อนขอจับมือเหมือนเป็นการส่งมอบงานต่อ
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่ 8 พฤษภาคม จะเจอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ที่ใด อดีตนายกรัฐมนตรีได้โบกมือปฏิเสธพร้อมระบุว่า "พรุ่งนี้คงไม่เจอ" ก่อนที่จะขึ้นรถกลับออกไปในเวลา 16.25 น. โดยมีกลุ่มชาวบ้านที่เดินทางมาสนับสนุนและให้กำลังใจต่างโบกมือให้ บางคนถึงกับเข้าไปจับรถและส่งเสียงตะโกนสู้ๆ ส่งท้าย นอกจากนี้แกนนำที่นำมวลชนมาได้ปราศรัยบนรถบรรทุกว่า นายกฯ นั่งรถตู้ทะเบียน 2924 ขอให้พี่น้องโชคดี
'เพื่อไทย' จวกคำวินิจฉัย ศร.วางบรรทัดฐานนอกเหนือกฎหมาย
เมื่อเวลา 14.55 น. นายโภคิน พลกุล พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพการดำรงตำแหน่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า
1. พรรคเพื่อไทยได้มีแถลงการณ์ถึงพี่น้องประชาชนและทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องว่า ประเทศจะเดินหน้าไปตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ และจะแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เป็นอยู่ไม่ให้บานปลายจนเกิดกลียุคได้ ก็ด้วยการเลือกตั้งและการตั้งอยู่บนความเที่ยงธรรม ปราศจากอคติของทุกฝ่าย และทุกองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
2. พรรคเพื่อไทยได้ย้ำและชี้ให้เห็นมาโดยตลอดว่า มีขบวนการสมคบคิดกันเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ ล้มล้างการเลือกตั้ง มุ่งทำลายล้างฝ่ายประชาธิปไตยมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยความร่วมมือของพรรคการเมืองบางพรรค กปปส.และองค์กรตามรัฐธรรมนูญบางองค์กร ด้วยการไม่ยอมรับการเลือกตั้ง การเสนอให้มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง การกลั่นแกล้งรัฐบาลที่ยึดหลักประชาธิปไตยตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย ด้วยการยุบพรรคและตัดสิทธิการเมืองกรรมการบริหารพรรคทุกคนเป็นเวลา 5 ปี จนถึงการใช้ทุกกระบวนการเพื่อทำลายนายกรัฐมนตรีตั้งแต่นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยไม่สุจริต
3. พรรคเพื่อไทยขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า พรรคอาสาเข้ามารับใช้ประชาชนด้วยจิตสำนึกที่เคารพในอำนาจของประชาชน ด้วยการนำเสนอนโยบายต่างๆ ที่จะทำให้ประชาชนมีความผาสุก มุ่งมั่นทำงานทุกอย่างให้เป็นไปตามนโยบาย แม้จะถูกขัดขวางและใส่ร้ายป้ายสีมาโดยตลอดโดยขบวนการสมคบคิดดังกล่าว พรรคเชื่อมั่นในวิจารณญาณของพี่น้องประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนบนพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ความเที่ยงธรรมและความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน
4. พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่า ตราบใดที่ขบวนการสมคบคิดยังดำเนินต่อไป จะมีการละเมิดหลักการประชาธิปไตยและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างไม่จบสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการรัฐประหารในรูปแบบใหม่เพื่อสร้างระบอบการปกครองใหม่ที่ทำลายความหวังของพี่น้องประชาชนที่จะเห็นประเทศก้าวหน้าไปบนวิถีทางประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม พี่น้องประชาชนจะได้เห็นความพยายามของพรรคประชาธิปัตย์ กปปส.และองค์กรตามรัฐธรรมนูญบางองค์กร ที่จะไม่ให้เกิดการเลือกตั้งในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 และให้มีนายกฯ และคณะรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
5. พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการใช้อำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญก็ดี ป.ป.ช.ก็ดีที่กระทำต่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ล้วนเป็นไปด้วยความเร่งรัด เร่งรีบ ผิดปกติ ไม่ให้โอกาสอ้างอิงพยานและรับฟังคำพยานได้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น และบ่อยครั้งสอดคล้องกับการแถลงของ กปปส. และ ฝ่ายที่ต้องการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้และที่ผ่านมาได้วางบรรทัดฐานนอกเหนือจากตัวบทกฎหมายและเจตนารมณ์ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง จนทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากประชาชนได้ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ก็ไม่เป็นไปตามมาตรา 181 ที่บัญญัติว่าคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ตามมาตรา 180 ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ นั่นคือถ้ายังมีสภาผู้แทนราษฎรอยู่ก็ไปเลือกนายกรัฐมนตรีกันใหม่แล้วมีคณะรัฐมนตรี แต่ถ้าไม่มีสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องไปเลือกตั้งจนได้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต่อไป
6. พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและความถูกต้องเที่ยงธรรมทั้งหลาย ร่วมกันต่อต้านขบวนการสมคบคิดดังกล่าวโดยใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การชุมนุม การร้องเรียน แจ้งความร้องทุกข์ ดำเนินคดีและ การต่อต้านโดยสันติวิธีทุกรูปแบบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 69 เพื่อมิให้การดำเนินการของขบวนการสมคบคิดบรรลุผล
7. พรรคเพื่อไทยขอให้อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกพรรคทุกคน ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นอยู่ และความมุ่งหมายของขบวนการสมคบคิดที่ต้องการทำลายระบอบประชาธิปไตย และร่วมมือกับพี่น้องประชาชนเพื่อต่อต้านขบวนการดังกล่าวอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสันติสุขของสังคมต่อไป
8. พรรคเพื่อไทยขอย้ำอีกครั้งว่า กกต.และรัฐบาลต้องเร่งรัดให้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 และขอให้ทุกพรรคการเมือง ทุกฝ่ายร่วมมือกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นโดยสุจริต เพื่อเป็นทางออกของความขัดแย้ง ดังที่ปฏิบัติกันในนานาประเทศและประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยยอมรับผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายโภคิน กล่าวว่า พรรคมีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัย หากเห็นว่าสิ่งที่วินิจฉัยไม่เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ส่วนผลคำวินิจฉัยนั้นไม่เกี่ยวข้องกับทางพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ภายหลังที่ทางแกนนำพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวแล้วเสร็จ ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมายืนรอมอบดอกไม้ให้แกนนำพรรคเพื่อไทยเพื่อให้กำลังใจ พร้อมพูดว่า “สู้ๆ”
'นพดล' ชี้ ศาลให้น้ำหนักความจำเป็นโยกย้าย 'ถวิล' น้อยเกินไป
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เหนือความคาดหมายที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง โดยตัดสินว่าไปก้าวก่ายแทรกแซงกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี รวมถึงรัฐมนตรีที่ร่วมประชุมในวันดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ เนื้อหาในคำตัดสินส่วนใหญ่พูดถึงการกระทำของนายกฯ และครม.เสียยืดยาว แต่ใช้เวลาสั้นๆ พูดถึงเหตุผลของรัฐบาลที่ต้องโยกย้ายนายถวิล ซึ่งศาลให้น้ำหนักและความจำเป็นในการย้ายนายถวิลน้อยเกินไป
"วันนี้ชัดเจนว่าหลักการแบ่งแยกอำนาจที่ให้อำนาจบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ ตรวจสอบถ่วงดุลกันนั้นถูกทำลายลงจนมีคนตั้งคำถามว่า อำนาจของฝ่ายบริหารที่มาจากประชาชนถูกครอบงำโดยอำนาจตุลาการเกินไปแล้วหรือไม่ เพราะการโยกย้ายข้าราชการประจำเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารที่ต้องจัดคนให้เหมาะสมกับงาน ประเทศไทยมีประชาธิปไตยแค่เพียงรูปแบบ แต่ในเนื้อหาความเป็นประชาธิปไตยแทบไม่เหลือแล้ว เพราะกลไกต่างๆ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน เช่น วุฒิสภาที่มีสมาชิกเพียงครึ่งเดียวที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน จึงไม่ได้ตระหนักในสถานะและหน้าที่ของตนเอง"
นายนพดล กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่าคำวินิจฉัยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและหลักกฎหมาย และคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็คงไม่เห็นด้วย และจะคัดค้านคำวินิจฉัยตามกรอบกฎหมายโดยสันติวิธี อย่างไรก็ตาม การชุมนุมของคนเสื้อแดงคงมีคนมาร่วมชุมนุมคัดค้านศาลรัฐธรรมนูญเป็นจำนวนมาก แต่การคัดค้านคงจะสงบและสันติ ส่วนรัฐนมตรีที่ไม่ถูกตัดสินให้ออกจากตำแหน่ง คงต้องทำหน้าที่ต่อไป และเดินหน้าออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง เพราะประเทศเราเสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมากแล้ว ต้องให้ประชาชนใช้อำนาจผ่านการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด
'ภูมิธรรม' แจง ขอใช้สิทธิ์ตามรธน.แสดงความเห็นต่างทางก.ม.
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อศาลตัดสินออกมาเช่นนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่ยอมรับ แต่เราก็ต้องใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 69 ในการวิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นต่างทางกฎหมายว่าศาลตีความเกินรัฐธรรมนูญ ส่วนครม.จะทำตามคำวินิจฉัยหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของครม.ที่จะตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ยังดีที่คำตัดสินไม่ได้เกินเลยอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์คือ ตัดสินให้ครม.พ้นไปทั้งคณะ แต่ส่วนตัวคิดว่า ไม่ว่าจะทำตามคำสั่งศาลหรือไม่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง เพราะหากทำตามคำสั่งก็ยังมีครม.ที่เหลือทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ได้ และไม่กระทบต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต แต่อยากเรียกร้องให้กกต.ทำหน้าที่ของตนเองในการหารือกับรัฐบาลเพื่อออกพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว
ทีมก.ม.พท.ชี้ ศร.เอาเรื่องที่ไม่ใช่ประเด็นมาเป็นประเด็น
นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญพยายามอ้างว่า การโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี มีการปลอมแปลงเอกสาร เป็นไปอย่างเร่งรีบ เนื่องจากมีการออกเอกสารในวันอาทิตย์ที่ 4 ก.ย. แต่เอกสารที่ให้ความเห็นชอบกลับระบุเป็นวันจันทร์ที่ 5 ก.ย.ว่า เหมือนกับศาลจะเอากระพี้มาเป็นแก่น เอาจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ มาเป็นประเด็น ทั้งๆ ที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะศาลปกครองสูงสุดเคยชี้ไว้แล้วว่า วันที่ 4 หรือ 5 ก.ย.ไม่ใช่สาระสำคัญ ถือว่าได้ทำถูกต้องตามกระบวนการแล้ว แต่ศาลรัฐธรรมนูญไปเอามาเป็นประเด็น ทั้งนี้ กระบวนการจัดทำเอกสารครม.มักจะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว
พท.อวย 'นิวัฒน์ธำรง' เหมาะนั่งนายกฯ สกัด 'มาร์ค-สุเทพ-40ส.ว.' เลิกฝันนายกฯคนกลาง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษมีมติแต่งตั้ง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ทำหน้าที่รักษาการแทนนายกฯ ว่า ครม.ทำตามระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน โดยนายนิวัฒน์ธำรง เป็นรองนายกฯ ลำดับที่ 2 ถัดจากนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งพร้อมกับนายกฯ ทั้งนี้ ตนมองว่านายนิวัฒน์ธำรง เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในการบริหาร รวมทั้งเป็นมือประสานกับทุกฝ่ายได้ และอยู่ในครม.มาโดยตลอด ย่อมที่จะรู้ปัญหาและสานงานของรัฐบาลต่อในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนได้
อย่างไรก็ตาม อยากเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. และกลุ่ม 40 ส.ว. เลิกฝันที่จะได้นายกฯ มาตรา 7 หรือนายกฯ คนกลางได้แล้ว ควรหันมาเล่นการเมืองในระบบ มุ่งสู่การเลือกตั้งโดยให้นายสุเทพ เลิกชุมนุมและเรียกอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กลับไปหาเสียง รวมทั้งเสนอนโยบายปฏิรูปผ่านระบบพรรคการเมือง ไม่ต้องไปหาคนกลางให้บ้านเมืองวุ่นวาย แต่ควรไปหาคนกลางคือปวงชนชาวไทย 65 ล้านคนที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค.จะดีกว่า



