
'ปู'สิ้นสภาพ'นิวัฒน์ธำรง'รักษาการ
07 พ.ค. 2557
มติเอกฉันท์ ศร.ฟัน 'ยิ่งลักษณ์' พ้นเก้าอี้ ครม.ร่วมลงมติโยก 'ถวิล' โดนหางเลขด้วยอีก 9 คน 'นิวัฒน์ธำรง' ลั่น ไม่หนักใจนั่งรักษาการนายกฯ
7 พ.ค. 57 เมื่อเวลา 12.20 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 9 คน ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กับคณะ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี จะสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) ประกอบมาตรา 268 หรือไม่ จากกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยประธานศาลรัฐธรรมนูญ มอบหมายให้นายเฉลิมพล เอกอุรุ และนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้อ่านคำวินิจฉัย
นายเฉลิมพล กล่าวว่า กรณีที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีว่าจะสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) ประกอบมาตรา 268 หรือไม่นั้น แม้ผู้ร้องจะระบุว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรี ได้สิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อมีการยุบสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 (2) แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 181 ระบุ ให้คณะรัฐมนตรียังคงต้องทำหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ดังนั้นความเป็นนายกฯ ยังไม่สิ้นสุดลง จนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ นายกฯ ยังไม่พ้นจากตำแหน่งโดยเด็ดขาด ซึ่งแตกต่างจากกรณีอื่น เช่น คดีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกปลดออกจากราชการทหาร เพราะกรณีดังกล่าวผู้ถูกร้องไม่ได้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. แล้ว แต่กรณีนี้นายกฯ ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญจึงมีอำนาจรับกรณีนี้ไว้พิจารณา
นายอุดมศักดิ์ กล่าวว่า โดยการโอนย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ใช้เวลาเพียง 4 วัน แสดงให้เห็นว่าเป็นการดำเนินการเร่งรีบ ผิดสังเกต รวบรัด ปราศจากเหตุผลอันสมควรที่ต้องรวดเร็ว ทั้งยังปรากฏการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้เห็นเป็นพิรุธจากภาพถ่ายเอกสารราชการสำคัญได้แก่บันทึกข้อความจากสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกฯ ที่ นร.0401.2/8303 ที่ศาลมีคำสั่งเรียกมาจากสำนักเลขาธิการนายกฯ ระบุวันที่ทำหนังสือดังกล่าวเป็นวันที่ 5 ก.ย. 54 แต่ภาพถ่ายบันทึกข้อความฉบับเดียวกันที่ได้จากนายถวิล
ก่อนหน้านั้นกลับระบุวันที่เป็นวันที่ 4 ก.ย. 54 ซึ่งแสดงว่าต้องมีการแก้ไขวันที่ที่ทำให้เอกสารผิดเท็จไปจากความจริง โดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อปกปิดความจริงที่มีความขัดแย้งกันในกระบวนการขอความเห็นชอบนี้ จึงส่อแสดงให้เห็นถึงความไม่ปกติในการดำเนินการ เป็นการพิรุธโจ่งแจ้ง เป็นการดำเนินการมิชอบด้วยกฎหมายเมื่อการกระทำดังกล่าวเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร. ซึ่งเป็นญาติผู้ถูกร้องมีโอกาสขึ้นดำรงตำแหน่งผบ.ตร.การกระทำผู้ถูกร้องจึงมีการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมีผลประโยชน์ทับซ้อน มีวาระซ่อนเร้น ถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยสุจริต ไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรม นอกจากนี้เมื่อพิจารณาเหตุผลการโอนย้ายนายถวิล ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ โดยเหตุผลของผู้ถูกร้องไม่อาจรับฟังได้ว่าการโอนย้ายนายถวิล เป็นไปตามประโยชน์ราชการที่ได้แถลงต่อรัฐสภา และเป็นการดำเนินการเร่งรีบ มีเหตุควรเชื่อได้ว่าปัจจัยในการโอนย้ายนี้เป็นความประสงค์ให้ตำแหน่งเลขาธิการ สมช.ว่างลง เพื่อให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี มาดำรงตำแหน่งแทนทำให้ตำแหน่ง ผบ.ตร.ว่างลงและสามารถแต่งตั้งเครือญาติผู้ถูกร้องมาเป็น ผบ.ตร.แทน
นายอุดมศักดิ์ อ่านต่อว่า เมื่อพิจารณาเอกสารหลักฐานเห็นว่าการโยกย้ายนายถวิล จึงเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเดียวกัน เชื่อมโยงกับการแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็น ผบ.ตร. โดยผู้ถูกร้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อในหลายขั้นตอน แม้ว่าจะปฏิเสธว่าไม่ใช้เป็นผู้ริเริ่มก็ตาม จึงเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่าการกระทำของผู้ถูกร้องเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของตนเองและเครือญาติเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงข้าราชการประจำมิได้ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติแต่อย่างใดแต่เป็นการกระทำที่มีเจตนาอำพรางแอบแฝงเพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้องขาดจริยธรรมคุณธรรมถูกต้องชอบธรรมในการใช้อำนาจหน้าที่ภายใต้วัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 นอกจากนี้ผู้ถูกร้องไม่ส่งเอกสารหลักฐานปรากฏว่านายถวิล ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลข้างต้นศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติว่าผู้ถูกร้องใช้สถานะ หรือตำแหน่งการเป็นนายกฯ เข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง เป็นการกระทำต้องห้ามมาตรา 266 (2) (3) และต้องห้ามตาม ม.268 ประกอบ อันมีผลทำให้ความเป็นรัฐมนตรีผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัวรัฐธรรมนูญตามมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7)
จากนั้นนายจรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยว่า เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัวแล้ว ผู้ถูกร้องไม่สามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้อีกต่อไป นอกจากนี้เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของผู้ร้องถูกร้องสิ้นสุดลงแต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีครม.ชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ เหมือนกรณีนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ฉะนั้นเเมื่อความเป็นรัฐมนตรีผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ย่อมทำให้ครม.ที่เหลืออยู่ที่ไม่ขาดคุณสมบัติต้องห้ามของความเป็นรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะครม.ชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่
อย่างไรก็ตามหากรัฐมนตรีคนใดได้กระทำการให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัว ก็ย่อมมีผลให้รัฐมนตรีคนนั้นไม่อาจอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปในคดีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำระดับสูงจะต้องได้รับการอนุมัติจาก ครม.ก่อน ดังนั้นในคดีนี้หากรัฐมนตรีคนใดมีส่วนร่วมในการลงมติโอนย้าย หรือแทรกแซงข้าราชการประจำในการโอนย้ายนายถวิล ย่อมเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของบุคคลนั้นสิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัวตามไปด้วย และไม่อาจอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าครม.ชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่
นายจรูญ กล่าวต่อว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าการโยกย้ายนายถวิล ให้พ้นจากเลขาธิการ สมช.เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เพื่อขออนุมัติอย่างเร่งรีบ รวบรัด ในลักษณะที่ไม่เป็นไปตามปกติ เป็นวาระเพื่อทราบจรในวันที่ 6 ก.ย. 54 ซึ่งครม.มีมติเอกฉันท์อนุมัติโยกย้ายให้ข้าราชการประจำพ้นจากตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายภายในวันเดียวกันนั้นเอง รัฐมนตรีทุกคนที่ร่วมประชุมและลงมติในวันนั้นจึงมีส่วนร่วมโดยทางอ้อมในการก้าวก่ายแทรกแซง เป็นการกระทำต้องห้ามตามมาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 (2) (3) เป็นเหตุให้ความรัฐมนตรีเหล่านั้นสิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัวตามมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) ไปด้วย
นายจรูญ กล่าวว่า อาศัยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์จึงวินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องใช้สถานะในตำแหน่งการเป็นนายกฯ เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ตัวเองและผู้อื่น ในเรื่องการบรรจุแต่งตั้ง โยกย้าย โอนหรือการพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการ จึงต้องด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 (2) (3) และมาตรา 268 อันมีผลทำให้ความเป็นรัฐมนตรีผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัวตาม 182 (7) และรัฐมนตรีที่ร่วมลงมติประชุม ครม.เมื่อ 6 ก.ย. 54 ที่มีส่วนร่วมก้าวก่าย แทรกแซงข้าราชการประจำอันต้องห้ามตาม 268 จึงทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดเป็นการเฉพาะตัวด้วย
นายจรูญ กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ดำเนินการแต่งตั้งนายกฯคนใหม่ตามมาตรา 172 และมาตรา 173 นั้นไม่อยู่ในขอบเขตการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยในคดีนี้ ศาลจึงไม่พิจารณาวินิจฉัยและยกคำร้องทั้งนี้ให้คัดสำเนาคำวินิจฉัยได้เมื่อพ้น 15 วัน หลังจากมีคำวินิจฉัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พบว่ามีรัฐมนตรีที่อยู่ในรัฐบาลรักษาการ จำนวน 10 คน ที่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 6 ก.ย. 2554 ประกอบด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและ รมว.คลัง นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมต.สำนักนายกฯ และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที
สำหรับรัฐมนตรี ที่ยังสามารถยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ อีก 25 คน ได้แก่ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ นายพงศ์เทพ เทพกาญนา รองนายกฯ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตร นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์ รวม.ท่องเที่ยว นางปวีณา หงสกุล รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม พล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม นายพ้อง ชีวานันท์ รมช.คมนาคม นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นายพงษ์ศักดิ์ รัตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.หมาดไทย นายวิสาร เตชะธีวัฒน์ รมช.มหาดไทย นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย นายชัยเกษม นิติศิริ รมว.ยุติธรรม นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิชย์ รมช.ศึกษาธิการ นายแพทย์ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข นายสรวงศ์ เทียนทอง รมช.สาธารณสุข นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม
รายชื่อ ครม.ปู 1
1. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นรองนายกฯ และรมว.มหาดไทย
2. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรองนายกฯ
3. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นรองนายกฯ
4. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์
5. นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกฯ และรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
6. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์เป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
7. น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์เป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
8. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภาเป็นรมว.กลาโหม
9. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เป็นรมว.คลัง
10. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เป็นรมช.คลัง
11. นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์เป็นรมช.คลัง
12. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุลเป็นรมว.การต่างประเทศ
13. นายสันติ พร้อมพัฒน์เป็นรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
14. นายธีระ วงศ์สมุทรเป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์
15. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐเป็นรมช.เกษตรฯ
16. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็นรมว.คมนาคม
17. พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก เป็นรมช.คมนาคม
18. นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์เป็นรมช.คมนาคม
19. นายปรีชา เร่งสมูบรณ์สุขเป็นรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
20. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพเป็นรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
21. นายพิชัย นริพทะพันธุ์เป็นรมว.พลังงาน
22. นายภูมิ สาระผล เป็นรมช.พาณิชย์
23. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เป็นรมช.พาณิชย์
24. นายชูชาติ หาญสวัสดิ์เป็นรมช.มหาด ไทย
25. นายฐานิสร์ เทียนทอง เป็นรมช.มหาด ไทย
26. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นรมว.ยุติธรรม
27. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ เป็นรมว.แรงงาน
28. นางสุกุมล คุณปลื้ม เป็นรมว.วัฒนธรรม
29. นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นรมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
30. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็นรมว.ศึกษาธิการ
31. นางบุญรื่น ศรีธเรศเป็นรมช.ศึกษาธิการ
32. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล เป็นรมช.มหาดไทย
33. นายวิทยา บุรณศิริ เป็นรมว.สาธารณสุข
34. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์นเป็นรมช.สาธารณสุข
35. นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็นรมว.อุตสาหกรรม
สนง.ศร. สั่งจนท.กลับบ้านด่วน หลังศาลอ่านคำวินิจฉัย หวั่นความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังคณะตศร.ได้อ่านคำวินิจฉัยเสร็จแล้ว ทางสำนักงานก็ได้มีการประกาศทางเสียงตามสายภายในสำนักงานให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เดินทางกลับบ้านก่อนเวลาเลิกงาน เพื่อจะได้มีการดูแลในเรื่องความปลอดภัยของบุคคลและสถานที่ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีเหตุไม่ปกติ ทางสำนักงานก็จะมีการพิจารณาให้เจ้าหน้าที่หยุดมาปฏิบัติงานที่สำนักงาน นอกจากนี้ยังพบว่ามีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดบริเวณฝั่งตรงข้ามด้านหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และมีกระแสข่าวกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชนจะเดินทางมาคืนพื้นที่ชุมนุมที่พระพุทธะอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ ชุมนุมอยู่ในวันพรุ่งนี้ โดยนัดรวมตัวเวลา 09.00 น.ที่วงเวียนอนุสาวรีย์ปราบกบฏ บางเขน และจะเคลื่อนขบวนในเวลา 11.00 น. เพื่อขอคืนพื้นที่ถนนแจ้งวัฒนะและคืนความสุขให้กับประชาชน
'จรัญ' ไม่กังวล ศร.เป็นคู่ขัดแย้งการเมือง
นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยภายหลังการอ่านคำวินิจฉัย ว่า เมื่อศาลวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องสิ้นสภาพความเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) นั้น กระบวนการหลังจากนี้ก็เป็นเรื่องฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปจัดการเรื่องการให้รองนายกรัฐมนตรีมารักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ เพราะกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญถือว่าได้สิ้นสุดลงแล้ว ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะรมว.กลาโหม ต้องสิ้นสุดลงด้วยหรือไม่นั้น ก็เป็นประเด็นที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องไปพิจารณา เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่ปรากฏอยู่ในคำร้อง
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ภายหลังจากมีคำวินินิจฉัยแล้วศาลจะเป็นคู่กรณีทางการเมือง นายจรัญ กล่าวว่า ในเมื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชการ จะมีความเกรงกลัวไม่ได้ เพราะเราได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เมื่อตอนเรารับเงินเดือนยังไม่มีความกลัว แล้วตอนปฏิบัติหน้าที่จะกลัวได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ได้แสดงความอหังการ หรือการไปพูดตอบโต้คนที่ไม่เห็นด้วย มันไม่ใช่หน้าที่
ครม.มอบ 'นิวัฒน์ธำรง' นั่งรักษาการนายกฯ
เมื่อเวลา 15.15 น. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ แถลงว่า ตามที่สื่อมวลชนเสนอรายชื่อรัฐมนตรี 9 คน ที่สิ้นสภาพก็ตามนั้น แต่ทั้งนี้ ครม.มีมติให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ไม่ชัดเจน กรณีการสิ้นสภาพของรัฐมนตรีบางคนที่ดำรงตำแหน่งในครม. 'ยิ่งลักษณ์ 1' และได้เว้นช่วงไปเป็นปี แล้วกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อาทิ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ครม. 'ยิ่งลักษณ์ 1' ดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม และเว้นช่วงไป และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รมช.กลาโหม จึงจะขอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกายกร่างหนังสือสอบถามศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าว ส่วนกรณีที่ขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกฯ เพียงตำแหน่งเดียว แต่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมด้วย จะไม่มีการสอบถามแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ด้านหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้มีมวลชนกลุ่มสตรีมากกว่าหนึ่งร้อยคน เดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยพากันตะโกน "ยิ่งลักษณ์ สู้ๆ"
'นิวัฒน์ธำรง' ลั่น ไม่หนักใจนั่งรักษาการนายกฯ
เมื่อวันที่ 16.30 น. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เหลือ เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของครม.การแบ่งงานต่างๆ รวมทั้งการพิจารณาเรื่องร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง และบทบาทของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่รัฐมนตรีบางคนใน ศอ.รส.ถูก ศร.วินิจฉัยพ้นสภาพรัฐมนตรี ทั้งนี้ ครม.รักษาการ ไม่สามารถพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายได้ แต่หน้าที่หลักคือดำเนินการให้จัดการเลือกตั้ง ทำหน้าที่ดูแลประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการแผ่นดิน และรัฐธรรมนูญมาตรา 181 อย่างไรก็ตามตนไม่หนักใจที่ต้องเข้ามาทำหน้าที่แทนนายกฯ
เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงตำแหน่ง รมว.กลาโหม อยู่หรือไม่ และยังสามารถเข้าร่วมประชุมในฐานะ รมว.กลาโหม ได้อีกหรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ยังไม่ทราบ จะหารือกันอีกครั้ง เพราะเรื่องนี้มีคำถามว่าต้องพ้นจากสภาพความเป็นรัฐมนตรีเพียงแค่นายกฯหรือรวมถึง รมว.กลาโหมด้วยหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลคดีโครงการรับจำนำข้าว กังวลว่าจะส่งผลต่อรัฐบาลอีกหรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว ว่า คดีนี้เป็นการกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าปล่อยปละละเลยให้โครงการดังกล่าวส่งผลต่อประเทศ จึงต้องรอคำตัดสินของ ป.ป.ช. ต่อข้อถามว่าคิดว่าจากนี้จะมีอุบัติเหตุทางการเมืองจนไมสามารถจัดการเลือกตั้งได้หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เราจะสามารถจัดการเลือกตั้งเพื่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่โดยเร็ว ยอมรับว่ารัฐบาลรักษาการคงทำหน้าที่ไม่ได้เต็มที่แต่หวังว่าการเมืองจากนี้ไปคงไม่ร้อนแรงแล้วเพราะศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ เสร็จเรียบร้อย จึงไม่น่าจะมีประเด็นอะไรเกิดขึ้นมาอีกและขอความร่วมมือประชาชนทุกกลุ่มทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยตามกรอบรัฐธรรมนูญทั้งการเลือกตั้งและะการปฏิรูปประเทศ
เมื่อถามว่าจะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ค.นี้หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ต้องมีการหารืออีกครั้ง



