ข่าว

คำต่อคำ!คำให้การ'ปู'แก้ต่างคดีย้ายถวิล

คำต่อคำ!คำให้การ'ปู'แก้ต่างคดีย้ายถวิล

07 พ.ค. 2557

คำต่อคำ!คำให้การ'ปู' แก้ต่างคดีย้ายถวิล

               หมายเหตุ: เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตามที่ถูกร้องให้พิจารณาความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ เพราะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

               ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์อ้างกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า ได้มอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เพื่อกำหนดและพิจารณาบุคลากร ซึ่งผู้รับมอบอำนาจ ก็เข้าใจในการกำหนดแผนงานที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยได้มอบ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ดูแลสมช. ส่วนร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วน น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ ดูแลสำนักนายกรัฐมนตรี

               น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่า ไม่ได้ก้าวก่ายหรือแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย เพราะคณะรัฐมนตรีต้องใช้ดุลพินิจในการบริหารแผ่นดิน เพื่อประโยชน์สูงสุด ไม่ได้คาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้า หรือวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน แต่คำนึงประโยชน์สูงสุดของประเทศ

               "ดิฉันไม่ได้คำนึงถึงความเป็นเครือญาติ ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ได้หย่าขาดกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ แล้วด้วย จึงพิสูจน์ได้ว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ จะหมดอายุราชการแล้ว ก็ไม่ได้มาอยู่ในครม.ของดิฉันใดๆ การโยกย้ายก็ไม่ได้เร่งรีบ แต่การบริหารราชการเราต้องเร่งมือในการปฏิบัติ หัวหน้าส่วนราชการมีความสำคัญในการปฏิบัติ ก็ต้องมีผู้รับผิดชอบในการบริหาร ดิฉันไม่ได้รับประโยชน์ในการแต่งตั้งราชการกระทรวงใดๆ”

               นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว. ที่ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ถามกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้มีในบันทึกถ้อยคำว่า การเป็นรัฐมนตรีของข้าพเจ้าต้องสิ้นลงหลังยุบสภา จะให้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 182 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงว่า “ได้ประกาศยุบสภาไปแล้ว คืนอำนาจให้ประชาชน จึงไม่มีสถานะเป็นรัฐมนตรีในครม.ปัจจุบันแล้ว”

               นายไพบูลย์ ถามอีกว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 181 ครม.จะต้องรักษาการอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ต่อไป น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ขอเรียนว่าการยุบสภา นายกฯ ได้พ้นจากครม.ชุดปัจจุบันแล้ว แต่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้เป็นครม.ชุดปัจจุบันแล้ว"

               ต่อมา นายจรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ถามว่า ในการโยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ไปเป็นเลขาธิการสมช. ดูความมั่นคง แต่ทำไมย้ายไปเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นดุลพินิจของ พล.ต.อ.โกวิท ในการโยกย้ายทุกครั้งที่มีการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายไม่ได้มีการพูดถึงตำแหน่งข้างหน้า ส่วนการย้ายไปเป็นปลัดคมนาคม เกิดจากการทาบทามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งก็ให้ดุลพินิจของรัฐมนตรี เป็นการโยกย้ายตามฤดูกาล ดิฉันไม่ทราบถึงอนาคตข้างหน้าว่าตำแหน่งคมนาคมจะหมดลงเมื่อไหร่”

               นายจรูญ ถามถึงหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจการย้าย พล.ต.อ.วิเชียร มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมช.ว่าเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “อยู่ในดุลพินิจของ พล.ต.อ.โกวิทได้พิจารณาแล้ว ดิฉันได้ทราบไว้ล่วงหน้าว่า พล.ต.อ.โกวิทได้ทาบทามแล้ว คุ้นเคยกัน เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาดูแลความมั่นคง ตามนโยบายที่แถลงไว้ในรัฐสภา และมีเรื่องความไว้วางใจด้วยในการพิจารณา เพื่อให้งานบรรลุผล ซึ่งพล.ต.อ.โกวิทเรียนว่า ที่ขอย้ายเพราะนายถวิลเคยร่วมกับ ศอฉ. ซึ่งเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ ขณะนั้นมีความรุนแรงมีคนเสียชีวิต ซึ่งต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วย การที่ใครจะมาเป็นสมช. ก็ต้องพิจารณาในเรื่องความไว้วางใจด้วย ส่วนตัวไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องโยกย้ายแต่อย่างใด เป็นเพียงผู้ลงนามเสนอเข้าครม.เท่านั้น"

               "ได้ทราบจาก พล.ต.อ.โกวิท ว่า พล.ต.อ.วิเชียรก็มีความสมัครใจในการย้ายมาเป็น เลขาฯ สมช. ถือว่าเป็นการสมัครใจแล้ว ถ้าไม่สมัครใจ ไม่ว่าจะขู่เข็ญอย่างไรก็คงทำไม่ได้ โดย พล.ต.อ.โกวิทก็เคยบอกว่า สมัยหนึ่งก็เคยโดนโยกย้ายซึ่งนำไปสู่การร้องศาลปกครองในที่สุด"

               นายนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถามว่า หนังสือเสนอย้ายนายถวิล มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่า ขั้นตอนเป็นเรื่องของฝ่ายปฏิบัติที่รองนายกฯ ดำเนินการ แต่การโยกย้ายครั้งนี้อยู่ในช่วงฤดูโยกย้ายปกติ

               นายนุรักษ์ ถามว่า การโยกย้ายเป็นอำนาจหน้าที่ตามที่แถลงไว้ในรัฐสภา เป็นการเร่งด่วน เป็นนโยบายอย่างไรที่ต้องย้ายเร่งด่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “การโยกย้ายเป็นไปตามฤดูกาล และเราเห็นว่าทุกตำแหน่งมีความสำคัญ ในปีแรกเรามี 16 นโยบาย พร้อมทั้งประสบกับปัญหาอุทกภัย จึงต้องเร่งนำนโยบายเหล่านี้ไปปฏิบัติ ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ต้องรับนโยบายไปปฏิบัติ"

               นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถามว่า ในฐานะนายกฯ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ได้มีการระมัดระวังในการพิจารณาในเรื่องเครือญาติ ถึงแม้จะไม่นามสกุลเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ในการบริหารราชการแผ่นดิน ยึดหลักประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ข้าราชการทุกคน ซึ่งแทรกแซงไม่ได้ การพิจารณาพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ นึกถึงความอาวุโส ผลงาน ปราบปรามยาเสพติด ขณะเดียวกันนโยบายปราบปรามยาเสพติด เป็นนโยบายเร่งด่วน เพราะก่อนที่จะมารับตำแหน่งก็มีปัญหายาเสพติดเข้ามามากมาย"

               “ขณะที่เสนอไม่ได้มองความเป็นญาติ มองในเรื่องความเหมาะสม ผลงาน และมติ ก.ต.ช. ก็เห็นชอบโดยเอกฉันท์ พล.ต.อ.วิเชียรก็เห็นชอบด้วย ถึงแม้ดิฉันจะเสนอตำแหน่งผบ.ตร. แต่ถ้า ก.ต.ช.ไม่เห็นด้วย ก็ตกไป เช่นเดียวกับสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้เสนอให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็นผบ.ตร. แต่ ก.ต.ช.ไม่เห็นด้วยเรื่องก็ตกไป นอกจากนี้ดิฉันได้แต่งตั้ง พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นเสนาธิการทหารบก ถึงแม้พ่อของ พล.อ.อักษรา คือ พล.อ.สายหยุด เกิดผล จะมีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกันก็ตาม”


..............

( หมายเหตุ : คำต่อคำ!คำให้การ'ปู' แก้ต่างคดีย้ายถวิล )