
"พท.-เสื้อแดง"ตีปีกทวงบัญชีแค้น ปชป.
ถือเอาเคล็ด "ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ในช่วงนาทีทอง "ฟ้าเปิด" หลัง "กระแสและบารมีคนชื่อทักษิณ ชินวัตร" สามารถนำทัพเพื่อไทยคว้าชัยชนะจากสนามชี้วัด "บารมีแม้ว-เนวิน"
นั่นคือ การเลือกตั้งซ่อมจังหวัดสกลนคร โดยค่ายเพื่อไทยปิดบัญชีแค้นเนวิน เอาชนะผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยหลายหมื่นคะแนนและโกยคะแนนมาได้อย่างท่วมท้น จนคู่แข่งอย่างพรรคภูมิใจไทยต้องยอมรับความพ่ายแพ้โดยดุษณี
และยังไม่นับรายงานข่าวจากโพลล์ของพรรคเพื่อไทยที่รายงาน "นายใหญ่" แบบคอนเฟิร์มแล้วว่า ศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งล่าสุดที่ศรีสะเกษ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคเพื่อไทย จะชนะแบบนอนมาอย่างแน่นอน
สร้างความฮึกเหิมให้คนในพรรคไทยรักไทย หลัง "ยุทธศาสตร์ทวงคืนทักษิณกลับประเทศ”ยังใช้ได้ผลและขายได้ในพื้นที่อีสาน
และขณะที่รัฐบาลอยู่ในภาวะอาการหนัก แต่ "ทักษิณ-เพื่อไทย” กลับมาตั้งหลัก จัดขบวนได้อีกครั้ง
และทำท่าว่า "เพื่อไทย-เสื้อแดง"จะกลายมาเป็น "ฝ่ายรุก” กดดันรัฐบาลอีกรอบ
ชัยชนะที่สกลนครและการเลือกตั้งซ่อมที่ศรีสะเกษหนนี้ที่ผู้สมัครส.ส.เพื่อไทย "เป็นต่อ" จึงไม่ต่างจากการ "จุดพลุ” ขยายผลให้เป็น "ไฟลามทุ่ง"
สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของ “คนในพรรคเพื่อไทย" ในยามนี้ที่ต่างอยู่ในภาวะพร้อมสู้ศึกเต็มกำลัง กับทุกฝ่ายที่มาท้าชิงเข็มขัดแชมป์แบบรอบทิศ
ตามคำสั่งข้ามประเทศจากดูไบมายังแกนนำระดับหัวหอกและส.ส.ในพรรค ให้เตรียมปฏิบัติการเดินหน้าเพื่อทวงคืนอำนาจแบบเต็มลูกสูบ โดยมี "เป้าหมายใหญ่” ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แก้กฎเหล็กมาตรา 237 ซึ่งเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองและนิรโทษกรรมให้แก่อดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกยุบ
รวมถึงระบบการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องการให้กลับไปใช้ระบบเขตเดียวเบอร์เดียว 400 เขต และระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน รวมถึงที่มาของวุฒิสมาชิกซึ่งควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด
พร้อมๆ กับการเดินเกมจี้พรรคร่วมรัฐบาลกดดัน "รัฐบาลประชาธิปัตย์" เพื่อหาแนวร่วม
และยังไม่นับ ”รายการเสื้อแดงคัมแบ็ก” การเคลื่อนพลออกจากที่ตั้งอีกครั้งของคนเสื้อแดง
นำโดย วีระ มุสิกพงศ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ หรือนปช.
ซึ่งประกาศนัดชุมนุมเป่านกหวีดรอบ 2 ระดมพลคนเสื้อแดงมาโชว์พลัง 27 มิถุนายนนี้ ชูวาระจี้ "รัฐบาลอภิสิทธิ์" ยุบสภา
และ "ที่เด็ด" กว่านั้น คือ เปิดเวทีให้ ”นายใหญ่ทักษิณ” ออกโรง พูดยาวแบบไม่มีกำหนดเวลา “ชำแหละนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลประชาธิปัตย์”
ที่น่าจะ "ส่งแรง" กระเพื่อมไปถึงการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ศรีสะเกษ ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ด้วย
เนื่องจากเป็นกลยุทธ์ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ที่ ”เสื้อแดง-เพื่อไทย” วางไว้ เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะคว้าอีก 1 ที่นั่ง แม้จะไม่ใช่พื้นที่แดงเข้มเหมือน จ.สกลนคร ก็ตาม
ขณะที่ “จตุพร” ขู่ดักทางไว้ก่อนว่า หากรัฐบาลใช้ความรุนแรงจัดการ พร้อมยืดเยื้อยาว จนหลายคนหวาดผวาจะกลายเป็นวิกฤติการเมืองอีกรอบ
จึงน่าเป็น ”เรื่องจงใจบังเอิญ” ในช่วงที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ กำลังระส่ำหนักจากปัญหาทุกด้าน
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาล ระเบิดเวลาระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคร่วมอื่นๆ กับพรรคประชาธิปัตย์
การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม งานแก้วิกฤติปากท้องชาวบ้านยังไม่คืบ ปัญญาทุจริต ปัญหาการบริหารบ้านเมืองต่างๆ อาทิ กรณีโครงการรถเมล์ 4,000 คัน ม็อบรถไฟนัดหยุดงาน ม็อบพนักงานไฟฟ้า ประปาพากันไปประท้วงขอขึ้นค่าครองชีพ เป็นต้น
งานนี้แม้ว่าฝ่ายรัฐบาลออกอาการรน ด้วยการเปิดข้อมูลจากหน่วยข่าวกรอง ปูดแผน "ตากสิน 2 ทุบหม้อข้าวตีเมืองจันท์" ด้วยการเดินหน้าสงครามประชาชน ยกระดับความรุนแรง มุ่งล้มรัฐบาล จัดชุดไล่ล่า "อภิสิทธิ์-องคมนตรี-พันธมิตร" ในการชุมนุมรอบนี้
ซึ่งเป็นการรุกกลับด้วยการ "ดักทาง" แผนการเดินหมากของ “ทักษิณและแก๊งเสื้อแดง” แทบจะทันควัน !
แต่ในภาวะที่ตกเป็นฝ่ายรับของรัฐบาล ในมุมกลับกันก็น่าจะเป็นจังหวะอันดี ของ “เพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดง”จะออกมาทวงบัญชีแค้นประชาธิปัตย์
ด้วยการ "ขยายแผล" เขย่าบัลลังก์รัฐบาล ให้ต้องพังลงก่อนถึงเวลาอันควร ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง
ขณะเดียวกันก็นับวันรอความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล
ซึ่งเป็นการพลิกวิกฤติของรัฐบาลประชาธิปัตย์ มาสร้างโอกาสและอำนาจต่อรอง
จุดกระแส “อยากได้ทักษิณกลับมาแก้เศรษฐกิจ” แบบเนียนๆ !
** ณยา ใจกาวัง**



