ข่าว

อยากสวย อย่ากลัวคำครหา

อยากสวย อย่ากลัวคำครหา

07 พ.ค. 2557

ไลฟ์สไตล์ : อยากสวย อย่ากลัวคำครหา

 
                              ผลการสำรวจของ โอเลย์ ประเทศไทย เรื่องทัศนคติของผู้หญิงไทยเกี่ยวกับความงามหัวข้อ "ทัศนคติและมุมมองของผู้หญิงไทย ต่อการก้าวข้ามอุปสรรคในตัวเอง เพื่อปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อ ความสวยที่เป็นที่สุด” โดยกลุ่มตัวอย่างผู้หญิง 1,079 คน อายุ 20- 45 ปี ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบว่า ผู้หญิงไทยกว่าร้อยละ 56 รู้สึกไม่กล้าสวยให้เต็มที่ในแบบของตนเอง ที่น่าตกใจว่าร้อยละ 74 มองว่าความสวยเป็นดาบ 2 คม การสวยให้เต็มที่อาจถูกครหาว่าทำตัวเด่นจึงทำให้ไม่กล้าสวยให้สุด ซึ่งปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสวยก็อย่าง ความเชื่อที่ว่าวัฒนธรรมไทยถูกสอนให้เดินอยู่ในกรอบสังคมคำครหานินทาจากคนรอบข้าง ในขณะที่เกือบร้อยละ 60 เชื่อว่าสามารถสวยได้มากกว่าที่เป็นอยู่ นั่นเองเป็นที่มาให้ โอเลย์ จัดแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์แคมเปญ “เบสท์ บิวตี้ฟูล” เพื่อกระตุ้นให้ผู้หญิงไทยฉุกคิดว่าความสวยต้องหลุดจากกรอบอคติต่างๆ  
 
                              ภายในงานได้เชิญบรรดาผู้หญิงชั้นนำของเมืองไทย อาทิ "กาละแมร์" พัชรศรี เบญจมาศ, "พลอย" ชวพร เลาหพงศ์ชนะ และ "โมเม" นภัสสร บุรณศิริ ร่วมเสวนาหัวข้อ “ผิดหรือที่หญิงมีแรงบันดาลใจที่จะให้ความสวยเป็นที่สุด?” เพื่อถกประเด็นและแสดงความคิดเห็นจากผลสำรวจ โดยมี "หมอเอิ้น" พญ.พิยะดา หาชัยภูมิ มาร่วมเผยเคล็ดลับสร้างทัศนคติบวกด้านความงามให้กับผู้หญิง 
 
                              เริ่มจากแฟชั่นนิสต้าสาวยุคใหม่ "พลอย" ชวพร แชร์ประสบการณ์ให้ฟังว่า เป็นคนหลงใหลในเรื่องแฟชั่นตั้งแต่เด็กๆ ชอบหยิบจับสิ่งต่างๆ มามิกซ์แอนด์แมทช์กันให้เป็นสไตล์ใหม่ที่แฝงกลิ่นอายของตัวเอง จนบางครั้งคนอื่นๆ อาจจะมองว่าเป็นคนแปลก ประกอบกับมีโอกาสได้เข้ามาทำงานในวงการแฟชั่นพบว่าผู้หญิงไทยมักไม่มั่นใจในตัวเอง แต่รอฟังคำแนะนำหรือคำชื่นชมจากคนอื่นก่อนจึงจะรู้สึกมั่นใจ ฉะนั้นไม่ว่าจะได้รับความชมจากคนรอบข้างแค่ไหน ก็ไม่สำคัญเท่ากับความสวยที่คุณเห็นคุณค่าด้วยตัวคุณเอง และที่สำคัญ อย่ามัวยึดติดแต่กับจุดด้อยของตัวเองจนมองข้ามข้อดีที่ตัวเองมีอยู่ นำสิ่งดีๆ เหล่านั้นมาทำเพิ่มความมั่นใจให้คุณเป็นจุดเด่นในสายตาคนรอบข้าง
 
                              ด้าน "โมเม" นภัสสร บิวตี้กูรูผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทย บอกว่า ตัวเองไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มคนสวยตั้งแต่แรก พอเข้ามารับบทบาทการเป็นดีเจและพิธีกร ซึ่งคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ฉะนั้นจึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่การก้าวมาสู่การเป็นกูรูด้านความงามที่ได้รับการยอมรับจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการที่จะเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ นั้น ตัวเองจะต้องดูแลตัวเองมากกว่าปกติ ซึ่งเมื่อมั่นใจในตัวเองแล้ว ก็จะสามารถพูดหรือแนะนำสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่ และสิ่งที่อยากจะฝากกับสาวๆ ยุคใหม่ก็คือ ความจริงแล้วในโลกนี้ไม่มีคนที่ขี้เหร่ มีแต่คนขี้เกียจเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะสวยที่สุดในแบบฉบับของตนเองก็ต้องให้ความใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด
 
                              "หมอเอิ้น" พญ.พิยะดา ให้มุมมองว่า ธรรมชาติของคนเรามักจะรักแบบมีเงื่อนไขโดยจะมีความสุขเมื่อเห็นคนรอบข้างมีความสุข แต่หากทำอะไรไปแล้ว คนรอบข้างเกิดไม่ได้ชื่นชอบ ก็จะรู้ผิดหวังและนำไปสู่การไม่รักตัวเองในที่สุด 
 
                              "อยากแนะนำให้เปลี่ยนความคิดจากการเริ่มรักตัวเองก่อน เมื่อคนเรารักตัวเอง ทำเพื่อตัวเองอย่างถูกต้องแล้ว ก็จะเกิดพลังที่ส่งผลต่อความคิดและอารมณ์ และจะส่งผ่านไปยังบุคคลรอบข้างอย่างยั่งยืน นอกจากนี้การสร้างความสุขเพื่อความสวยอย่างยั่งยืนนั้นทำได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากการสร้างสมาธิ อย่างน้อยวันละ 5-10 นาที ที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่างๆ รวมถึงการหลั่งสารเอ็นโดรฟินอย่างเป็นปกติ ในยามว่างให้ลองหากิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบเพื่อผ่อนคลายความเครียด และให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที และสุดท้ายคือเรื่องความรัก ทั้งรักตัวเอง รักสิ่งที่ตนเองมี รวมไปส่งต่อความรักไปยังคนรอบข้าง เพียงเท่านี้คุณก็จะสวยให้สุดได้อย่างไม่ยากเย็น” หมอเอิ้น ชี้ชวน