
เคล็ด (ไม่) ลับหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม
07 พ.ค. 2557
ไลฟ์สไตล์ : เคล็ด (ไม่) ลับหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม
ศัลยกรรมความงามและลดความอ้วนเป็นเทรนด์ฮิตของคนยุคนี้ ทำให้สถาบันลดน้ำหนัก คลินิกศัลยกรรม และสถานเสริมความงามต่างๆ ผุดขึ้นมามากมาย ทั้งยังมีการโฆษณาชวนเชื่อจนหลายคนเสียเงินเสียทองไปไม่น้อย อีกทั้งหลายคนได้รับอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตจากภัยยาลดความอ้วน ก็มีให้เห็นตามสื่อต่างๆ อยู่เป็นระยะ
ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า สิ่งที่ทำให้คนมีไขมันสะสมมาก มีปัจจัยสำคัญคือ กิจวัตรที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินอาหารกับเมนูจานโปรดที่หลายคนบอกว่ายากที่จะอดใจ ซึ่งล้วนแต่อุดมไปด้วยไขมัน และน้ำตาลที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นไขมันได้ รวมถึงพฤติกรรมการนั่งโต๊ะทำงานทั้งวันของหนุ่มสาวออฟฟิศ ก็มีส่วนทำให้เกิดไขมันสะสมหน้าท้องได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้นจึงควรมีวิธีจัดการและควบคุมไขมันในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความฟิตแอนด์เฟิร์มให้กับหุ่นสวย โดยมีหลักการง่ายๆ คือ รับประทานอาหารแต่พอดี หยุดตามใจปากและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ที่สำคัญต้องควบคุมแคลอรีของอาหารที่รับประทาน โดยมีข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญคือ ต้องกินให้น้อยกว่าพลังงานที่ใช้ออกไป
เมื่อลดอาหารแล้ว ก็ควรจะเลือกตัวช่วยที่ดีรวมถึงการเลือกรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่จะมาช่วยลดไขมันในร่างกายด้วย ซึ่งการดื่มชาก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง เพราะชาไม่เพียงแต่จะทำให้เรารู้สึกสดชื่นคลายร้อนในหน้าร้อนแบบนี้แล้ว หากเรารู้จักเลือกชนิดของชาก็จะสามารถช่วยลดไขมันในร่างกาย และทำให้ผิวพรรณสดใสได้อีกด้วย แต่ถึงแม้จะมีตัวช่วยลดไขมันแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย เช่น หลีกเลี่ยงหรือบริโภคแต่น้อยสำหรับอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันตัวร้าย และคอเลสเตอรอล อย่างเช่น ของทอด เครื่องในสัตว์ ไส้กรอก หมูยอ กุนเชียง ฯลฯ รวมถึงของหวานชนิดต่างๆ นอกจากนี้อาหารที่มีเกลือ หรือโซเดียมสูง เช่น ไส้กรอก เบคอน กุนเชียง ฮอทด็อก ก็เป็นศัตรูตัวฉกาจของหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มเช่นกัน และยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงด้วย
"สิ่งที่จะทำให้เรามีทั้งหุ่นและสุขภาพที่ดีคือ การออกกำลังกาย เพราะช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และไขมันแอลดีแอลได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ คือช่วยเพิ่มไขมันเอชดีแอล หรือไขมันชนิดดีที่คอยเก็บกวาดไขมันตัวร้ายให้ออกไปจากหลอดเลือดร่างกายด้วย นอกจากนี้การออกกำลังกายยังทำให้หุ่นกระชับไม่หย่อนคล้อยและร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ซึ่งการออกกำลังกายสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา แม้แต่ทำงานในออฟฟิศ แทนที่จะนั่งอยู่กับโต๊ะเฉยๆ ควรเปลี่ยนอิริยาบถ ยืดเส้นยืดสาย และเดินไป-มาบ้าง เพราะการเดินสามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่าการนั่ง 3-5 เท่า ผลการวิจัยพบว่าการเดิน 10,000 ก้าวใน 1 วันสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 400- 500 กิโลแคลอรี นอกจากนี้ควรเข้าฟิตเนส หรือไปวิ่งตามสวนสาธารณะเป็นประจำ ก็จะช่วยให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น ใช้ชีวิตอย่างมีวินัยรับรองไม่อ้วนแน่นอน" นักโภชนวิทยา กล่าว



