
วัดบารมี 'ยุทธตู้เย็น-เสื้อแดง'
07 พ.ค. 2557
ศึกชิงนายกอบจ.เชียงราย วัดบารมี 'ยุทธตู้เย็น-เสื้อแดง' : ณัฐวัตร ลาพิงค์ ... รายงาน
ศึกสองตระกูล "ติยะไพรัช-จงสุทธนามณี" ในสนามเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (นายกอบจ.เชียงราย) เผ็ดร้อนตั้งแต่เริ่มต้น หลังจากนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช นายก อบจ.เชียงราย สมัยล่าสุด ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท และเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ก่อนเป็นเวลา 2 ปี ในคดีแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามมาตรา 137 ประมวลกฎหมายอาญาและกระทำการอันเป็นเท็จตาม พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือบริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 114 ยิ่งเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ความดุเดือดเข้มข้นยิ่งเพิ่มทวีมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งการทำลายป้ายหาเสียงของฝ่ายตรงข้าม มีการข่มขู่และยังมีการจับกุมหัวคะแนนพร้อมเงินสดและอาวุธปืนของผู้สมัครรายหนึ่ง ซึ่งทุกอย่างอยู่ในกระบวนการรวบรวมหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอาผิดกับผู้สมัครคนดังกล่าว
ศึกเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างนางบุศริณธญ์ (ติยะไพรัช) วรพัฒนานันน์ อดีต ส.ว.เชียงราย ปี 2543 และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และเป็นพี่สาวของ "ยุทธ ตู้เย็น" นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กับ นางรัตนา จงสุทธนามณี อดีตนายก อบจ.เชียงราย ซึ่งเป็นภรรยาของนายวันชัย จงสุทธนามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ส่วนผู้สมัครอีก 2 คน คือ น.ส.ยุรพันธ์ เจนพิทักษ์พงศ์ อดีตรองนายก อบจ.เชียงราย และนายชนาธิป เจริญศัสตรารักษ์ อดีตผู้รักษาประตูของทีมเชียงราย ซิตี้ คงจะเป็นแค่ไม้ประดับในการเลือกตั้งครั้งนี้เท่านั้น
ณ เวลานี้นางบุศริณธญ์ (ติยะไพรัช) วรพัฒนานันน์ ดูเหมือนจะมีภาษีดีกว่าคู่แข่งคนสำคัญ ทั้งนี้ เนื่องจากมีแบ็กอัพชั้นดีอย่าง "ยุทธ ตู้เย็น" ที่เพียบพร้อมด้วยอำนาจบารมีและกระสุนดินดำบวกกับฐานเสียงของ 7 ส.ส.เชียงราย ที่พร้อมจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และยังมีมวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงรายที่เหนียวแน่นไม่เสื่อมคลาย
ยิ่งได้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.เดินทางมาขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียงในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำว่ากลุ่มคนเสื้อแดงยืนเคียงข้างเพื่อผลักดันให้นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ สู่ฝั่งฝันเข้าบริหาร อบจ.เชียงราย แทนนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายก อบจ.เชียงราย สมัยล่าสุด ที่ต้องเว้นวรรคทางการเมืองตามคำพิพากษาของศาล
นางบุศริณธญ์ กล่าวว่า ต้องการเข้ามาสานต่อนโยบายที่นางสลักจฤฎดิ์ได้ดำเนินการไว้ซึ่งยังมีหลายโครงการที่ได้เริ่มต้นไว้แล้วเพื่อพัฒนา จ.เชียงรายให้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะนโยบายการส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เร่งเตรียมความพร้อมในการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ทั้งด้านภาษา โดย อบจ.เชียงราย เป็นตัวเสริมในการให้ความรู้ความเข้าใจและการปรับตัวเมื่อก้าวเข้าสู่เออีซี ขณะที่ด้านการพัฒนาท้องถิ่นจะเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวเชียงรายเป็นหลัก
นอกจากนี้จะเข้ามาสานต่อโครงการการเวที อบจ.เชียงรายสัญจรที่จะออกไปพบปะประชาชนในแต่ละพื้นที่ทุกสัปดาห์ เพื่อหาข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่ก่อนนำมาพัฒนาท้องถิ่นและจัดสรรงบประมาณในการปฏิบัติให้ตรงเป้าหมายมากที่สุด เพื่อเป็นการพัฒนาแต่ละชุมชนและส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ศิลปวัฒธรรมและประเพณีของ จ.เชียงราย ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
"การเลือกตั้งครั้งนี้ต่างคนต่างเดินหาเสียงและไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เรามั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้งแน่นอน เนื่องจากได้ ส.อบจ.เชียงราย ทั้ง 36 เขต ให้การสนับสนุน หากได้รับตำแหน่งนายก อบจ.เข้าบริหาร อบจ.เชียงราย จะมุ่งมั่นในการพัฒนาการเมือง พัฒนาพื้นที่ให้เจริญรุดหน้าต่อไป" นางบุศริณธญ์ กล่าว
ขณะที่นางรัตนา จงสุทธนมณี นับได้ว่าฐานเสียงก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันมากนัก เนื่องจากเป็นอดีตนายก อบจ.เชียงราย 2 สมัย ซึ่งฐานเสียงส่วนใหญ่อยู่ในเขต อ.เมือง และพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์เทศบาลนครเชียงราย นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าได้รับการสนับสนุนจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ซึ่งมีกระแสว่ากำลังสร้างฐานเสียงทางการเมืองในพรรคเพื่อไทย
การหาเสียงของนางรัตนา จะเน้นการหาเสียงในพื้นที่รอบเมืองเชียงราย โดยชูนโยบายส่งเสริมภาคการเกษตรให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจาก จ.เชียงราย มีพื้นที่ทำการเกษตรจำนวนมาก เมื่อเข้าสู่เออีซีจะพัฒนาให้ภาคการเกษตรในจังหวัดสามารถสู้กับประเทศในกลุ่มสมาชิกได้ รองลงมาจะเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจาก จ.เชียงราย ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีแหล่งท่องเที่ยวกว่า 100 แห่ง ซึ่งทำให้เกิดรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการจัดงานดอกไม้บาน ทำให้มีนักท่องเที่ยวแห่แหนเข้ามาใน จ.เชียงราย จำนวนมาก ซึ่งทำให้มีเงินหมุนเวียนในจังหวัดมหาศาล นอกจากนี้มีนโยบายส่งเสริมให้มีการเสริมแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ขึ้นตามแหล่งชุมชนต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต รวมถึงจะเน้นการสร้างงาน สร้างคน โดยจะให้การศึกษาด้านความรู้ทั้งภาคเยาวชนและภาคประชาชนเพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่เออีซี
ต้องยอมรับว่าการหาเสียงในพื้นที่ใน จ.เชียงรายนั้น ถือเป็นงานหนักพอสมควรสำหรับนางรัตนา จงสุทธนมณี นอกจาก จ.เชียงราย จะเป็นจังหวัดที่มีประชากรกว่า 1 ล้านคน ซึ่งต้องใช้เวลาในการลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนอย่างสม่ำเสมอ แถมยังต้องต่อสู้กับกระแสคนเสื้อแดงในจ.เชียงรายและกระสุนดินดำ แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ประมาทนางรัตนาไม่ได้ เพราะเคยเป็นอดีตนายก อบจ.เชียงราย 2 สมัย (ปี 2547 และ 2551) แถม 1 ใน 2 ที่ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย เคยคว่ำนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช มาแล้ว
กระนั้นผลการเลือกตั้งวันที่ 11 พฤษภาคม จะเป็นเครื่องชี้วัดบารมีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช หรือ "ยุทธตู้เย็น" และบารมีของกลุ่มคนเสื้อแดงใน จ.เชียงราย ว่ายังมีมนต์ขลังอยู่หรือไม่
-------------------------
(ศึกชิงนายกอบจ.เชียงราย วัดบารมี 'ยุทธตู้เย็น-เสื้อแดง' : ณัฐวัตร ลาพิงค์ ... รายงาน)



