ข่าว

'เฉลิม'อัดโรดแม็พ'อภิสิทธิ์'เผด็จการ!

'เฉลิม'อัดโรดแม็พ'อภิสิทธิ์'เผด็จการ!

06 พ.ค. 2557

'เฉลิม' อัดข้อเสนอ 'อภิสิทธิ์' ฝักใฝ่เผด็จการ เชื่อ 'ยิ่งลักษณ์' แจง ศร.เป็นผลดี ย้ำ ไม่เอา 'นายกฯคนกลาง'

 
                              6 พ.ค. 57  เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส)  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงข้อเสนอแนวทางออกประเทศ 10 ข้อ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ตนแทบไม่เชื่อว่าเป็นข้อเสนอของหัวหน้าพรรคที่เก่าแก่ที่สุด เป็นการแสดงธาตุแท้ออกมาว่า พรรคประชาธิปัตย์ ฝักใฝ่เผด็จการ อ้างประวัติศาสตร์ปี พ.ศ. 2516 โดยที่ไม่รู้เรื่อง กฎหมายรัฐธรรมนูญ สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร ไม่ได้กำหนดว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญปัจจุบัน นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งอย่างเดียว และต้องได้รับการคัดเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อนำความกราบบังคมทูลแล้ว ประธานสภาจะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
 
                              "ตามที่นายอภิสิทธิ์เสนอ แสดงความเป็นเผด็จการเต็มรูปเบบ เสนอให้มีนายกฯสรรหา ให้ประธานวุฒิสภาสรรหา ผมอยากถามเอาส่วนไหนมาคิด นายกฯก็สรรหา คนมาสรรหาก็ประธานวุฒิสภา ซึ่งมาจากการสรรหา แสดงว่า ไม่มีจุดเชื่อมโยงกับประชาชน แล้วจะเรียกว่าประชาธิปไตยได้อย่างไร ข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ จะทำได้มีอย่างเดียว คือ ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ถ้าไม่ฉีก ทำไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ ปี 2535 ขึ้นป้ายทั่วประเทศ ยึดมั่นระบบรัฐสภา อยากรู้ตอนนี้เอาอุดมการณ์ไว้ที่ไหน ใช้ไม่ได้ ไม่ควรอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอีกต่อไป นี่เป็นความเห็นส่วนตัวของผม ไม่ทราบพรรคเพื่อไทยคิดอย่างไร ต้องรอดูการประชุมพรรค ลำพังนายอภิสิทธิ์ จากนี้ต่อไป ไม่มีวันชนะ จบแล้วอนาคตทางการเมือง"
 
                              ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จะส่งสมาชิกพรรคลงเลือกตั้งหรือไม่ ตนไม่ใส่ใจ จะลงก็ลง ไม่ลงก็แล้วไป คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ควรให้เกียรติ มีอีกหลายพรรคให้สนใจ ไม่ลงก็เรื่องของเขา จะไปยุ่งทำไม ส่วน กกต.จะมีความเห็นต่อข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ อย่างไร เป็นเรื่องของ กกต. ถ้าใครอยากมีความหายนะใส่ตัวเอง ก็รับข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ไป แต่ตนไม่อยากหายนะ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญ
 
                              ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการชี้แจงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีเกี่ยวกับการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ว่า ตนมองว่าไม่มีข้อเสีย มีแต่ข้อดี เพราะเรื่องนี้ไม่ผิดอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการให้บ้านเมืองเละเทะ อยากให้เกิดการรบรากันก็เชิญศาลรัฐธรรมนูญทำตามใจชอบ อยากเห็นนรกมีจริงก็ให้ใช้อำนาจเกินบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ในวันที่ 7 พ.ค. นี้ ตนจะออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ให้คอยดูกันว่าจะเป็นเรื่องอะไร
 
                              ผู้สื่อข่าวถามว่า การส่งหนังสือถึง กกต.ให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกัน เพื่อดูแลการเลือกตั้ง ร.ต.อ เฉลิม กล่าวว่า ไม่ได้มีการส่งหนังสือไป เพียงแต่แจ้งกับ กกต.ว่ามีอะไรให้มาหารือกันได้  ศอ.รส.อยากจะช่วย ส่วนที่ ศอ.รส.เชิญ กกต.หรือผู้แทนเข้าร่วมประชุม ในวันที่ 8 พ.ค. เวลา 14.00 น. ขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่ามีการตอบรับมาหรือไม่ หาก กกต.บอกไม่ต้องการใช้บริการ ศอ.รส.ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ยืนยันว่า ศอ.รส.พร้อมช่วยเหลือ เรามองทางเดียว ปัญหาจะหมดไป คือ ต้องจัดการเลือกตั้ง โดยแต่ละพรรคเสนอแนวทางปฏิรูปให้ประชาชนตัดสินใจ จากนั้นมีการเลือกตั้งใหม่ ไม่ขัดบทบัญญัติ ไม่นองเลือด หากไม่ต้องการ ก็เลือกทางอื่น ไม่ได้ขู่ศาล หากใช้อำนาจเกินบทบัญญัติ ท่านและครอบครัวจะรู้ว่านรกมีจริงในเมืองไทย
 
 
 
'ศอ.รส.' ขอบคุณทหาร-ตร.ทวงคืน 'มหาดไทย' ได้
 
 
                              ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) มีผลการประชุมสมควรแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังนี้
 
                              1. ศอ.รส. ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.ค. เนื่องจากการเลือกตั้งจะทำให้ความขัดแย้งของมวลชนกลุ่มต่างๆ ยุติลง และนำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจหลักของ ศอ.รส. รวมทั้งการเลือกตั้งยังเป็นหลักสากลอันเป็นที่ยอมทั่วโลกในวิถีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และ ศอ.รส. มีนโยบายในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิดฐานขัดขวางการเลือกตั้ง โดยในวันนี้ ศอ.รส. ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า คดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งอันเกิดจากการกระทำของแกนนำ กปปส. กับพวก เมื่อครั้งการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ มีดังนี้ 1) คดี กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 191 คดี แยกเป็นคดีที่เกิดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 51 คดี และคดีที่เกิดในต่างจังหวัด จำนวน 140 คดี 2) คดีเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 180 คดี แยกเป็นคดีที่เกิดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 66 คดี และคดีที่เกิดในต่างจังหวัด จำนวน 114 คดี  รวมคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งทั้งสิ้น 371 คดี โดยศาลได้ออกหมายจับให้ รวมทั้งสิ้น 203 หมาย ได้ตัวมาสอบสวนแล้ว 280 คน ทั้งนี้เฉพาะเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้งมีจำนวน 1,713 คน 
 
                              อนึ่ง ศอ.รส. ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบถึงความรุนแรงของกลุ่ม กปปส. ที่ได้กระทำการขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อครั้งที่ผ่านมา โดยในวันเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ประชาชนรายหนึ่งได้ถูกกลุ่ม กปปส. ยิงได้รับบาดเจ็บที่หน่วยเลือกตั้งวัดเสมียนนารี จนต้องพักรักษาตัวนานถึง 4 เดือน ซึ่ง ศอ.รส. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัดแล้ว ทั้งนี้ ศอ.รส. ขอเตือนพี่น้องประชาชนอย่าได้หลงเชื่อการชักจูงของแกนนำ กปปส. ให้กระทำการขัดขวางการเลือกตั้งซ้ำอีก เพราะหากมีการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก ผู้กระทำผิดทุกคนจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย 
 
                              2. ตามที่ ศอ.รส. ได้รับข้อมูลว่ากลุ่ม กปปส. จะใช้พนักงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเข้าร่วมดำเนินการให้เกิดความเสียหายและเดือดร้อนแก่ระบบสาธารณูปโภค หรือกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือการกระทำผิดของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก นั้น ศอ.รส. ได้มีหนังสือถึงผู้บริหารและประธานกรรมการบริหารของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เพื่อสั่งการให้ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันและแก้ไขเหตุดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ นอกจากนี้ ศอ.รส. ยังได้เตรียมการรับมือเหตุดังกล่าวเพื่อป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอีกด้วย ทั้งนี้ ศอ.รส. ขอเตือนว่าผู้ที่ร่วมกระทำการให้เกิดความเสียหายและเดือดร้อนแก่ระบบสาธารณูปโภคทุกคนจะต้องรับผิดตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้น    
 
                              3. ศอ.รส. ขอชื่นชมฝ่ายทหารและตำรวจ ที่ได้ดำเนินการเจรจากับกลุ่ม กปปส. เพื่อขอคืนพื้นที่บริเวณกระทรวงมหาดไทยได้สำเร็จโดยไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น และ ศอ.รส. ขอขอบคุณแกนนำ กปปส. ที่ยอมคืนพื้นที่ดังกล่าวและย้ายผู้ชุมนุมไปยังสวนลุมพินี ซึ่งจะทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยสามารถเข้าทำงานได้ตามปกติเพื่อประโยชน์ของทางราชการ นอกจากนี้ ศอ.รส. ขอขอบคุณพระพุทธะอิสระ ที่ได้ประกาศว่าจะคืนพื้นที่การชุมนุมบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ โดยจะย้ายไปชุมนุมที่บริเวณหน้าอาคารบี ในศูนย์ราชการแทน ซึ่งการย้ายพื้นที่ชุมนุมดังกล่าว จะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรและลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรงต่างๆ ได้