ข่าว

เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (4)

เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (4)

26 มิ.ย. 2552

ชีวิตเด็กเมืองกรุงที่สนใจเข้าป่าหากล้วยไม้

ผมคิดว่า จากสภาพของเด็กเล็กๆ คนหนึ่งซึ่งพ่อฝึกฝนให้เผชิญกับความยากลำบากมาพอสมควรแล้ว เมื่อถึงช่วงซึ่งกำลังจะผ่านพ้นการศึกษาระดับมัธยมบริบูรณ์ ราว 15-16 ปี ตนเองจึงมีความพร้อมด้วยความแข็งแกร่งของชีวิต กับความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักคิดนักต่อสู้ ทำให้รู้สึกท้าทายไปเสียทุกอย่าง ซึ่งเมื่อมองไปข้างหน้าแล้ว มันไม่ใช่ภาพเพียงการเดินตามกระแสเก่าๆ อันจะนำมาได้ก็เพียงความสะดวกสบายกับการที่ไม่ต้องคิดแก้ปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น

 ช่วงนั้น พ่อผมทำงานเป็นเจ้าพนักงานตรวจสอบเครื่องชั่งตวงวัด ทั้งในร้านที่จำหน่ายเครื่องชั่งและในร้านที่มีเครื่องไว้ชั่งตวงวัดหน่วยสินค้าที่นำมาจำหน่ายแก่ประชาชน ซึ่งจะต้องเดินทางออกตรวจร้านค้าในจังหวัดต่างๆ เป็นครั้งคราว กระทั่งวันหนึ่ง ช่วงที่ผมกำลังจะปิดภาคการศึกษาภาคฤดูร้อน ผมได้ยินพ่อเอ่ยปากขึ้นว่า “ฉันจะออกไปตรวจงานในจังหวัดภาคอีสาน และจะเอาแกไปด้วย”

 ผมทราบจากที่พ่อเล่าให้ฟังว่า การเดินทางไปจังหวัดต่างๆ ทางภาคอีสานจะเดินทางไปได้เพียงทางเดียว คือทางรถไฟ และต้องเป็นชุมทางใหญ่ๆ โดยเฉพาะ การไปภาคอีสานหากต้องการไปยังอำเภอต่างๆ คงมีเพียงสองทางคือ นั่งเกวียนหรือไม่ก็เดินเท้า โดยที่จากอำเภอหนึ่งไปถึงอีกอำเภอหนึ่งจำเป็นต้องรอนแรมไปในป่า

 ฟังแล้วทำให้ผมมีทั้งความดีใจและตื่นเต้นเอามากๆ จากความรู้สึกสองประการด้วยกันคือ มันเป็นเรื่องที่ท้าทายมากทีเดียว เพราะเป็นครั้งแรกที่ชีวิตจะมีโอกาสเข้าป่า กับอีกสิ่งหนึ่งคือ จากจินตนาการที่เคยมีมาแล้วกับกล้วยไม้ โดยมีความรู้สึกกระหายที่จะได้พบภาพชีวิตอันงดงามของกล้วยไม้ป่า ซึ่งขึ้นและออกดอกอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้หวังไว้ว่าในครั้งนี้ผมจะได้คำตอบจากข้อสงสัยในหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งมีอยู่ในใจมานานแล้ว

 อนึ่ง การไปงานราชการสมัยนั้น กฎ ระเบียบ ดูช่างสอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริงมาก กล่าวคือหากต้องเข้าป่า ทางราชการจะจ่ายกระสุนปืนให้ส่วนหนึ่ง เพื่อหาอาหารป่ากินเองและใช้เป็นสิ่งป้องกันตัว แต่ผู้เบิกกระสุนจะต้องมีปืนเป็นของส่วนตัว ซึ่งตามกฎระเบียบข้อนี้พ่อผมสามารถเบิกกระสุนลูกซองได้จำนวนหนึ่ง ส่วนปืนอัดลมคงเป็นเรื่องส่วนตัวของเราทั้งปืนและกระสุน
 นอกจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ร่วมงานกับพ่ออีกสองคน ซึ่งคนหนึ่งมีปืนพกสั้นติดตัวไปด้วย! 

ระพี สาคริก