
แม่ให้นมลูกต้องใส่ใจการกิน
05 พ.ค. 2557
แม่ให้นมลูกต้องใส่ใจการกิน : ไลฟ์สไตล์
ถ้าคุณแม่ช่วงให้นมบุตรพบอาการ อ่อนเพลีย เหน็บชา เป็นตะคริว เบื่ออาหาร กล้ามเนื้ออ่อนแรง หัวใจเต้นเร็ว หรือเป็นแผลหายช้า แสดงว่ากำลังขาดสารอาหารที่จำเป็น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ประสิทธิภาพในการเลี้ยงดูลูกน้อย รวมถึงคุณภาพชีวิตในระยาว ต้องรีบปรับการบริโภคอาหารเพื่อภาระหน้าที่ความเป็นแม่ที่สำคัญโดยด่วน
รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล นักวิชาการด้านโภชนาการระดับประเทศ กล่าวว่า แม่รุ่นใหม่ทราบดีว่านมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก ทำให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยิ่งสูงขึ้นและนานขึ้น แต่แม่ชาวไทยกลับไม่ทราบว่ากำลังเสี่ยงต่อการได้รับสารอาหารบางชนิดในระยะให้นมบุตรเพียงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการของร่างกายเท่านั้น เพราะระยะให้นมบุตรร่างกายต้องการสารอาหารบางอย่างในปริมาณที่มากกว่าช่วงก่อนหรือระหว่างตั้งครรภ์เสียอีก เนื่องจากต้องใช้สารอาหารทั้งสำหรับตัวเอง และผลิตน้ำนมให้ลูก
“ผลสำรวจการบริโภคอาหารของหญิงให้นมบุตรโดยกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ช่วงเวลาดังกล่าวแม่มีความเสี่ยงขาดสารอาหารเช่น แคลเซียม วิตามินเอ และวิตามินซี ถึงเกือบร้อยละ 70 ของปริมาณที่ควรได้รับ อีกทั้งควรได้รับสารอาหารได้แก่ เหล็ก วิตามินบี 1 และวิตามิน บี 2 เพิ่มอีกเท่าตัวด้วย ไม่เช่นนั้นจะบั่นทอนสุขภาพแม่ และกระทบต่อศักยภาพในการเลี้ยงดูลูก การขาดสารอาหารนั้นบอกไม่ได้จากรูปร่าง แม่จำนวนมากขาดสารอาหารทั้งๆ ที่มีรูปร่างสมส่วนและรับประทานอิ่มทุกมื้อ เพราะอาจได้พลังงานเพียงพอแต่ได้รับสารอาหารบางอย่างน้อยเกินไปสัญญาณเตือนที่จะรู้สึกได้ คือรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เป็นตะคริว เจ็บลิ้น ผิวหนังแห้งเป็นสะเก็ด ปรับการมองเห็นในที่มืดได้ช้าเป็นเหน็บชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หัวใจเต้นเร็ว ปากนกกระจอก เลือดออกตามไรฟัน แผลหายช้า เบื่ออาหาร และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่มองไม่เห็น เช่น โลหิตจาง และกระดูกพรุนในอนาคต” รศ.ดร.ประไพศรี กล่าว
ผู้เชี่ยวชาญ แนะนำด้วยว่า ในระหว่างที่แม่ให้นมบุตรควรได้รับวิตามินเอมากกว่าปกติ 60 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการรับประทานไข่วันละ 1 ฟอง ตับสัปดาห์ละ 1-2 ช้อนกินข้าว และมะละกอสุก 200 กรัมต่อวัน และผักใบเขียวและแคลเซียม ควรได้รับอย่างน้อย 800 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งปกติจะได้รับอยู่เพียงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวันเท่านั้น จึงควรเสริมด้วยการดื่มนมจืดทั่วๆ ไปวันละ 2 แก้วหรืออาจพิจารณานมสูตรเฉพาะหรือแคลเซียมเม็ด จึงจะได้รับสารอาหารเพียงพอต่อความต้องการของทั้งแม่และลูก



