
คนหัวหิน...ขอเป็นส่วนหนึ่งรับเสด็จ'พ่อของแผ่นดิน'
รับเสด็จ'พ่อของแผ่นดิน' คนหัวหิน...ขอเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ : อภิชาติ หงษ์สกุล/กัมปนาท ขันตระกูลรายงาน
นับเป็นวาระอันเป็นมหามงคลอีกครั้ง ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระราชพิธีฉัตรมงคล ณ ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 5 พฤษภาคม เพราะนี่คือโอกาสที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจะได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จ "ในหลวง” อีกครั้ง หลังจาก เสด็จออกมหาสมาคม 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา
ดังนั้น ภาพประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ตั้งแต่บริเวณถนนเพชรเกษม ไปจนถึงซอยหน้าโรงเรียนวังไกลกังวล อ.หัวหิน ด้วยเหล่าพสกนิกรจะได้ชื่นชมพระบารมี "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ในโอกาสเสด็จฯ ในพระราชพิธีฉัตรมงคล พร้อมกับการโบกธงประจำพระองค์ และเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้องตลอดเส้นทางเสด็จฯ จนถึงศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล
นางจริยา เบญจพงศ์ อายุ 73 ปี ภูมิลำเนา อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า นี่คือโอกาสที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ และเตรียมจะไปจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้ารับเสด็จ
"ป้ายังจำได้ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม มีพสกนิกรจำนวนมากที่มารอเฝ้ารับเสด็จพระองค์ท่าน วันนั้นป้าได้ยินเสียง "ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องบนถนนเพชรเกษม นับเป็นความสุขของพวกเรา ที่ได้เห็นพ่อของแผ่นดินอันเป็นที่รัก"
นางจริยา กล่าวต่อว่า อยากให้ถึงวันอันเป็นประวัติศาสตร์โดยเร็ว ความภาคภูมิใจอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับก็คือ การที่เจ้าหน้าที่สั่งขนม "ตะโก้เบญจพงศ์" จากร้านของเธอเข้าไปยังวังไกลกังวลทุกเดือน ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ถวายงาน ในฐานะข้าของแผ่นดิน
"ในวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันฉัตรมงคล ป้าทราบข่าวว่า ในหลวงจะเสด็จออกพระราชพิธีฉัตรมงคล คือความรู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูก และพยายามจะไปจองพื้นที่ให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อการเฝ้ารับเสด็จ โดยจะไปตั้งแต่เช้าวันที่ 4 พฤษภาคม เพราะเชื่อว่าจะมีผู้คนจำนวนมากพากันมาจับจองพื้นที่ในเส้นทางที่เสด็จฯ เพื่อจะได้ร่วมกันเปล่งเสียงอย่างมีความสุขว่า ทรงพระเจริญ"
ความปลื้มปีติดังกล่าวไม่ต่างกับ นางรัตนา มากหมู่ อายุ 60 ปี ภูมิลำเนา อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พูดถึงพ่อของแผ่นดินว่า ในหลวงไม่เคยทอดทิ้งประชาชน แม้พระองค์เสด็จฯ มาประทับที่พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล หัวหิน แต่พระองค์ยังคงทรงงาน เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรความคืบหน้าของโครงการพระราชดำริต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการชั่งหัวมัน การเสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎรที่บ้านป่าละอู กระทั่งการเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน เพื่อดูแลงานความเป็นอยู่ของสุนัขจรจัด
"ในฐานะที่เป็นชาวหัวหิน เราต้องไปรับเสด็จพระองค์ท่าน โดยจะไปจับจองบริเวณหน้าวังไกลกังวล อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ได้โบกธงสีเหลือง และส่งเสียงเป็นคำพูดเดียวกันกับคนไทยทั้งหมด ทรงพระเจริญ" นางรัตนา กล่าวด้วยความปลื้มปีติ
เช่นเดียวกับ นายวรพจน์ ลิมาคม อายุ 65 ปี ภูมิลำเนา อ.หัวหิน กล่าวถึงวันมหามงคลที่ใกล้มาถึงว่า เชื่อว่าขณะนี้ประชาชนต่างเฝ้ารอที่จะมีโอกาสไปรับเสด็จ และพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์พระองค์ท่านทรงงานมากมาย ทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำบ้านยางชุม โครงการฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี ถนนห้วยมงคลถนนสายแรก รวมไปถึงอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ดังนั้นเมื่อถึงวาระพิเศษทำให้ทุกคนต้องการที่จะไปร่วม เพื่อแสดงถึงความรักและเทิดทูนต่อพ่อของแผ่นดิน
"พระองค์ท่านทรงทุ่มเทให้แก่ราษฎรมาตลอดเวลา วันนี้ท่านประทับอยู่ที่หัวหิน ทำให้หัวหินเปรียบเสมือนบ้านของพ่อไปแล้ว พูดได้เลยว่า คนหัวหินโชคดี เวลาไปไหน เมื่อทุกคนรู้ว่ามาจากหัวหินก็มักจะได้รับคำบอกเล่าว่า อยากเป็นคนหัวหินบ้าง เพราะรู้สึกมีความสุขที่ในหลวงประทับอยู่ที่หัวหิน ขณะนี้จะเห็นได้ว่า บนถนนเพชรเกษมตลอดเส้นทางเสด็จฯ มีป้ายรักพระเจ้าอยู่หัว รักในหลวง และธงทิวต่างๆ ติดตั้งเพื่อรอพระองค์ท่านเสด็จฯ ลุงเชื่อว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งวันที่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศได้ปลาบปลื้มอีกครั้ง และวันนั้นจะทำให้หัวหินเราได้รับการบันทึกเป็นประวัติศาสตร์หน้า 1 ในการเป็นบ้านของพ่อ" นายวรพจน์ กล่าว
ขณะเดียวกันในด้านการเตรียมพร้อมของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่า ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดได้ประชุมหน่วยงานกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 24 เมษายน โดยนายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะประธานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักพระราชวังให้จัดเตรียมความพร้อมในเรื่องเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ระบบไฟประดับหน้าวังไกลกังวล การปรับปรุงภูมิทัศน์ สถานที่จอดรถ อาหาร น้ำดื่ม จุดพยาบาล และการเตรียมการด้านการจราจร ที่จะรองรับประชาชนจำนวนมากที่มารอรับเสด็จ
นอกจากนี้ ทางจังหวัดได้ออกประกาศเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่ามารอรับเสด็จ เพราะว่าปีนี้ถือเป็นปีมหามงคลอีกวาระหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออกมหาสมาคม ณ ท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล ถือเป็นวาระพิเศษที่พสกนิกรจะได้รับเสด็จอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
กำหนดการพระราชพิธีฉัตรมงคล
วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม เจ้าพนักงานเตรียมการพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เชิญพระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชบูรพการี ขึ้นประดิษฐานเหนือพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร และเชิญพระพุทธรูปประจำพระชนมวารคู่พระบรมอัฐิประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา ประกอบด้วยเครื่องบรมอิสริยราชูปโภคพร้อมสรรพ
ในวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ โดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยเวลา 17.00 น.เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทางพระทวารเทเวศรรักษา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ ถวายบังคมพระบรมอัฐิ พระสงฆ์ 25 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมกัณฑ์เทศน์ แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ สมเด็จพระบรมราชบูรพการี ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับ
วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม เจ้าพนักงานเตรียมการพระราชพิธีฉัตรมงคล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา และเชิญเครื่องสิริราชกกุธภัณฑ์ขึ้นประดิษฐาน ณ พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ โดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยเวลา 15.00 น. เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทางพระทวารเทเวศรรักษา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการแล้ว สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยบูชาเทพยดารักษานพปฎลมหาเศวตฉัตรสิริราชกกุธภัณฑ์ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณฯ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านประกาศพระราชพิธีฉัตรมงคลแล้ว พระสงฆ์ 20 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้วถวายอดิเรก เสด็จพระราชดำเนินกลับ
วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม ภาคเช้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักเปี่ยมสุขไปยังศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์
เวลา 10.30 น. เสด็จพระราชดำเนินถึงศาลาราชประชาสมาคม (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี) เสด็จฯ เข้าท้องพระโรงศาลาราชประชาสมาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล พระสงฆ์ 20 รูป ถวายพระพร จบแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา (พระสงฆ์ไปรับพระราชทานฉันที่ชั้นบนศาลาราชประชาสมาคม) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยบูชาเทพยดารักษานพปฎลมหาเศวตฉัตรสิริราชกกุธภัณฑ์ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินกลับ (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี)
ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการสมโภชนพปดลมหาเศวตฉัตรสิริราชกกุธภัณฑ์ พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชนพปฎลมหาเศวตฉัตรสิริราชกกุธภัณฑ์ พนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร บัณเฑาะว์ และดุริยางค์แล้ว พราหมณ์เจิมนพปฎลมหาเศวตฉัตร โหรผูกผ้าสีชมพู สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระสุหร่ายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และพระลัญจกรพระครุฑพ่าห์ทองคำประจำรัชกาล แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี) และในวันเดียวกันนี้ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ จะยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด
อนึ่ง ในวันนี้เป็นวันที่พระมหากษัตริย์เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ โดยประกอบการพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปิดปราสาทพระเทพบิดร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้พระบรมวงศานุวงศ์ และประชาชน ได้ถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.อีกด้วย
...................................
(หมายเหตุ : รับเสด็จ'พ่อของแผ่นดิน' คนหัวหิน...ขอเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ : อภิชาติ หงษ์สกุล/กัมปนาท ขันตระกูลรายงาน)



