
อิหร่านโหดใช้ขวานฟันผู้ประท้วง
เตหะราน-กองกำลังบาซิจโหด ใช้ขวานฟันผู้ประท้วงจนเลือดนอง ขณะที่ครอบครัวของเนดาถูกไล่ออกจากที่พัก พร้อมบิดเบือนข่าวว่าเธอถูกกลุ่มผู้ประท้วงยิงเสียชีวิต
สื่อหลายสำนักรวมถึงชุมชนออนไลน์หลายแห่งรายงานความคืบหน้าของเหตุจลาจลในอิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) ว่าสถานการณ์ได้ทวีความรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น โดยชาวอิหร่านได้พากันรายงานผ่าน "ทวิตเตอร์" ว่าทางการมีเจตนาใช้ความรุนแรงในการเข้าสลายฝูงชน ตำรวจปราบจลาจลได้ทุบตีฝูงชนราวกับสัตว์ ส่วนที่ย่านบาฮาราเรสทานนั้น กองกำลังบาซิจใช้ขวานไล่สับคนราวกับสับเนื้อ ทำให้มีคราบเลือดเปรอะไปทุกแห่ง
นอกจากนี้ยังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าทางการเริ่มหันไปเล่นงานคนที่อยู่ใกล้ตัวนายมีร์ ฮอสเซน มูซาวี อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ที่พ่ายการเลือกตั้ง และกลายมาเป็นแกนนำในการประท้วงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเว็บไซต์ของนายมูซาวีระบุว่า มีนักวิชาการ สมาชิกสมาคมอิสลามตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ราว 70 คนถูกทางการอิหร่านสั่งจำคุก หลังพบปะกับนายมูซาวี เมื่อวันพุธ รวมทั้งนายอามีร์ ฮุสเซนเชมชาดี้ ผู้นำปีกยุวชนของนายมูซาวีก็หายตัวไปตั้งแต่วันจันทร์ ขณะที่มีรายงานด้วยว่าญาติๆ ของประชาชนกว่า 1,000 คน ถูกจับฐานเกี่ยวข้องกับการประท้วง และยังไม่มีใครทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกที่ถูกจับตัวไป
ด้านหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดี้ยน ของอังกฤษรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการอิหร่านไล่ครอบครัวของ น.ส.เนดา อัคฮา โซลแทน ออกจากบ้านพักหลังภาพการถูกยิงเสียชีวิตกลางถนนของ น.ส.เนดา วัย 26 ปี กลายเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน เพราะมีผู้นำออกเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตไปทั่วโลก แถมทางการยังไม่คืนศพของเนดาให้แก่ครอบครัว แต่กลับนำไปฝังโดยไม่ได้แจ้งให้ครอบครัวทราบ และรัฐบาลยังห้ามทำพิธีไว้อาลัยเธอตามสุเหร่าต่างๆ ด้วย
ขณะที่เพื่อนบ้านเปิดเผยว่าถูกทางการบังคับไม่ให้ปลอบครอบครัวของเนดา ส่วนเพื่อนๆ ที่ไปเยี่ยมครอบครัวของเนดาก็ถูกจับไปหลายคนเช่นกัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังพยายามเบี่ยงเบนประเด็นโดยกล่าวหาว่าผู้ประท้วงเป็นฝ่ายสังหารเนดาเอง ทั้งยังอ้างว่าเนดาคือผู้พลีชีพเพื่ออุดมการณ์ของกองกำลังบาจิ โดยหนังสือพิมพ์จาวาน ซึ่งโปรรัฐบาลอิหร่านถึงกับรายงานว่า นายจอน ลีนย์ ผู้สื่อข่าวของบีบีซีที่ถูกขับออกจากอิหร่านเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นผู้ว่าจ้างอันธพาลให้ไปยิงเนดา เพื่อจะได้ถ่ายทำเป็นสารคดี
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวฟาร์สรายงานว่า นายมูซาวีพยายามหันมาใช้การเจรจาแทนภายหลังจากที่เห็นว่าทางการปราบปรามผู้ประท้วงหนักข้อขึ้น โดย ส.ส.ผู้ทรงอิทธิพลหลายคนได้ไปพบกับนายมูซาวี และอดีตประธานาธิบดีอักบาร์ ฮาเชมี ราฟซานจานี เมื่อวันพุธ นับเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างนายมูซาวีกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลนับตั้งแต่การประท้วงปะทุขึ้นเมื่อเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา



