ข่าว

วงจรปิดล่ามือปืนซิ่ง'ปาเจโร่'สังหารวิศวกรซีพี

วงจรปิดล่ามือปืนซิ่ง'ปาเจโร่'สังหารวิศวกรซีพี

04 พ.ค. 2557

แกะรอย...จากกล้องวงจรปิด ล่ามือปืนซิ่ง 'ปาเจโร่' สังหารวิศวกรซีพี : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                          ช่วงเวลา 06.00 น. วันที่ 17 เมษายน 2555 บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง พร้อมด้วยตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลรามาธิบดี ง่วนอยู่กับการตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลัง นายจิรโรจน์ รักวงษ์วาน วัยประมาณ 30 ปี อาชีพวิศวกรของบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ภายในรถแท็กซี่สีชมพู ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ทล 685 กรุงเทพมหานคร 
 
                          ผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ที่เบาะหลัง มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนขนาด 11 มม. เข้าที่กลางหน้าผาก 1 นัด กระสุนทะลุท้ายทอย ที่ข้อมือซ้ายมีรอยปั๊มชื่อร้าน Kaset ซึ่งเป็นสถานบันเทิงยามค่ำคืนในย่านถนนเกษตร-นวมินทร์
 
                          โดยมีผู้บาดเจ็บอีกคนคือ นายนัฐพล รัตนะ อายุ 31 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาลย่านพระราม 9 เนื่องจากถูกคนร้ายใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงที่แขนซ้าย 1 นัด
ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ พบที่ประตูหลังด้านขวาของรถแท็กซี่มีรอยกระสุนทะลุจากด้านใน 2 รู ขณะที่พื้นถนนหลังรถแท็กซี่พบปลอกกระสุนปืน 11 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก
 
                          ร่องรอยที่พบดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ได้ว่า คนร้ายน่าจะกระชากประตูรถด้านหลังซ้ายออกแล้วใช้ปืนขนาด 11 มม. ยิงผู้ตายและผู้บาดเจ็บซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะนั่งด้านหลัง ซึ่งกระสุนเมื่อผ่านร่างผู้ตายและผู้บาดเจ็บแล้วได้ทะลุประตูหลังด้านขวา สอดคล้องกับคำให้การของนายอมร พลเมืองศรี วัย 25 ปี ผู้ขับขี่รถแท็กซี่คันเกิดเหตุ ที่ยืนยันว่า คนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 160 เซนติเมตร อายุประมาณ 27-30 ปี กระชากประตูรถหลังด้านซ้ายแล้วลั่นกระสุนใส่ผู้ตาย
 
                          “ผมรับผู้ตายและผู้บาดเจ็บมาจากซอยรัชดาภิเษก 6 โดยเขาบอกให้ไปส่งที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯ ระหว่างออกจากซอยมีรถยนต์มิตซูบิชิ สีขาว ตามมาจี้ท้ายและบีบแตรเสียงดังลั่น ผมคิดว่าเขาจะรีบ จึงชะลอรถให้แซง แต่เขาก็ไม่แซง จนออกถนนใหญ่รถคันนี้ก็ตามมาประกบด้านขวา ผมเห็นมีคนขับคนเดียวสวมเสื้อโปโลสีขาวคาดดำ เดินลงมาจากรถ ตรงไปเปิดประตูรถด้านหลังซ้าย ขู่ผู้ตายให้ย้ายรถไปด้วยกัน พอผู้ตายไม่ไป คนร้ายเลยชักปืนออกมายิงใส่แสกหน้าผู้ตาย และหันปืนไปยิงเพื่อนผู้ตายในรถบาดเจ็บ ก่อนหลบหนี” คนขับรถแท็กซี่ ลำดับเหตุการณ์ขณะคนร้ายลงมือ
 
                          พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.น. (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) กำชับให้ตำรวจชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในละแวกที่เกิดเหตุ พบกล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถศูนย์วัฒนธรรมฯ สามารถจับภาพรถคนร้ายได้ เป็นรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ แต่ไม่เห็นป้ายทะเบียน สอดคล้องกับคำให้การของนายอมร
 
                          ชุดสืบสวนพูดคุยกับผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นเพื่อนผู้ตาย ยืนยันว่า รถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้น จำเลขทะเบียนได้คือ 3006 แต่ไม่สามารถจำหมวดอักษรได้ 
 
                          ตำรวจชุดสืบสวนจึงขยายผล โดยการตรวจสอบการจดทะเบียนผู้ครอบครองรถจากกรมการขนส่งทางบก พบว่า รถปาเจโร่ สีขาว ที่มีเลขทะเบียน 3006 มีหมวดอักษร คือ “ญภ” หมวดจังหวัดคือ กรุงเทพมหานคร โดยผู้ครอบครองรถคันนี้มีหมายจับคดีบุกรุกป่าสงวน 2 หมายจับ 
 
                          ตำรวจชุดสืบสวนขยายผลโดยการนำภาพถ่ายของผู้ครอบครองรถคันนี้ ไปให้คนขับรถแท็กซี่ และเพื่อนผู้ตาย ซึ่งถูกยิงบาดเจ็บดู แต่ทั้งสองยืนยันว่าไม่ใช่คนร้าย ตำรวจจึงตรวจสอบรายละเอียดรถคันนี้ใหม่ พบว่าผู้ครอบครองเดิมนำไปขายต่อให้เต็นท์รถยนต์มือสองแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง 
 
                          ตำรวจจึงไปตรวจสอบข้อมูลจากเต็นท์รถยนต์มือสองดังกล่าว กระทั่งทราบว่า ผู้ที่ซื้อรถยนต์คันนี้ไปคือ นายประเสริฐ ช่วยชนะ อายุ 33 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี และยังขยายผลทราบว่า นายประเสริฐไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านพระราม 9 เพื่อนำมาชำระค่ารถยนต์คันนี้ให้แก่ทางเต็นท์รถ
 
                          ตำรวจจึงดึงภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่หน้าตู้เอทีเอ็มดังกล่าว นำไปให้พยาน ซึ่งอยู่ในเหตการณ์ตรวจสอบ ซึ่งพยานยืนยันตรงกันว่า เป็นบุคคลคนเดียวกับมือปืนที่ยิงแสกหน้าผู้ตาย
 
                          หลังจากสามารถยืนยันตัวมือปืนที่ลงมือลั่นไกสังหารผู้ตายได้ ตำรวจชุดสืบสวนของ สน.ห้วยขวาง และชุดสืบสวนของ กก.สส.น.1 จึงขยายผลกระทั่งทราบว่า หลังก่อเหตุนายประเสริฐเดินทางไปกบดานหนีความผิดที่ จ.อุดรธานี จึงประสานตำรวจในพื้นที่เพื่อช่วยกันควานหาตัวคนร้าย กระทั่งวันที่ 27 เมษายน 2555 หรือหลังเกิดเหตุเพียง 10 วัน ก็สามารถติดตามจับกุมมือปืนรายนี้มาดำเนินคดีได้ 
 
                          นายประเสริฐรับสารภาพว่า สาเหตุที่นำมาสู่การสังหาร เป็นเพราะขณะนั่งดื่มกินที่สถานบันเทิงในซอยรัชดาภิเษก 6 ผู้ตายซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เข้ามาก่อกวนที่โต๊ะ และบีบบังคับให้ดื่มเหล้า เมื่อไม่ยอมทำตามผู้ตายก็ดึงเสื้อและกำหมัดทำท่าจะต่อย ด้วยความโมโหจึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
 
                          "ผู้ต้องหายืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับผู้ตายมาก่อน ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้ไปนั่งดื่มกินที่สถานบันเทิงในละแวกที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นผู้ตายซึ่งมีอาการเมาเข้ามาวุ่นวายที่โต๊ะ และบังคับให้ผู้ต้องหาดื่มเหล้า ผู้ต้องหาไม่ยอม ผู้ตายคว้าคอเสื้อทำท่าจะต่อย ก่อนจะมีผู้เห็นเหตุการณ์ช่วยกันห้าม และเมื่อออกจากร้านแล้วผู้ต้องหาจึงขับรถตามประกบและพอได้โอกาสจึงก่อเหตุขึ้นแล้วนำปืนไปฝากไว้กับนายดำ ซึ่งเป็นเพื่อน ก่อนจะหนีไปที่พิษณุโลก และเดินทางต่อไปยังอุดรธานี กระทั่งถูกจับกุมที่ อ.เมือง" ตำรวจชุดสืบสวน ให้ข้อมูล
 
                          หลังก่อเหตุนายประเสริฐได้นำปืนไปฝากไว้กับเพื่อนที่พักอยู่ภายในซอยลาดพร้าว 130 ตำรวจจึงขยายผลไปตรวจยึดอาวุธปืนกระบอกนี้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนกองพิสูจน์หลักฐาน นำไปทดสอบยิง เพื่อตรวจสอบรอยเข็มแทงชนวน พบว่าตรงกันกับปลอกกระสุนปืนที่เก็บได้จากจุดเกิดเหตุ เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าผู้ต้องหาใช้ปืนกระบอกนี้ยิงผู้เสียชีวิตจริง
 
 
 
 
----------------------
 
(แกะรอย...จากกล้องวงจรปิด ล่ามือปืนซิ่ง 'ปาเจโร่' สังหารวิศวกรซีพี : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)