
พลุระเบิด!เจ้าของร่างแหลกดับ1
03 พ.ค. 2557
เจ้าของ 'กัมปนาทดอกไม้ไฟ' นั่งผลิตพลุในบ้าน เกิดระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหว ฉีกร่างเละ กระจายเกลื่อน บ้านพัง อีกที่ บั้งไฟตะไลยักษ์บึ้ม 'รองเจ้าอาวาส' มรณภาพคาที่
3 พ.ค. 57 เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.ท.หญิง ฤดีสรวง ธาระเลิศ ร้อยเวร สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 3 ต.บ้านเกาะ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้เสียชีวิต จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุเทพ ชนะสิทธิ์ ผกก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ต.อรรถพล วงศ์นรเศรษฐ์ สว.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจ ไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสร้างด้วยปูนทั้งหลัง ทรงบังกะโลสองชั้น สีชมพู บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่ โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณห้องด้านข้างบ้านด้านขวา ซึ่งเป็นห้องที่ต่อเติมออกมา แรงระเบิดทำให้ห้องทั้งห้องพังเสียหาย หลังคาและเพดานหายไปแถบ นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้ตัวบ้านด้านในและเพดานด้านในบ้านพังเสียหายอย่างมาก กระจกประตูหน้าต่างแตก บริเวณห้องที่ต่อเติมยังพบชิ้นส่วนมนุษย์กระจัดกระจายแขน ขา และศีรษะหลุดเป็นชิ้น ทราบชื่อต่อมาคือ นายกัมปนาท งามพรหม อายุ 46 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 10 ต.ยางซ้าย อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ในที่เกิดเหตุยังพบเศษวัสดุสำหรับทำประทัด และไข่ก๊อง สำหรับใช้ในงานลอยกระทงจำนวนมาก กระจัดกระจาย และยังพบหลุมลึกประมาณ 10 ซม. กว้างกว่า 30 ซม.
จากการตรวจบริเวณที่เกิดเหตุพบว่า ในห้องที่อยู่หลังบ้านมีถุงใส่วัสดุสำหรับทำประทัด พลุ และประทัดที่สำเร็จแล้ว รวมทั้งดินประสิว ดินปืนจำนวนมาก นอกจากนี้ภายในบริเวณบ้านยังมีบ้านหลังเล็ก เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบวัสดุทำประทัดและพลุจำนวนมากเก็บซ่อนอยู่
นายอุดม อิ่มสุวรรณ อายุ 67 ปี อดีตพ่อตาของนายกัมปนาท ซึ่งอยู่ภายในบ้านหลังที่เกิดเหตุ ให้การเบื้องต้นต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายกัมปนาทเลิกกับลูกสาวมานานหลายปี และบ้านหลังดังกล่าวให้ลูกๆ อยู่ โดยนายกัมปนาทเป็นเจ้าของพลุดอกไม้ไฟที่อ่างทอง ชื่อ ”กัมปนาทดอกไม้ไฟ” จะแวะเวียนไปมาที่บ้านหลังดังกล่าว โดยไม่ทราบว่านั่งทำประทัดอยู่ข้างบ้าน ก่อนเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้าน นายกัมปนาทเข้ามาตอนเช้าแล้วออกไป หลังจากนั้นก็กลับเข้ามาอีกครั้ง จนเกิดระเบิดดังกล่าว
ด้าน นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้แจ้งให้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับตำรวจ ลงไปตรวจสอบสาเหตุการระเบิดและหาผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งดูว่ามีใบอนุญาตหรือไม่ เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป
บั้งไฟตะไลยักษ์บึ้ม 'รองเจ้าอาวาส' มรณภาพคาที่
เมื่อเวลา 17.45 น. ร.ต.อ.เอกชัย วรสา พนักงานสอบสวน สภ.น้ำเกลี้ยง ได้รับแจ้งเกิดเหตุบั้งไฟตะไลระเบิดใส่พระมรณภาพที่บริเวณกลางทุ่งนาบ้านสบาย ต.รุ่งระวี อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกชัย ปรัชญาวุฒิรัตน์ ผกก.สภ.น้ำเกลี้ยง ที่เกิดเหตุพบร่างพระภิกษุรูปหนึ่งนอนมรณภาพ มีบาดแผลบริเวณศีรษะ มีรอยเขม่าดินประสิวติดเต็มใบหน้า เศษมันสมองกระจายเกลื่อน ใกล้กันพบท่อนเหล็กยาว 1.20 เมตร และโครงไม้ผ่า ซึ่งเป็นส่วนประกอบของบั้งไฟตะไลตกอยู่ โดยมีชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก
จากการสอบสวนทราบว่า พระภิกษุที่มรณภาพ ชื่อ หลวงพ่อสงวน บัวศรี อายุ 65 ปี รองเจ้าอาวาสวัดบ้านสบาย ต.รุ่งระวี อ.น้ำเกลี้ยง และเป็นเจ้าฉบับบั้งไฟชื่อดังของ อ.น้ำเกลี้ยง และอำเภอใกล้เคียง ก่อนเกิดเหตุ อบต.รุ่งระวี ได้ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟล้าน ประจำปี 2557 และหลวงพ่อสงวนได้ทำบั้งไฟตะไลมาจุดโชว์ในงานครั้งนี้ด้วย โดยจุดห่างจากบริเวณประรำพิธีประมาณ 400 เมตร
ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี หลานชายหลวงพ่อสงวน ที่เห็นเหตุการณ์ใกล้ชิด กล่าวว่า ขณะที่หลวงพ่อสงวนจุดชนวนบั้งไฟตะไล 1 ข้างแล้ว และกำลังจะหมุนบั้งไฟเพื่อจุดชนวนอีกด้านหนึ่ง แต่ปรากฏว่าบั้งไฟตะไลเกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้ร่างของหลวงพ่อกระเด็นห่างจากฐานบั้งไฟ 2 เมตร และหัวไม้ที่อุดหัวบั้งไฟตะไลพุ่งไปโดนศีรษะหลวงพ่อทำให้ศีรษะแตกและมันสมองกระจายทะลักออกมา มรณภาพสยดสยองคาที่ ท่ามกลางสายตาประชาชนที่พากันมาชมประเพณีจุดบั้งไฟจำนวนมาก
พ.ต.อ.เอกชัย ปรัชญาวุฒิรัตน์ ผกก.สภ.น้ำเกลี้ยง กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดจากการกระทำของหลวงพ่อเอง ที่ทำบั้งไฟขึ้นมา ดังนั้นจึงทำหนังสือส่งศพไปให้แพทย์โรงพยาบาลน้ำเกลี้ยงทำการชันสูตรศพ จากนั้นจะมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป



