ข่าว

หลายฝ่ายมองข้อเสนอ'มาร์ค'ขัดรธน.

หลายฝ่ายมองข้อเสนอ'มาร์ค'ขัดรธน.

03 พ.ค. 2557

'วราเทพ' ส่งสัญญาณเมินข้อเสนอ 'มาร์ค' ย้อนถามในแง่ก.ม.ทำได้หรือไม่ ข้องใจ!ให้ชะลอลต.ทั้งที่เป็นทางออก 'ชูวิทย์' ชี้เป็นไปไม่ได้ สะท้อนแนวคิดขั้วเดียวกับกปปส.

 
                          3 พ.ค.57 นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯและรมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่แถลงเสนอทางออกประเทศ 4 ข้อ ว่า ข้อเสนอในข้อที่ 3 ของนายอภิสิทธิ์ที่ให้มีรัฐบาลคนกลางเฉพาะกาลมาบริหารจัดการเลือกตั้งนั้น เราคงต้องย้อนกลับไปถามว่า ข้อเสนอนี้เคยมีการพูดคุยและมีการเสนอกันมานานแล้ว และในแง่ของกฎหมายไม่สามารถทำได้ เพราะจะไม่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย รวมถึงการยอมรับตัวบุคคลก็ทำได้ยาก อีกทั้งเชื่อว่าไม่มีใครยอมเสนอตัวมาเป็นคนกลาง เพราะดูจากหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา
 
                          เมื่อถามว่า ข้อเสนอให้ชะลอการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค.ออกไปก่อนรัฐบาลมีความเห็นว่าอย่างไร นายวราเทพ กล่าวว่า ต้องถามก่อนว่าชะลอออกไปเพื่ออะไร เราพูดคุยกันมานานและและรัฐบาลก็พูดคุยกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว รวมถึงกปปส.ก็ไม่มีแนวทางในการเจรจากับรัฐบาล การเลือกตั้งจึงถือเป็นทางออก ส่วนจะคล้ายกับข้อเสนอของกลุ่มกปปส.หรือไม่นั้น ส่วนตัวเห็นว่าจะคล้ายหรือไม่คล้ายก็เป็นไปในแนวทางที่ทุกฝ่ายไม่เห็นด้วยและไม่เป็นไปตามแนวทางประชาธิปไตย
 
                          “รัฐบาลยินดีรับฟังและนำข้อเสนอดังกล่าวมาพิจารณาต่อแต่ข้อเสนอและแนวทางดังกล่าวก็เป็นข้อเสนอที่หลาย ๆ ฝ่ายเคยเสนอมาแล้ว และเราก็คงไม่ต้องนำมาพิจารณาทันที” นายวราเทพ กล่าว
 
 
'ชูวิทย์' ชี้ข้อเสนอ 'มาร์ค' เป็นไปไม่ได้ สะท้อนแนวคิดขั้วเดียวกับ 'กปปส.'
 
 
                          นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่าข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต่อทางออกประเทศนั้น เป็นไปไม่ได้ และเงื่อนไขที่ได้เสนอมานั้นไม่มีสิ่งใหม่ และสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเป็นขั้วเดียวกันกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่มีความต้องการให้ชะลอการเลือกตั้งและให้รัฐบาลรักษาการลาออกจากตำแหน่ง ดังนั้นเชื่อว่าสิ่งที่เสนอมาไม่ใช่ทางออกของประเทศ แต่เป็นการวนอยู่กับวงกลมของปัญหา อย่างไรก็ตามข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ที่ต้องการให้นักการเมืองถอยและอยู่ในที่ตั้ง 5-6 เดือนนั้น ได้สอบถามสมาชิกหรืออดีต ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์แล้วหรือไม่ เพราะตนมองว่านักการเมืองถือเป็นอาชีพหนึ่ง หากไม่ได้ทำงานในอาชีพแล้วจะมีค่าตอบแทนใดในการดูแลฐานเสียงในพื้นที่ของอดีตส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ อย่าลืมว่าตนเองอยู่ในวงการการเมืองมานาน จึงถือว่าเป็นเครื่องจักรทางการเมือง และท้ายที่สุดก็ต้องกลับไปอยู่ในสภา ดังนั้นควรยึดถือกติกา กลับไปเลือกตั้ง
 
                          นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า ตนเห็นด้วยที่จะให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ถูกมองว่าเป็นคนของระบอบทักษิณลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการแลกให้การเลือกตั้งเดินหน้า ขณะเดียวกันนายสุเทพ ต้องเลิกการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และยอมรับว่าการปฏิรูปทำได้หลังการเลือกตั้งแล้วเสร็จ โดยส่วนตัวมองว่าวาทกรรมปฏิรูปประเทศนั้น เป็นเหมือนกับการเขียนอวยพรบนการ์ดอวยพรวันต่างๆ ที่เป็นถ้อยคำสวยงามแต่อาจจะไม่ทำให้เป็นจริงได้ ดังนั้นหากนายสุเทพต้องการล้มระบอบทักษิณก็ต้องใช้ระบบรัฐสภา
 
 
'สมศักดิ์' ชี้ข้อเสนอ 'อภิสิทธิ์' เป็นไปได้ยาก เหตุทำเกินกรอบรธน.
 
 
                          นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต่อทางออกประเทศไทย ว่า ตนมองว่าเป็นไปได้ยาก เพราะข้อเสนอ อาทิ ให้ตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ โดยให้วุฒิสภา และประธานวุฒิสภาเป็นผู้ดำเนินการ ล้วนเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
 
                          อย่างไรก็ตาม ตนขอให้กำลังนายอภิสิทธิ์ต่อการร่วมหาแนวทางออกของวิกฤตประเทศ แต่ตนขอฝากไปยังนายอภิสิทธิ์ด้วยว่าต้องอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง ที่ว่ารัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุดและเป็นกติกาที่บังคับใช้ ดังนั้นการเสนอสิ่งที่อยู่นอกเหนือรัฐธรรมนูญ อาจจะเป็นเหตุให้มีกลุ่มบุคคลหรือองค์กรต่างๆ ที่ไม่ยอมรับนำประเด็นไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ว่าอาจจะเข้าข่ายการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และที่สำคัญข้อเสนอของการปฏิรูป ตามที่กลุ่มกปปส.หรือเครือข่ายอื่นๆ เสนอนั้นจำเป็นอย่างยิ่งต้องแก้ไขกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญ ที่ต้องอาศัยรัฐสภา คือสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเป็นองค์ประกอบ แต่ปัจจุบันองค์ประกอบดังกล่าวไม่ครบถ้วน ดังนั้นการดำเนินการดังกล่าวไม่สามารถทำได้
 
                          “กรณีที่จะให้นักการเมืองถอย ในวันนี้พวกผมยอมถอยให้ แต่อย่าลืมว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่กำกับไว้นั้นไม่สามารถถอยได้ อาทิ นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งและได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร แต่วันนี้เมื่อมีการเสนอให้ปฏิบัติสิ่งที่นอกกติกา คุณอภิสิทธิ์แน่ใจอย่างไรว่าจะไม่สูญเปล่า โดยไม่มีปัญหายุ่งยาก โดยเฉพาะการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาการกระทำ” นายสมศักดิ์ กล่าว
 
                          นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่าหนทางที่ดีที่สุดสำหรับทางออกประเทศคือยึดตามกติกา โดยรัฐบาลรักษาการทำหน้าที่ต่อไป และการเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดเป็นเบื้องต้นคือวันที่ 20 ก.ค. ก็เดินหน้าต่อ แต่อาจใช้จังหวัดก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งทั่วไป ให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียและเป็นต้นเหตุของวิกฤตการเมือง ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์, รัฐบาลชุดปัจจุบัน, กลุ่มกปปส., ทุกพรรคการเมือง มาร่วมพูดคุยกันเพื่อหาข้อสรุป จากนั้นก็มอบหมายให้ภาคส่วนสังคมที่ไม่ใช่นักการเมือง,พรรคการเมือง หรือเครือข่ายการเมือง ร่วมร่างพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ จากนั้นเมื่อมีรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง 20 ก.ค. ให้รัฐบาลที่ได้มานั้นดำเนินการตามพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย โดยใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีครึ่งจากนั้นต้องยุบสภาเพื่อเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาที่ได้จากการปฏิรูป
 
 
'นักกฎหมายอิสระ' ชี้ 4 ข้อเสนอ 'อภิสิทธิ์' ขัดรธน.
 
 
                          นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ ได้เขียนความเห็นส่วนตัวถึงข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต่อทางออกประเทศ ผ่านทางอีเมล์ถึงสื่อมวลชน ว่า แนวคิดของนายอภิสิทธิ์ตามที่เสนอถือเป็นความหวังดี แต่มีเนื้อหาที่ขัดหลักการรัฐธรรมนูญ 4 ประการ ได้แก่  1.เสนอให้ชะลอการเลือกตั้งทั่วไป อย่างน้อยอีก 6 เดือน และสสร้างภาวะรัฐบาลชั่วคราว ถือเป็นข้อเสนอที่ขัดหลักการพื้นฐานทางรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้อำนาจรัฐมีความมั่นคงต่อเนื่องและแน่นอน 2.เสนอให้รัฐบาลรักษาการลาออก และให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการสรรหารัฐบาลมาทำหน้าที่ ถือเป็นสิ่งที่ไม่มีในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และไม่สามารถอ้างจารีตประเพณี ได้ เพราะกรณีของจารีตประเพณีในกฎหมาย ต้องมีการปฏิบัติต่อเนื่องและเป็นที่ยอมรับผูกพันทั่วกัน ไม่ใช่เป็นกรณีที่เคยทำเป็นครั้งคราวในอดีต อดีตทั้งการยึดจารีตประเพณีนั้นต้องไม่มีขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติตามลายลักษณ์อักษร
 
                          3.เสนอให้ทำประชามติหลังจากที่เครือข่ายเดินหน้าประเทศไทยและกปปส. ฐานะสภาปฏิรูปได้ดำเนินการแล้วเสร็จ มองว่าจะมีปัญหาในเรื่องข้อกฎหมาย เพราะเนื้อหาของการทำประชามตินั้นถูกตีกรอบ จากผู้ที่ไม่มีสถานะทางรัฐธรรมนูญรองรับ หรือไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน และ 4. เสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือศาล กำหนดเงื่อนไขยุบพรรคการเมืองที่ไม่สนับมนุนการปฏิรูป มองว่าอาจจะกระทบต่อฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ต่อกรณีการเข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงการทำงาน ซึ่งขัดหลักการแบ่งแยกอำนาจที่เป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญ
 
                          นายวีรพัฒน์ ระบุด้วยว่ าข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์มีส่วนที่ดี คือ ให้กกต. ปรับปรุงและแก้ไขระเบียบเลือกตั้งให้โปร่งใสและรัดกุมมากขึ้น รวมถึงให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการออกแบบวาระปฏิรูปและการใช้วิธีประชามติ ดังนั้น ตนมองว่าหากมีการปรับปรุงกติการการเลือกตั้งและทุกฝ่ายร่วมกันออกแบบการปฏิรูปใน 1-2 เดือน ก็สามารถนำไปสู่การเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ได้ และเป็นทางออกประเทศที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามตนมีความกังวลต่อการจัดฉากให้ฝ่ายการเมืองปฏิเสธข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เพื่อนำไปสู่การให้ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เพื่อหาทางออก เหมือนอย่างกรณีที่อดีตประธานศาลออกมายอมรับว่าเมื่อบ้านเมืองถึงทางตัน ศาลก็ต้องหน้าที่หาทางออก ในที่สุดอาจจะนำไปสู่การนองเลือดได้