ข่าว

'วุฒิสภา'เดินหน้าเลือกปธ.-รอง9พ.ค.

'วุฒิสภา'เดินหน้าเลือกปธ.-รอง9พ.ค.

02 พ.ค. 2557

'วุฒิสภา' ลงมติเดินหน้าเลือกปธ.-รองปธ.วุฒิสภาและกมธ.สามัญ 9 พ.ค.นี้ หลังหารือโต้แย้งนานเกือบ 3 ชั่วโมง

               เมื่อเวลา 10.25 น.วันที่ 2 พ.ค.2557 มีการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยก่อนเข้าสู่การพิจารณาเรื่องด่วน นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2557 รวมถึงแจ้งให้สมาชิกรับทราบถึงพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้ง อีก 3 ฉบับ ได้แก่ แต่งตั้งนายณรงค์ รัฐอมฤต เป็นกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, แต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน และประธานกรรมการการเลือกตั้ง ก่อนที่จะให้ ส.ว.ที่ได้รับการรับรองการเลือกตั้ง จำนวน 77 คน กล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่

               ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบกับญัตติที่เสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา รวมถึงกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา จำนวน 22 คณะ ในการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 2 ในวันที่ 9 พ.ค. หลังจากที่ที่ประชุมได้ใช้เวลาอภิปรายนานเกือบ 3 ชั่วโมง

               อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา อภิปรายว่าการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้กำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนและเป็นเรื่องเฉพาะ ดังนั้นการเสนอญัตติเพื่อพิจารณาตั้งกรรมาธิการฯ ไม่อาจสามารถทำได้ และอาจจะมีปัญหาด้านข้อกฎหมาย

               ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา อภิปรายว่า การทำหน้าที่ของวุฒิสภาไม่ได้ทำให้แผ่นดินหรือราชการเสียหาย การกำหนดรายละเอียดใน พ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา โดยรัฐบาลนั้น ตนมองว่ารัฐบาลเป็นเพียงทางผ่านให้วุฒิสภาได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์เท่านั้น ดังนั้นรัฐบาลไม่มีสิทธิ์ปิดกั้นการทำงานของวุฒิสภา หากมีการตีความกฎหมายว่าวุฒิสภาไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้เกินกว่าเรื่องที่กำหนดไว้ใน พ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญ อาจมีผู้ตีความว่าการกล่าวคำปฏิญาณตนต่อส.ว.ใหม่ไม่สามารถทำได้เช่นกัน

               นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่าการกำหนดรายละเอียดใน พ.ร.ฎ.เรียประชุมสมัยวิสามัญ โดยรัฐบาลนั้นเข้าข่ายไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการเขียนพ.ร.ฎ.ที่เกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และเข้าข่ายแทรกแซงการทำงานของวุฒิสมาชิก

               ส่วนนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา อภิปรายว่า  การเลือกประธานวุฒิสภา ถือเป็นความจำเป็นของการประชุมวุฒิสภา หากไม่มีอาจจะทำให้การทำงานสะดุด รวมถึงมีข้อจำกัดและเกิดช่องว่างตามรัฐธรรมนูญได้ อาทิ กรณีที่ประธานวุฒิสภาต้องทำหน้าที่เป็นรองประธานรัฐสภา

               หลังจากการอภิปรายนาน 2 ชั่วโมง นายตรี ด่านไพบูลย์ ส.ว.ลำพูน เสนอญัตติด้วยวาจาต่อที่ประชุมเพื่อเลือกบุคคลให้มาดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา, รองประธานวุฒิสภา และกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา ทำให้นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สว.สรรหา ได้เสนอญัตติต่อที่ประชุมให้เลื่อนการพิจารณาเลือกบุคคลให้มาดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา, รองประธานวุฒิสภา ออกไปก่อน นายวันชัยไม่เห็นด้วยและเสนอญัตติให้ร่วมลงมติทั้ง 2 ประเด็นในคราวเดียว ผลปรากฎว่าที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ 65 เสียงต่อ 23 เสียง งดออกเสียง 27 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง เห็นชอบกับญัตติกับเลือกบุคคลให้มาดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา, รองประธานวุฒิสภา และกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา และเมื่อเวลา 17.30 น. ที่ประชุมได้สรุปให้กำหนดวันพิจารณาตามญัตติดังกล่าว ในวันที่ 9 พ.ค.

 

"วุฒิ"ตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติ“สุภา ปิยะจิตติ"

               นอกจากนี้ที่ประชุมวุฒิสภาเห็นชอบกับเรื่องตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตั้งสว.ให้เข้ามาทำหน้าที่กรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ จำนวน 24 คน

 

ตั้งกมธ.พิจารณาเสนอชื่อบุคคลฯเป็นกก.ตุลาการศาลปกครอง

               มีการเห็นชอบเลือกบุคคลให้มาเป็นคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้นายสุรชัยเสนอว่าของให้คณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว ปฏิบัติหน้าที่หน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิด้วย โดยที่ประชุมไม่ขัดข้อง จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติในประเด็นการงดเว้นการบังคับใช้ข้อประชุมวุฒิสภา ข้อที่ 101 และ 102 ว่าด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่ง ที่มาจากมติจากกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา 22 คณะ และคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 130 เสียง

               จากนั้นได้มีการตั้งสว.ให้เข้ามาทำหน้าที่กรรมาธิการเพื่อพิจารณาเสนอชื่อฯ จำนวน 24 คน มาจากสายเลือกตั้ง 12 คน อาทิ นายตรี ด่านไพบูลย์ สว.ลำพูน, นายสมชาย เหล่าสายเชื้อ ส.ว.อุบลราชธานี และสายสรรหา 12 คน อาทิ นายวันชัย สอนศิริ, นายคำนูณ สิทธิสมาน, นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล ทั้งนี้มีกำหนดกรอบทำงานภายใน 30 วัน