
ร้องสื่อหลานสาว2ขวบถูกจนท.ศูนย์เลี้ยงเด็กข่มขืน
ยายพาหลานสาววัย 2 ขวบโร่ร้องสื่อ หลังถูก จนท.ศูนย์เลี้ยงเด็กข่มขืน เผยเข้าแจ้งความตำรวจ แต่คดีไม่คืบ อ้างรอผลตรวจจากโรงพยาบาล หากผลตรวจระบุชัดจึงจะนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
เหตุการณ์สะเทือนใจเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ถูกข่มขืนรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน นางสัย (นามสมมติ) อายุ 51 ปี ชาว ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ได้พา ด.ญ.เอ (นามสมมติ) หลานสาว อายุ 2 ขวบ 7 เดือน เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวว่า หลานสาวถูกผู้เกี่ยวที่ข้องภายในศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็กในเขตพื้นที่ อ.เต่างอย ข่มขืน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา จากนั้นได้เข้าแจ้งความ แต่กลับนิ่งเฉย โดยอ้างว่าต้องรอผลตรวจจากโรงพยาบาล ด้วยความร้อนใจจึงเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนให้ช่วยเหลือ
นางสัยกล่าวว่า มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ด.ญ.เอ เป็นลูกของบุตรชายที่แยกทางกับเมียตั้งแต่เด็กเกิด จึงรับ ด.ญ.เอ มาเลี้ยงเรื่อยมา กระทั่งเมื่อ 2 เดือนก่อนได้นำ ด.ญ.เอ มาฝากเลี้ยงที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็กใกล้บ้าน เพื่อที่จะออกไปประกอบอาชีพตามปกติ แต่ก็มาเกิดเรื่องแย่ที่สุดในชีวิตกับหลานสาว ในสถานที่ที่มั่นใจว่าจะสามารถดูแลหลานได้
นางสัยเล่าว่า เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 11 มิถุนายน หลังจากรับหลานสาวกลับบ้านตามปกติ พอถึงบ้านหลานก็บอกว่า คันและเจ็บที่อวัยวะเพศ จึงตรวจดูก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่าอวัยวะเพศของหลานสาวแดงก่ำ และมีคราบอสุจิแห้งกรังติดอยู่รอบอวัยวะเพศ และกางเกงในของหลาน จึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น และใครเป็นคนทำ ด.ญ.เอ ก็ตอบด้วยความใสซื่อว่า "ลุงช่างอ้วนให้หนูถ่างขาออกแล้วไม่รู้ทำอะไร หนูเจ็บมาก"
หลังหลานสาวบอกจึงเกิดความโกรธ พร้อมกับพาหลานสาวกลับไปที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก เพื่อถามครูและพี่เลี้ยงที่ดูแล แต่ก็ได้รับคำตอบว่า เด็กไม่ได้เป็นอะไร ทุกอย่างเรียบร้อยดี จึงบอกครูและพี่เลี้ยงว่าหลานสาวถูกนายช่างอ้วน (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) ข่มขืน จากนั้นให้หลานชี้ว่าใครเป็นคนทำ ซึ่งหลานก็ชี้ไปที่ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ทำให้นายช่างอ้วนเดินหลบออกไป
นางสัยเล่าต่อว่า ในวันเดียวกันจึงพาหลานสาวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเต่างอย เพื่อขอใบรับรองแพทย์ไว้เป็นหลักฐาน โดยมี นพ.เกียรติศักดิ์ ทมเสนสา แพทย์เวรเป็นผู้ตรวจอาการ ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่า มีสิ่งอันปลอมแปลง คล้ายของแข็ง เสียดสีกับอวัยวะเพศของเด็ก จนเกิดอาการช้ำ และมีคราบอสุจิแห้งติดบริเวณรอบอวัยวะเพศ แพทย์จึงตรวจคราบอสุจิพร้อมส่งคราบอสุจิไปตรวจที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น เพื่อขอทราบผลดีเอ็นเอ โดยแพทย์นัดให้มารับผลตรวจในวันที่ 2 กรกฎาคม
ส่วนผลการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวี ที่โรงพยาบาลเต่างอย ผลตรวจปรากฏว่าไม่พบเชื้อเอชไอวี แต่แพทย์กำชับให้นำเด็กมาตรวจเลือดติดต่อกันในช่วงระยะ 6 เดือน เพื่อความปลอดภัย
นางสัยกล่าวด้วยว่า หลังจากที่หมอตรวจอาการหลานสาวแล้ว จึงนำใบรับรองแพทย์ พร้อมหลานสาวเข้าแจ้งความในวันเดียวกัน ที่ สภ.เต่างอย โดยมี ร.ต.ต.วิชัย ไถวฤทธิ์ พนง. (สบ 1) ร้อยเวร เป็นผู้รับเรื่องไว้ ซึ่งได้แจ้งรายละเอียดทุกอย่าง พร้อมบอกให้ทราบว่าใครเป็นคนทำ เนื่องจากหลานสาวชี้ตัวได้อย่างชัดเจน แต่ตำรวจกลับทำเพียงลงบันทึกประจำวัน
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สร้างความแปลกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากตนมีใบรับรองแพทย์ และหลานสาวผู้เสียหายมายืนยัน แต่ตำรวจกลับไม่ดำเนินการใดๆ ประกอบกับไม่ได้ให้เซ็นหรือทำอะไรเกี่ยวกับเอกสารการแจ้งความเลย กระทั่งวันที่ 25 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับคดีนี้ แม้ว่าตนบอกให้ทราบถึงที่อยู่ของผู้ต้องสงสัย และจะพาหลานสาวไปชี้ตัวคนกระทำความผิด แต่ก็ถูกปฏิเสธ ซึ่งก็ไม่ท้อ ยังขอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงตลอดเวลา
"เชื่อว่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องนี้ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจเกรงใจเจ้าของศูนย์รับเลี้ยงเด็ก อย่างไรก็ตาม ต้องการขอความเป็นธรรมให้แก่ครอบครัว และต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดคดีให้เอาคนผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด จึงเข้าวอนสื่อมวลชนช่วยเหลือดังกล่าว" นางสัยกล่าว
ด้าน ร.ต.ต.วิชัย ร้อยเวรเจ้าของคดี เปิดเผยว่า คดีนี้ต้องรอผลตรวจสอบคราบอสุจิที่แพทย์โรงพยาบาลเต่างอยส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น ก่อน ถ้าผลตรวจออกมาเช่นไรต้องถือปฏิบัติตามที่แพทย์ยืนยัน พร้อมสืบพยานจากผู้เกี่ยวข้อง หากเป็นความจริงก็จะเข้าจับกุมคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



