
รับปากหนุนคนจีนเที่ยวเมืองไทยททท.ตั้งเป้ายอดปีหน้า1.4ล้านคน
ททท.ตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 1.3-1.4 ล้านคน ในปี 53 เจรจาสางอุปสรรคระหว่างกัน นายกฯ จีนรับปากหนุนคนจีนเข้ามาเที่ยวเมืองไทย ตั้งกรรมการร่วมติดตามสถานการณ์
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ) กล่าวระหว่างการเยือนจีนพร้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า ททท.คาดหวังจะเพิ่มนักท่องเที่ยวจีนมาไทยให้ได้ประมาณ 1.3 - 1.4 ล้านคนในปี 2553 โดยจะปรับปรุงคุณภาพบริษัททัวร์เพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาเที่ยวประเทศไทยซ้ำอีก เนื่องจากผลการสำรวจข้อมูลพบว่า นักท่องเที่ยวจีนที่กลับเข้ามาเที่ยวไทยซ้ำเป็นครั้งที่สองมีน้อยมาก แสดงว่ายังไม่มีความประทับใจมากเท่าที่ควร ซึ่งในการเยือนจีนครั้งนี้ ททท.ได้หารือกับผู้ประกอบการทัวร์ของไทยและเอเย่นต์จีน เกี่ยวกับกฎหมายใหม่ของจีน ที่ห้ามขายทัวร์ราคาต่ำกว่า 2,000 หยวน และต้องจัดโปรแกรมทัวร์ ตามที่สัญญากันไว้
"เรากังวลว่ากฎหมายดังกล่าวอาจะมีปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะกฎหมายไม่มีการยืดหยุ่น ซึ่งไทยก็ออกกฎหมายในลักษณะนี้มาบังคับใช้เช่นกัน แต่ของเราสามารถจัดโปรแกรมเที่ยวทดแทน โปรแกรมที่ยกเลิกเพราะมีอุปสรรคได้ ซึ่งปัญหานี้อาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนในไทย แต่ ททท.ก็ย้ำกับผู้ประกอบการทัวร์ไทยว่าให้ใช้หลักสุจริต คือ ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนโปรแกรมและสามารถอธิบายได้ ก็ไม่น่าเข้าข่ายผิดกฎหมายจีน" นายวีระศักดิ์กล่าว
ขณะที่ในช่วงเช้าวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีน โดยกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจีนได้ตอบรับเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ จ.ภูเก็ต เดือนตุลาคมนี้ และรัฐบาลได้เชิญนายกรัฐมนตรีจีนเยือนไทยอย่างเป็นทางการในช่วงก่อนหรือหลังการประชุมสุดยอดอาเซียนด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีจีนได้ตอบรับ และจะกำหนดวันเดินทางเยือนอีกครั้ง นอกจากนั้น ในการหารือถึงการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีจีนยืนยันว่าจีนจะสนับสนุนนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยเพิ่มมากขึ้น และจัดตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ฝ่าย เพื่อเป็นกลไกติดตามสถานการณ์ภายในปีนี้ โดยจีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมก่อน
"เราได้ขอให้รัฐบาลกลางของจีนประสานกับรัฐบาลท้องถิ่น และอธิบายสถานการณ์ของไทยให้นักท่องเที่ยวจีนทราบ เพราะการประกาศเตือน เป็นอำนาจของรัฐบาลท้องถิ่นระดับมณฑล" นายกรัฐมนตรีกล่าว



