ข่าว

คึกคัก!เปิดประชุมวุฒิฯ'จองชัย'จ่อชิงปธ.

คึกคัก!เปิดประชุมวุฒิฯ'จองชัย'จ่อชิงปธ.

02 พ.ค. 2557

คึกคัก!เปิดประชุมวุฒิฯ'จองชัย'จ่อชิงปธ. คาดเพื่อไทยหนุน'จงรัก' กปปส.เตรียมดาวกระจายเผด็จศึก

               2พ.ค.2557  ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ คือการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง และการเลือกกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.เป็นต้นไป

               ขณะเดียวกันนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฎิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ได้มีคำสั่งเปิดประชุมวุฒิสภาวันที่  2 พ.ค.นี้เวลา 10.00น.ส่งผลให้ส.ว.เดินทางเข้าร่วมประชุมอย่างคึกคักโดยเฉพาะส.ว.ใหม่ และมีการร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก

               ด้านนายจองชัย เที่ยงธรรม ส.ว.สุพรรณบุรี  ยอมรับว่า มีชื่อเป็นแคนดิเดตในการชิงตำแหน่งปธ.วุฒิสภา โดยพร้อมแสดงวิสัยทัศน์ในการชิงตำแหน่งหากได้รับการเสนอชื่อ ส่วนนายคำนูณ สิทธิสนาม ส.ว.สรรหา ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า  วันนี้มีการประชุมวุฒิสภานัดแรก คาดจะมีเรื่องนอกระเบียบวาระถูกยกขึ้นมาหารืออย่างน้อย 2 - 3 เรื่อง

 

เพื่อไทยหนุน"จงรัก"นั่งปธ.วุฒิ

             รายงานแจ้งว่า ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวที่จะล็อบบี้ส.ว.ในการเลือกตัวประธานวุฒิสภาคนใหม่ เนื่องจากมีอำนาจสูงสุดในการชี้ขาดการแต่งตั้ง หรือถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาขององค์กรอิสระ หากมีการถอดถอนก็จะต้องส่งเรื่องต่อมายังวุฒิสภา

             ล่าสุดแกนนำพรรคเพื่อไทยได้ประสานไปยังกลุ่มส.ว.ที่สนิทสนมกัน โดยเฉพาะส.ว.สายเลือกตั้ง เพื่อขอให้สนับสนุน พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ส.ว.สรรหา เป็นประธานวุฒิสภา เนื่องจากกลุ่ม 40 ส.ว.จะสนับสนุน คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ส.ว.กทม. ให้ชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา

             ทั้งนี้ แต่ละฝ่ายต่างคาดว่ามีส.ว.ในมือประมาณ 60 กว่าคน ถือว่าสูสีกันมาก ดังนั้น ส.ว.ที่เป็นสายกลางที่เหลืออยู่อีกประมาณ 10 กว่าคนจึงถูกเกลี้ยกล่อมอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยเลือกสนับสนุนพล.ต.อ.จงรักนั้น เพราะพล.ต.อ.จงรักการันตีว่ามีเสียงส.ว.ในมือประมาณ17 - 18 เสียง ตรงนี้เมื่อนำมารวมกับเสียงส.ว.เลือกตั้ง ก็น่าจะทำให้มั่นใจได้ว่า กระบวนการถอดถอนคนในรัฐบาลที่จะมีขึ้นนั้น ฝ่ายรัฐบาลน่าจะได้รับชัยชนะ



กปปส.เตรียมดาวกระจายเผด็จศึก

             แหล่งข่าวจาก กปปส.ขยายความถึงแผนเผด็จศึกของ กปปส. ว่า วันสำคัญที่สุดจะเริ่มตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 13 พ.ค. ซึ่งวันนั้น ทาง กปปส.คงย้ายเวทีจากสวนลุมพินีไปปักหลักที่ถนนราชดำเนิน และจะเริ่มปฏิบัติการ "ปฏิวัติโดยประชาชน" ในวันที่ 14 เม.ย. ซึ่งคาดว่าจะมีแผน "ดาวกระจาย" ไปในสถานที่สำคัญต่างๆ

             ทั้งนี้ที่เลือกวันที่ 14 เม.ย. เพราะคาดว่าในช่วงนั้นศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)จะมีคำวินิจฉัยในคดีของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกมา คือ คดีย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี และคดีจำนำข้าว ที่นายกฯถูกกล่าวหาว่าละเว้นยับยั้งการทุจริตจนก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งทาง กปปส. มั่นใจว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะสามารถปิดเกมที่ยืดเยื้อมานาน 6 เดือนได้

             "สถานการณ์หลังจากนี้จะกดดันไปที่กองทัพโดยตรง เพราะนอกจากมวลชน กปปส.ที่ยกระดับการชุมนุม อีกฝั่งหนึ่งคือคนเสื้อแดงก็จะออกมาเหมือนกัน คราวนี้กองทัพคงต้องขยับแน่ เพียงแต่ว่าจะขยับอย่างไรเท่านั้น ครั้งนี้เกมต้องจบ แต่ก็ยอมรับว่าเป็นการจบชั่วคราว ในระยะยาวก็ยังต้องสู้กันต่อไป" แหล่งข่าวจาก กปปส.วิเคราะห์

             สำหรับวันเลือกตั้ง 20 ก.ค.ที่ กกต.และรัฐบาลร่วมกันกำหนดนั้น จากการสำรวจท่าทีทั้งในส่วนของ กปปส.พรรคประชาธิปัตย์ และฝ่ายรัฐบาลเอง มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า เป็นไปได้ยากที่จะมีการเลือกตั้งในวันดังกล่าว เพราะสถานการณ์ตอนนั้นเดินเข้าสู่จุดที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะเกิดความรุนแรง และมีการวิเคราะห์กันว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์เหมือนเมื่อปี 2549 คือ ทหารออกมายึดอำนาจ หรือถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ก็คงไม่สำเร็จ ไม่สามารถเปิดสภา ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ เช่นเดียวกับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.

             สำหรับความเคลื่อนไหวในส่วนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น คนใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ บอกว่า แม้ว่าตอนนี้จะดูเหมือนแนวทางที่จะมีการดำเนินการตามข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ จะเป็นไปได้ยาก แต่ก็ถือว่ายังไม่จบ เกมนี้จะจบก็ต่อเมื่อนายอภิสิทธิ์ เปิดข้อเสนอออกมา ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันเสาร์นี้ แล้วทั้งรัฐบาล และ กปปส.ปฏิเสธ ซึ่งถ้าถึงจุดนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็คงแถลงว่าไม่เข้าร่วมการเลือกตั้ง หากมีการเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. ก็คงจะซ้ำรอยเมื่อวันที่ 2 ก.พ. คือ ถูกขัดขวางการเลือกตั้ง และทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ หรือ อีกด้านก็มีการมองไปที่บทบาทของทหารว่าจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์นี้หรือไม่ อย่างไร

 

หวั่นปะทะผบ.ปตอ.1ถกพุทธะอิสระมาตรการความปลอดภัย

             หลวงปู่พุทธะอิสระ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา พ.อ.วรวุฒิ วุฒิศิริ ผบ.ปตอ. 1 ได้เข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการดูแลความปลอดภัยของพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อตกลงที่จะให้ตำรวจและทหารเข้ามาตั้งจุดตรวจความปลอดภัยในพื้นที่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ป้องกันผู้ไม่หวังดีก่อเหตุร้ายแต่ที่ผ่านมาตำรวจยังไม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่อ้างว่ากำลังพลไม่เพียงพอ

             อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 มาตกใส่ด้านหลังศูนย์ราชการ อาคารเอ จนทำให้การ์ดเวทีแจ้งวัฒนะได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 รายต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ หลังจากนี้คงต้องจัดกำลังการ์ดให้ขยายการลาดตระเวนให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น เพื่อดูแลตัวเอง นอกจากนี้ผบ.ปตอ.1 ได้สอบถามเกี่ยวกับกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะนำมวลชนมาศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีที่มีกำหนดเข้าให้ปากคำกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคง(สมช.)ในวันที่ 6 พ.ค.นี้ ซึ่งทหารไม่ต้องการให้มีการเผชิญหน้าและเกิดเหตุปะทะกัน จึงร้องขอให้เวทีแจ้งวัฒนะผ่อนปรนด้วยการปล่อยให้คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งสามารถเข้ามาทำกิจกรรมในพื้นที่ได้ ซึ่งอาตมายืนยันไปแล้วว่าจะไม่ยอมให้คนเสื้อแดงเข้ามาในพื้นที่เด็ดขาด เพราะหากเข้ามาก็คงต้องมาข่มขู่ศาลหรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แต่ในส่วนนายกรัฐมนตรีเวทีแจ้งวัฒนะยืนยันจะไม่ขัดขวางการเข้าให้ปากคำ

             ด้านพล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ โพสต์เฟชบุ๊คระบุข้อความว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค. เวลา 22.00 น. มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่พื้นที่ชุมนุมเวทีแจ้งวัฒนะ มีผู้บาดเจ็บชื่อนายอดิเทพ อ่อนจันทร์ ถูกส่งตัวมายังรพ.มงกุฎวัฒนะ พบว่ามีบาดแผลที่หน้าอกด้านขวา มือซ้าย และต้นขาซ้าย ผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัสจากสะเก็ดระเบิดเอ็ม 79 ที่หน้าอกด้านขวามีภาวะลมรั่วและคั่งในช่องปอด ทำให้เกิดภาวะหายใจล้มเหลวและภาวะช็อค คณะแพทย์นำโดยพ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ ได้ทำการใส่ท่อระบายลมจากช่องปอดจนพ้นขีดอันตรายจากภาวะหายใจล้มเหลว ขณะนี้ผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในห้องไอซียูเพื่อระวังอาการแทรกซ้อน สำหรับสะเก็ดระเบิดที่ทะลุเข้าหน้าอกด้านขวาได้ทะลุเข้าไปถึงขั้วปอด แพทย์จึงจะยังไม่ผ่าตัดเอาสะเก็ดระเบิดออกจนกว่าผู้ป่วยจะมีอาการเป็นปกติ เนื่องจากหากผ่าตัดในขณะนี้ผู้ป่วยจะเกิดอันตราย

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้(2 พ.ค.) หลวงปู่พุทธะอิสระเคลื่อนขบวนมวลชนด้วยรถบัส 6 คัน ออกไปยังการประปานครหลวงและกระทรวงสาธารณสุขรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันเดินทางไปถวายคืนพระราชอำนาจ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชาติด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ในวันที่ 16-18 พ.ค.นี้ พร้อมกับเปิดกว้างให้คนเสื้อแดงเข้าร่วมการถวายคืนพระราชอำนาจด้วย เพื่อแสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ปัญหาของบ้านเมือง