ข่าว

เมาคลั่งฟันแม่กับพ่อเลี้ยงพลาดล้มฉมวกปักอก

เมาคลั่งฟันแม่กับพ่อเลี้ยงพลาดล้มฉมวกปักอก

25 มิ.ย. 2552

กรรมทันตาเห็น หนุ่มสกลเมาคลั่งคว้าอีโต้ไล่ฟันแม่กับพ่อเลี้ยง เกิดพลาดท่าลื่นล้มถูกฉมวกยิงปลาปักอก สุดสยองเหล็กทะลุเข้าร่างกว่าฟุต เลือดทะลักไม่หยุด เมียช่วยถูกฟันเข้าที่ฝ่ามือเหวอะ แพทย์ระบุอาการสาหัสมาก แม่เผยเมาอาละวาดมาทุบตีตลอด ตักเตือนไม่ดีขึ้น ทำใจห

 เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 25 มิถุนายน พ.ต.ท.ประกอบ ภูหงส์เพชร สารวัตรเวร สภ.ขมิ้น อ.เมือง จ.สกลนคร รับแจ้งอุบัติเหตุปืนฉมวกที่ใช้ยิงปลาแทงปักหน้าอกชาวบ้านบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บ้านดอนเชียงบานใหญ่ ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.สกลนคร หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจไปตรวจสอบ

 ที่เกิดเหตุบริเวณบ้านเลขที่ 34 หมู่ 13 บ้านดอนเชียงบานใหญ่ พบชาวบ้านจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย โต๊ะ ตู้ เตียง ถูกทุบทำลาย ในที่เกิดเหตุพบปืนฉมวกที่ใช้สำหรับยิงปลาหล่นอยู่ในบ้าน เหลือแต่ส่วนที่เป็นพานท้ายและตัวปืนเท่านั้น เบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บถูกเหล็กปลายแหลมของฉมวกปักคาอยู่บริเวณหน้าอก ทราบชื่อคือ นายยอดชาย พานซ่อนกลิ่น อายุ 23 ปี นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บอีก 1 รายถูกมีดอีโต้ปาดเข้าที่ฝ่ามือด้านซ้ายเป็นแผลเหวอะหวะ ทราบชื่อคือ น.ส.ช่อฉัตร สิงห์พงษ์ อายุ 38 ปี ภรรยาของนายยอดชาย เจ้าหน้าที่ชุดกู้ชีพ อบต.เชียงเครือ ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บทั้งสองรายส่งโรงพยาบาลสกลนครก่อนหน้านี้แล้ว

 จากการสอบสวนทราบว่า บ้านหลังเกิดเหตุเป็นของนางจำรัตน์ พานซ่อนกลิ่น อายุ 50 ปี พักอยู่กับนายตรี จันประโคน อายุ 39 ปี สามี พร้อมด้วย นายยอดชาย ลูกชาย และ น.ส.ช่อฉัตร ลูกสะใภ้ นางจำรัตน์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า นายยอดชาย เป็นลูกที่เกิดกับสามีเก่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ลูกชายซึ่งทำงานเป็นช่างเหล็ก และทำงานก่อสร้างทั่วไปได้กลับมาบ้านด้วยอาการมึนเมา เมื่อมาถึงก็หาเรื่องด่าทอตนเอง และนายตรี ด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมโวยวายทำลายข้าวของภายในบ้านพังเสียหาย ก่อนจะคว้ามีดอีโต้วิ่งขึ้นไปข้างบนบ้านเพื่อทำร้ายพ่อเลี้ยง เพราะคิดว่าอยู่ข้างบนบ้าน 

 "ตอนนั้นดิฉันพยายามเข้าไปดึงรั้งเอาไว้ และเรียกน้าเขยที่อยู่บ้านใกล้ๆ ให้มาช่วย ทำให้เกิดชุลมุนอยู่พักใหญ่ ดิฉันพยายามแย่งมีดออกจากมือลูก แต่เนื่องจากเขาถอดเสื้อ ร่างกายมีเหงื่อลื่นเป็นมัน ทำให้ลูกดิ้นหลุดออกจากมือ ก่อนจะถือมีดอีโต้วิ่งขึ้นไปบนบ้าน ระหว่างนั้นเป็นจังหวะเดียวกันที่นายตรีกลับมาจากหาปลา และยังถือปืนฉมวกอยู่ในมือ ตอนนั้นไม่ทันตั้งตัว เมื่อหันหน้าไปก็เห็นว่า ลูกชายวิ่งเข้ามาเกือบจะถึงตัวสามีแล้ว แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นเมื่อลูกเกิดสะดุดล้มกะทันหัน เสียหลักล้มคะมำพุ่งไปชนฉมวกที่ติดอยู่กับปืน ทำให้เหล็กแหลมที่เป็นฉมวกปักเข้าไปในร่างลึกเกือบทะลุ แต่ลูกชายยังไม่สิ้นฤทธิ์ ดิ้นกระเสือกกระสนใช้มีดอีโต้กวัดแกว่งไปมา" นางจำรัตน์ กล่าว   

 ระหว่างนั้น น.ส.ช่อฉัตรที่อยู่ในเหตุการณ์ตลอด ได้วิ่งเข้าไปยื้อแย่งเอามีดอีโต้ออกมาจากมือของลูกชาย แต่ก็ถูกคมมีดรูดเฉือนฝ่ามือด้านซ้าย บาดแผลเหวอะหวะเลือดไหลทะลัก เพื่อนบ้านต้องเข้าไปช่วยแย่งมีดออกมาจากมือลูกชาย จากนั้นจึงช่วยกันรวบตัวลูกชายที่ยังมีอาการคลุ้มคลั่งเอาไว้ ก่อนจะประสานไปยังเจ้าหน้าที่ชุดกู้ชีพ  อบต.เชียงเครือ นำรถมารับตัวส่งโรงพยาบาลสกลนคร ระหว่างที่รอการช่วยเหลืออยู่ ลูกชายพยายามดิ้นให้หลุดจากการควบคุม ทั้งที่มีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลไม่หยุด

 "ตอนนี้ทำใจไว้แล้วหากลูกเป็นอะไรไป เพราะถือว่าถึงที่สุดแล้ว ก่อนหน้านี้เคยพูดตักเตือนไปหลายครั้งหลายหน แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น ตลอดเวลาลูกชอบทุบตีทำร้ายแม่ ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม ทั้งที่เป็นผู้เลี้ยงดูแลมาตั้งแต่เกิด แต่ลูกทำได้ลงคอ โดยไม่คิดว่าเป็นแม่" นางจำรัตน์กล่าวด้วยความเสียใจ

 ด้าน พ.ต.ท.ประกอบกล่าวถึงคดีที่เกิดขึ้นว่า ตำรวจจะต้องสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียด  เพื่อที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานอาการของนายยอดชาย เบื้องต้นแพทย์ระบุว่า อาการสาหัส เพราะจากตรวจสอบพบว่า ลูกปืนฉมวกปักติดคาอยู่กับหน้าอกบริเวณเหนือราวนมซ้ายเฉียงลงไปถึงบั้นเอวขวาเกือบทะลุร่าง เมื่อเอกซเรย์พบว่า ลูกปืนฉมวกปักลึกเข้าไปร่างกายประมาณ 1 ฟุตเศษ ส่วนปลายของลูกปืนยังมีเงี่ยงบานพับมีลักษณะเป็นแผ่นเหล็กบางๆ สำหรับป้องกันลูกปืนหลุดออกจากเป้าหมายที่ยิง โดยแผ่นเหล็กดังกล่าวเปิดอ้าประมาณ 45 องศา  ขวางอยู่ ทำให้แพทย์ไม่สามารถดึงลูกปืนฉมวกดังกล่าวออกจากร่างกายได้ จึงต้องช่วยเหลือด้วยวิธีผ่าตัดเพียงอย่างเดียว ล่าสุดอาการของคนไข้อยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง