ข่าว

"พันธมิตร"หนุนคนรถไฟฯต้านแปรรูป

"พันธมิตร"หนุนคนรถไฟฯต้านแปรรูป

25 มิ.ย. 2552

"พธม."หนุนคนรถไฟฯต้านแปรรูป เชื่อสิ่งที่พนง.รถไฟทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและปปช. "พิภพ-สมศักดิ์-สุริยะใส"นั่งควบเก้าอี้แกนนำ"พธม.-พรรคการเมืองใหม่" "สุริยะใส"เผยคดีสลายม็อบพธม.ไม่คืบเพราะปปช.เตะถ่วง "แฉ"คดีลอบยิง"สนธิ"ไม่คืบเพราะมีนายพลใหญ่คุกคาม

(25 มิ.ย.)เมื่อเวลา 12.30 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงชัย นายสุริยะใส กตศิลา แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ร่วมแถลงข่าวกรณีมติแผนการแปลรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนในฐานะที่ปรึกษาของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟ เรื่องนี้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจ สัมพันธ์ พ.ศ. 2543 ว่า ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใดๆต้องตกลงกับสหภาพแรงงานก่อน และกรณีที่เกิดขึ้นนี้ผู้ว่าการรถไฟ ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการถือว่าทำผิดข้อตกลง เรื่องที่นายโสพล ซารัม รมต.กระทรวงคมนาคม และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.กระทรวงการคลัง ที่ออกมาบอกว่าไม่ใช่เป็นการแปลรูปนั้น ความจริงเป็นเรื่องของการแปลรูป เรื่องแบบนี้ในสมัยพ.ศ. 2544 พ. ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็พูดในลักษณะว่าการเอารัฐวิสาหกิจไปจำหน่ายในตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่การแปรูปเหมืนกับการ ปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.)

 ในส่วนของการรถไฟจะเห็นว่าการดำเนินการจะต้องใช้งบประมาณถึง 552,112 ล้าน บาท ซึ่งชัดเจนว่าต้องการให้กลุ่มนายทุนเข้าไปหาประโยชน์ ซึ่งมีเอกสารที่เขียนว่าเห็นควรให้บริษัทบริหารทรัพย์สินทำหน้าที่จัดหาเอกชนเพื่อพัฒนา และบริหารที่ดินของรถไฟ โดยบริษัทจะทำหน้าที่บริหารสัญญาเช่า ซึ่งที่ดินของการรถไฟที่จะสรรหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์นั้นมีที่ดินอยู่ ประมาณ 38,604 ไร่ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ทำเลทอง และเราก็ทราบว่ามีนักการเมืองที่มีปัญหากับที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ และผู้ว่าการรถไฟคนปัจจุบัน ที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับสัญญาเช่าที่ดิน จึงเป็นปัญหาที่แสดงถึงความไม่โปร่งใส ฉะนั้นที่สหภาพต่อสู้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของพนักงานเลย ไม่มีการเรียกร้องเงิน ตามกฎหมายของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ มีวัตถุประสงค์ในมาตรา 40 (4) ว่ารักษาผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจ คือ เป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ต้องโวยวายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน จึงไม่ใช่เป็นการหาผลประโยชน์ส่วนตัวตามที่สื่อมวลชนตั้งข้อสังเกต

 นาย สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาที่ถูกต้องนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากขนาดนี้ การสร้างทางรถไฟรางคู่ไม่ต้องเวรคืนที่ดินและจัดการบริหารที่ดินด้วยการรถไฟเอง ที่ดิน 38,604 ไร่ก็จะหลุดออกจากภาระหนี้สิน ซึ่งตัวเลขหนี้จริงๆมีอยู่ 49,505 ล้าน บาท ถ้าไม่นับแอร์พอร์ตลิ้งค์ที่การรถไฟลงทุนไปทุกอย่างเช่น การสร้างทางล้อเลื่อนรถจักร และให้บริษัทนำรถเข้ามา นำคนเข้ามาวิ่งอย่างเดียว เรื่องอย่างนี้จะไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังได้อย่างไร รวมทั้งตอนนี้กำลังมีบางคนเชื่อมโยงว่าเรื่องดังกล่าวมายังพรรคการเมืองใหม่

 พล.ต.จำลอง  กล่าวถึงกรณีที่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงการรับพรรคการเมืองใหม่ตามกฎหมายทุกประการ ว่า เรามีการตกลงว่าผู้ที่จะทำหน้าที่ประสานงานเรื่องการให้ข่าวต่อสื่อมวลชน นั้น คือนายพิภพ  ส่วนตำแหน่งหัวหน้าพรรค คือ นายสมศักดิ์ และนายสุริยะใส เป็นเลขาธิการพรรค รวมทั้งแกนนำทั้งหมดยังคงเป็นแกนนำพันธมิตรฯอยู่เหมือนเดิม แต่จะมาปรากฏตัวที่บ้านพระอาทิตย์ทุก ครั้งหากมีการแถลงข่าวของพันธมิตรฯ แต่ถ้าถามเรื่องพรรคการเมืองก็ต้องไปอีกที่หนึ่ง แต่พันธมิตรฯกับพรรคการเมืองใหม่ไม่ได้แยกกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการแบ่งการทำงานกันอย่างไรในฐานะพันธมิตรฯกับพรรคการเมืองใหม่ นายสุริยะใส กล่าวว่า การคงบทบาทของ 5 แกนนำ ซึ่งเราทุกคนเห็นตรงกันว่าบทบาทของแกนนำจะเป็นศูนย์รวมในการขับเคลื่อนพันธมิตรฯ และมีส่วนในการชี้แนะการทำงานของพรรคการเมืองใหม่ พรรคเป็นเพียงเครื่องเมืองและเวทีหนึ่งเท่านั้น

"สุริยะใส"เผยคดีสลายม็อบพธม.ไม่คืบเพราะปปช.เตะถ่วง

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธ์มิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมากว่า 8 เดือน แล้ว ระหว่างนี้มีการสอบสวนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่สรุปความผิดของบุคคลที่ต้องรับผิดชอบ โดยเป็นส่วนหนึ่งที่ทางป.ป.ช.นำมาประกอบการพิจารณาสอบสวนเพื่อเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีผลการสอบสวนของอนุกรรมาธิการวุฒิสภา ก็ได้รายงานผลการสอบสวนว่ามีใครที่ต้องรับผิดชอบทั้งในส่วนของข้าราชการการ เมืองและข้าราชการประจำ

 นายสุริยะใส กล่าวอีกด้วยว่า เมื่อ 2 เดือนที่แล้วอนุกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าวได้รายงานผลการสอบสวนต่อสังคม และทราบข่าวแล้วว่ามีข้าราชการการเมือง 2 ท่าน และข้าราชการตำรวจบำนาญที่ต้องรับผิดชอบ และความพยายามของอุนกรรมการสอบสวน ได้มีความพยายามหลายครั้งที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ แต่ทางพันธมิตรฯทราบว่ามานายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. ไม่บรรจุผลสอบสวนเข้าสู่วาระการประชุม เราตั้งข้อสงสัยที่เป็นมูลเหตุให้การสอบสวนเป็นไปอย่างล่าช้าว่า การทำหน้าที่ของประธานป.ป.ช.มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการขัดกันระหว่าง หน้าที่หรือไม่ เพราะทราบว่าเป็นนักเรียนของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นเดี่ยวกันกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นพี่ชายของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเป็นนายตำรวจที่คาดการว่าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในคดี 7 ต. ค. และยังทราบอีกว่าลูกชายของประธานป.ป.ช.รับราชการเป็นนายตำรวจอยู่ในขณะนี้ ข้อสังเกตนี้เราคิดว่ามีความพยายามที่จะเตะถ่วงที่จะให้คดีความนี้ไปหาข้อยุติหลังวันที่ 3 กรกฎาคม เพราะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านนี้จะต้องลงนามแต่งตั้งโยกย้ายครั้งใหญ่ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)

 ฉะนั้นเมื่อผบ.ตร.ไม่ติดคดี และไม่ถูกชี้มูลจากป.ป.ช.ผบ.ตร.ก็มีอำนาจเต็มที่ที่จะย้ายใครไปไหนก็ได้ เราไม่รู้ว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิด หรือเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ ทั้งนี้ในวันที่ 26 มิถุนายน ทางพันธมิตรฯได้มอบหมายให้พล.ต.จำลองและนายพิภพไปที่ปปช.เวลา 09.00 น.เพื่อยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าและคำอธิบาย ว่าข้อสังเกตของเราเป็นจริงหรือไม่

 นาย พิภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อองค์อิสระและกระบวนการยุติธรรม ไม่สมารถยับยั้งความรุนแรงในการเข่นฆ่าพี่น้องประชาชน ก็จะเป็นที่สงสัยว่าคณะกรรมการป.ป.ช.ไม่มีความอิสระจริงสังคมไทยจะหมดความ หวัง และความรุนแรงก็อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นระยะในอนาคต ฉะนั้นขอเรียกร้องให้ประธานป.ป.ช.จะต้องทำความเรื่องนี้ให้กระจ่างว่าข้อสงสัยนี้ไม่เป็นความจริง และนำเรื่องที่อนุกรรมการได้สรุปเรียบร้อยแล้วเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่คณะกรรม การป.ป.ช.โดยเร็วที่สุด หากว่าไม่สามารถพึ่งพาองค์กรอิสระได้เราก็ต้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ซึ่งต้องเป็นไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ

"แฉ"คดีลอบยิง"สนธิ"ไม่คืบเพราะมีนายพลใหญ่คุกคาม

 นาย สุริยะใส  กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการวางแผนลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ว่า คดีมีความล่าช้า หัวหน้าคณะสอบสวน คือพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ได้ให้สัมภาษณ์ว่าคดีของนายสนธิ ที่มีการสอบสวนแล้วเจอตอ ประเด็นแรกพันธมิตรฯยังคงมั่นใจการทำหน้าที่ของพล.ต.อ.ธานี และเชื่อว่าจะสามารถหาคนผิดได้ หากว่าอำนาจลับหรืออำนาจบางอำนาจคุกคามขัด ขวาง ประเด็นต่อมาคือขณะนี้ ท่าทีของพล.ต.อ.พัชรวาท ผบ.ตร.เป็นท่าทีทำนองว่ายังไม่ได้รับรายงานแต่อย่างไร

 รวมถึงท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯที่นิ่งเฉย ไม่พูดเรื่องดังกล่าวคดีอย่างนี้เป็นคดีที่ท้าทายสำคัญระดับโลก มีกลุ่มคนมีอำนาจคุกคามเพื่อขัดขวางการสอบสวน โดยมีนายพลใหญ่ท่านหนึ่งได้เรียกพนักงานสอบสวนบางนาย ซึ่งเป็นระดับหัวหน้าทีมสอบสวนไปข่มขู่ว่าให้หยุดและให้เลิก ถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่ได้เป็นนายพล จนทำให้พนักงานสอบสวนท่านนี้ทำงานยากลำบากขึ้น ทั้งนี้ยังมีความพยายามปล่อยข่าวเพื่อบิดเบือนรูปคดี โดยการอธิบายว่าการลอบสังหารนายสนธิ นั้นบุคคลระดับสูงของบ้านเมืองเป็นผู้บงการ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกันเลย จึงต้องการให้นายอภิสิทธ์ และนายสุเทพ รายงานความคืบหน้า