ข่าว

'ปู'วอน'มาร์ค'อย่าสร้างเงื่อนไข

'ปู'วอน'มาร์ค'อย่าสร้างเงื่อนไข

01 พ.ค. 2557

'ยิ่งลักษณ์' รอฟังข้อเสนอ 'อภิสิทธิ์' 3 พ.ค. วอนช่วยกันหาจุดร่วมดีกว่าสร้างเงื่อนไขประกาศเว้นวรรค สบายใจเคาะวันเลือกตั้ง 20 ก.ค. หวังสงบ

 
                        1 พ.ค.57 เมื่อเวลา 12.10 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนแจ้งวัฒนะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่าหากทุกฝ่ายยอมรับข้อเสนอของตน ก็จะเว้นวรรคทางการเมือง ว่า ข้อเสนอนี้หวังว่านายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์จะไม่สร้างเงื่อนไข เชื่อว่าสังคมกำลังตั้งตารอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ส่วนตัวก็พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอในอีก 2 วันข้างหน้า แต่เราก็ไม่อยู่ในฐานะที่มาตั้งเงื่อนไขหรือตั้งแง่ใส่กัน แต่อะไรที่เป็นข้อเสนอและเป็นไปได้สามารถปฏิบัติได้และภาพรวมของคนส่วนใหญ่เห็นด้วยเชื่อว่าทุกคนพร้อมที่จะทำตาม และหวังว่าการตัดสินใจในอีก 2 วันข้างหน้าจะไม่มีเงื่อนไขต่อกัน แต่เราพยายามจะหาจุดร่วมอย่างที่นายอภิสิทธิ์เคยกล่าวไว้ตอนแรกว่าจะพยายามใช้จุดร่วมนี้เป็นจุดยึดเหนี่ยวและเดินไปด้วยกัน
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอภิสิทธิ์ควรที่จะคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.และนายกรัฐมนตรีเพื่อยุติปัญหาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังคงเป็นคำตอบเดิมคือเราเปิดกว้างแม้ว่าบางอย่างอาจเป็นเรื่องของเวลาแต่ก็พร้อมเปิดใจกว้างรับฟังข้อเสนอหรือข้อแนะนำของนายอภิสิทธิ์อยู่แล้ว แต่ขอความเห็นใจว่าการทำงานก็ต้องแยกส่วนกัน อย่างไรก็ตามก็ต้องรอฟังข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ในวันที่ 3 พฤษภาคมทั้งนี้ต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันเพราะไม่ใช่ตนคนเดียวก็ต้องให้คนไทยทุกคนร่วมกันตัดสินใจเพราะนี่คืออนาคตของเราทุกคน
 
                        ต่อข้อที่ถามว่า การที่นายสุเทพประกาศว่าจะไม่เจรจาใด ๆ จะเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หวังว่าข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์จะเป็นข้อเสนอที่นายสุเทพพอที่จะรับได้บ้าง ตอนนี้ตนก็ยังไม่ทราบว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นอย่างไร แต่น่าจะถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องพูดคุยกัน เพราะเราเป็นอย่างนี้มา 5-6 เดือนแล้ว ก็ยังไม่มีอะไรที่ทำให้ประเทศดีขึ้น ถ้ามีอะไรที่เป็นจุดร่วมกันได้ก็ค่อย ๆ เดินและค่อยๆ ปรับจุดร่วมเข้าหากัน ลดทิฐิและใช้หลักของความจริงใจในการพูดคุยกัน
 
                        เมื่อถามถึง การหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 20 กรกฎาคม นายกรัฐมนตรีรู้สึกเบาใจขึ้นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องเรียกว่าเป็นความสบายใจของทุกคน ถ้าเราได้เริ่มมีการพูดว่าเราอยากจะเห็นการเลือกตั้ง และไม่ใช่การเลือกตั้งที่ไม่ฟังเสียงประชาชนหรือเดินไปโดยไม่สนใจประชาชน ก็ต้องพยายามทำทุกอย่าง เนื่องจากเราว่างเว้นจากการมีรัฐบาลใหม่มา 6 เดือนแล้ว เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาสู่ระบบ และการเลือกตั้งก็ต้องเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย เมื่อวาน (30 เม.ย.) ทางกกต. และที่ประชุมก็พยายามนำปัญหาเก่าๆ ตั้งแต่การเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์และพยายามจะทำให้การเลือกตั้งยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งเราก็สนับสนุนหากกกต. จะปรับกฎระเบียบข้อแก้ไขต่างๆ เพื่อให้การเลือกตั้งมีความยืดหยุ่น เป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับก็จะเป็นสิ่งที่ดี และจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย
 
                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่จะให้สัมภาษณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินเยี่ยมชมและซื้อสินค้าในงาน "สินค้าราคาประหยัด" ของสมาคมแม่บ้านกลาโหม ที่ด้านหน้าอาคารสำนักงานปลัดฯ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นสินค้าที่เตรียมไว้จำหน่ายในงานกาชาด แต่เนื่องจากมีเหตุการณ์ทางการเมืองจึงไม่มีการจัดงานกาชาด ซึ่งการเยี่ยมชมของนายกรัฐมนตรีมีทันตแพทย์หญิงรัตนาวดี ทองเล็ก นายกสมาคมฯภริยาของพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนร้บและนำชม โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสนใจและซื้อสินค้าของสมาคมแม่บ้านฯ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้งต่าง ๆ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ หม้อหุงข้าว หม้อสุกี้ กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า เครื่องเล่นดีวีดี ฯ ซึ่งได้รับความสนใจจากข้าราชการปลัดกระทรวงกลาโหมและประชาชนที่เดินผ่านไปมามาร่วมอุดหนุนสินค้าจำนวนมาก
 
 
'นายกฯ' ประชุมบีโอไอชุดใหม่ ที่สนง.ปลัดกห.
 
 
                        เมื่อเวลา 09.30 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุน จึงทำให้มีนักลงทุนจำนวนมากต้องการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งคณะกรรมการบีโอไอชุดนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วจึงสามารถดำเนินงานได้ ทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจ และเมื่อมีการเพิ่มหรือขยายการลงทุนก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ดังนั้นคณะกรรมการบีโอไอชุดนี้จึงถือว่ามีความสำคัญ จึงต้องฝากในเรื่องของการประชุมเพื่อพิจารณาผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่มีจำนวนมาก ทั้งนี้แนวทางการทำงานนั้นก็มีลักษณะที่สืบเนื่องจากการทำงานของคณะกรรมการชุดที่แล้ว ที่ได้บูรณาการการทำงาน โดยมีหลายคนที่มาจากคณะกรรมการชุดเดิมก็ย่อมทราบแนวทางว่าจะพิจารณาการส่งเสริมการลงทุน จากทิศทางการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลก ความต้องการของตลาด และเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนไปพร้อมๆกัน
 
                        นายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้จะนำเอานโยบายการทำโซนนิ่ง เพื่อกำหนดจุดในการส่งเสริมการลงทุนให้เกิดความชัดเจน โดยเฉพาะแนวทางการขยายการลงทุนสู่ภูมิภาคที่มีความจำเป็น และมีอัตราการเจริฐเติบโตสูง นอกจากนี้ยังมีกาส่งเสริมด้านอุตสาหกรรมเช่น อุตสาหกรรมส่งออกยานยนต์และคอมพิวเตอร์และภาคการเกษตร รวมถึงการส่งเสริมภาคบริการที่เป็นจุดเด่นควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว
 
                        อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งหน้านายกรัฐมนตรีมอบให้เลขาธิการ บีโอไอ ได้นำแนวทางที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการชุดทีแล้วให้กับคณะกรรมการชุดปัจจุบันรับทราบ เพื่อเป็นแนวทางในการเสนอข้อคิดเห็นต่อไป