
'แกนนำแดง'เตรียมขอเข้าพบ'ป๋าเปรม'
'แกนนำแดง'เตรียมขออนุญาตเข้าพบ'ป๋าเปรม' อ้างเหตุอยากปมนายกฯพระราชทานให้ชัด พท.เตือนรบ.ระวัง 'ถวิล'หอบความลับให้กปปส. ด้านเลขฯสมช.วอนการเมืองอย่าทำลายระบบคุณธรรม
29เม.ย.2557 นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีการโต้เถียงกันระหว่างพล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผบ.ทหารสูงสุด กับนายทหารคนสนิทพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในประเด็นแนวทางเสนอขอพระบรมราชวินิจฉัยเพื่อหาทางออกให้ประเทศ ว่า สังคมตั้งข้อสงสัยว่าข้อเท็จจริงคืออะไรกันแน่ ปัดกันไปปัดกันมา ดังนั้น ตนและแกนนำคนเสื้อแดงอีก 5 - 6 คนจะทำหนังสือเพื่อขอเข้าพบพล.อ.เปรมภายใน 1 - 2 วันนี้ เพื่อสอบถามท่าทีและความเห็นของพล.อ.เปรมเพราะพวกตนก็อยากรู้เหมือนกันว่าท่านจะเอาอย่างไร อยากฟังจากปากชัดๆ ว่าท่านต้องการนายกฯพระราชทานใช่หรือไม่ จะได้หายคลุมเครือเสียที
พท.เตือนรัฐบาลระวัง"ถวิล"หอบความลับให้กปปส.
นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีที่นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กลับเข้ารับตำแหน่ง ว่า รัฐบาลได้ทำตามคำสั่งของศาลปกครองแล้ว เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างน่าจะจบ แต่จริงๆ แล้วตนคิดว่าศาลปกครองไม่มีสิทธิเข้ามาก้าวก่ายฝ่ายบริหาร เพราะเป็นอำนาจตามพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้ ก่อนโยกย้ายก็มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอย่างดีอยู่แล้ว อีกทั้งนายถวิลก็เคยร่วมปราบม็อบเสื้อแดงปี 2553 รัฐบาลต้องทำความจริงให้ปรากฏ การโยกย้ายนายถวิลก็เพื่อสร้างความชอบธรรมในการพิจารณาคดีสลายการณ์การชุมนุม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้แสดงสปิริตในการให้นายถวิลกลับเข้ามารับตำแหน่ง ถึงแม้จะรู้สึกไม่ชอบใจ ถ้ารัฐบาลจะเล่นแง่ก็เล่นได้ เพราะนายถวิลถูกข้อหากบฏ ตามกติกาต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน และนายถวิลต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่รัฐบาลไม่ทำเพราะยังอยู่ในช่วงรักษาการ
ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฏหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า จากนี้รัฐบาลต้องทำงานด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องความลับต่างๆ เพราะนายถวิลเคยทำงานร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. และนายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาก่อน อีกทั้งยังเคยขึ้นปราศรัยบนเวทีของกปปส.อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น ตนไม่รู้ว่านายถวิลจะเก็บความลับ และไม่เอาไปบอกกปปส.ได้หรือไม่ ส่วนคนเสื้อแดงเองก็ยังไม่วางใจ ยังคงถามหาความรับผิดชอบจากนายถวิลอยู่จากกรณีสั่งสลายการณ์ชุมนุมคนเสื้อแดงด้วย
“ถวิล”วอนการเมืองอย่าทำลายระบบคุณธรรม
นายถวิล กล่าวว่า ข้าราชการฝ่ายประจำยึดมั่นในระบบคุณธรรม จึงขอฝากไปยังฝ่ายการเมืองอีกครั้งว่าอย่ารังแกพวกเรา ด้วยระบบอุปถัมภ์ เล่นพรรค เล่นพวก ถ้าท่านทำลายระบบคุณธรรมด้วยการใช้คำว่า เลือกคนไว้ใจไปทำงานก็จะเกิดปัญหาในระยะยาวจะไม่เหลือคนทำงาน จึงขอร้องให้ช่วยกันส่งเสริมระบบคุณธรรมให้เข้มแข็ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หนักใจหรือไม่ที่จะต้องเข้าประชุมครม.และฝ่ายการเมืองอาจเรียกใช้งาน พล.ท ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาสำนักนายกฯแทน นายถวิล กล่าวว่า ครม.มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ในส่วนข้าราชการประจำมีหน้าที่ให้ข้อมูลเพื่อให้ฝ่ายการเมืองนำไปใช้ประโยชน์ ในหลายครั้งที่มีการหารือถึงประเด็นทางการเมือง ข้าราชการต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในการประชุม ถ้านายกฯต้องการให้เราเข้าไปเสนอแนะก็ต้องเข้าร่วมประชุม หากนายกฯบอกว่าไม่เหมาะสมหรือไม่ต้องการเราก็ไม่เข้าไป ครม.จะเลือกใช้บริการใครก็ได้ ถ้าจะเลือกปรึกษาอดีตเลขาสมช.หรือปรึกษาใครก็ไม่มีความคิดที่จะต้องน้อยใจเพราะมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงในฐานะเลขาสมช.ต้องหารือกับประชาคมความมั่นคงด้วยกัน ส่วนนายกฯจะเลือกปรึกษาใครก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายการเมืองดูเหมือนจะตั้งแง่ไม่ไว้วางใจเลขาสมช.ฯนายถวิล กล่าวว่า ต้องถามความหมายของคำว่าไว้ใจ ถ้าไว้ใจ คือความหมายว่า หวังให้ฝ่ายประจำเข้าข้างคอยทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ให้พรรคพวก หรือพวกพ้องก็อย่าไว้ใจ เพราะฝ่ายประจำมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของบ้านเมือง ไว้ใจตนได้ในเรื่องความมั่นคงของชาติบ้านเมือง สำหรับบทบาทที่ประชุมศอ.รส.นั้น ศอ.รส.เป็นองค์กรจัดตั้งขึ้นเฉพาะกิจไม่จำเป็นต้องมีเลขาสมช.เข้าร่วม นายกฯจะตั้งหรือไม่ตั้งใครเข้าร่วมเป็นกรรมการก็ได้เพราะงานด้านการข่าวและความมั่นคงมีหลายหน่วยงานทำหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักข่าวกรอง หน่วยข่าวทหาร และหน่วยข่าวตำรวจ อาจไม่จำเป็นต้องมีเลขาสมช.เข้าร่วมเป็นกรรมการ แม้จะดูแปลกไปบ้าง แต่ก็สามารถทำได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ระบุว่าจะต้องมีสมช.เข้าร่วม
“ในช่วงที่การเมืองมีปัญหา ข้าราชการฝ่ายประจำต้องเข้มแข็ง เช่น การชุมนุมเวทีแจ้งวัฒนะของหลวงปู่พุทธอิสระ มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้ง ฝ่ายประจำต้องเข้าไปดูแล ให้ได้รับความปลอดภัย แต่เมื่อฝ่ายการเมืองซึ่งตั้งศอ.รส.ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลความสงบกลับถูกครหา เนื่องจากเป็นคู่ขัดแย้งจึงทำให้เคลือบแคลงสงสัย และทำให้กปปส.ไม่ไว้วางใจ จึงขอเรียกร้องความเป็นมืออาชีพของทหารตำรวจ ในการทำหน้าที่ ผมต่อสู้มา 2 ปี 7 เดือนกับอีก 20วัน ถ้าถามว่าคุ้มหรือไม่กับอายุราชการที่เหลืออีก 5 เดือนคงตอบไม่ได้ เพราะตั้งใจมาตลอดว่า มีเวลาเท่าใดก็เท่านั้น เวลาที่เหลือ 5 เดือนคงทำอะไรมากไม่ได้ แต่มีความหวังและมั่นใจว่า น้อง ๆ ในสมช.รุ่นต่อมาจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า”เลขาสมช.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีแนวทางอย่างไรในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ที่กำลังรุนแรงมากขึ้น นายถวิล กล่าวว่า การกลับมาเป็นเลขาสมช.ของตนถูกวิจารณ์ว่าจะเข้ามาขัดขวางนโยบายการเจรจาสันติภาพ จึงอยากชี้แจงว่า ไม่เคยมีความคิดที่จะล้มการพูดคุยสันติภาพซึ่งไม่ใช่การเจรจา เพราะสมช.เจรจาไม่ได้ และไม่มีคำว่าเจรจาอยู่ในนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 55 - 57ระบุชัดเจนให้เปิดช่องทางและโอกาสในการพูดคุย และเชื่อว่าหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการเจรจาที่เกิดขึ้น และคงทำนอกเหนือนโยบายไม่ได้ แต่ในเรื่องวิธีการยอมรับว่า ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่ทำ และวันนี้ก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่ทำ แต่อย่างไรก็แล้วแต่นายกฯว่าจะให้ใครทำและขณะนี้รัฐบาลเป็นรัฐบาลรักษาการ ซึ่งรักษาการมายาวนานถึง 6 เดือนแล้ว โดยสภาพคู่เจรจาก็คงไม่อยากจะพูดคุยกับรัฐบาลที่ไม่ทราบว่าจะอยู่ได้อีกกี่เดือน พูดคุยไปก็ไม่รู้ว่าจะได้ข้อยุติชัดเจนหรือไม่
นายถวิล ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ เรียกไต่สวนในวันที่ 6 พ.ค.นี้ว่า ตนพร้อมเข้าให้การตามที่ศาลเรียก และในวันนี้ได้เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อส่งเอกสารและหลักฐานคำให้การตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตั้งประเด็นสอบถามความเป็นมาของการโยกย้ายว่ามีวิธีการหรือขั้นตอนอย่างไร ซึ่งจะชี้แจงว่าการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องของตนโดยตรง แต่มีผู้ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ว่าจะไปยุหรือห้ามเขาก็คงไม่เชื่อ ถามว่ามีข้อเสนอในการแก้ปัญหาการเผชิญหน้าในขณะนี้หรือไม่ นายถวิลกล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะให้ข้อเสนอแนะเพราะตนเพิ่งจะกลับมาทำงาน แต่อยากขอให้ทุกฝ่ายใช้สติแก้ปัญหาไปตามวิธีการและขั้นตอนตามกฎหมายเดินตามกรอบรัฐธรรมนูญ ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก ในสภาวะการเผชิญหน้าเราต้องเคารพกฎกติกา เคารพองค์กรอิสระและศาล ซึ่งหากทำได้เราก็จะผ่านสถานการณ์เลวร้ายไปได้



