
ผู้เชี่ยวชาญแนะเลือกอาหารให้สมวัย
01 พ.ค. 2557
ไลฟ์สไตล์ : ผู้เชี่ยวชาญแนะเลือกอาหารให้สมวัย
การเลือกอาหารหรือแม้กระทั่งอาหารเสริมสำหรับเด็กๆ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาหารเหล่านั้นจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กๆ ทั้งทางร่างกายและสมอง เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด จึงจัดกิจกรรมให้ความรู้สำหรับเด็กวัยเริ่มอาหารเสริม แนะนำ “คุณประโยชน์ 3 คุณค่าเพื่อพัฒนาการและการเจริญเติบโต” ประกอบด้วยคุณค่าจาก ‘โยเกิร์ต’ เพื่อสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ‘บิฟิดัส-จุลินทรีย์มีประโยชน์’ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และ ‘อาหารเสริมธัญพืช’ อุดมด้วยสารอาหารครบ 5 หมู่ เพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์สมวัยของลูกน้อย ที่บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด อาคารดิออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์
นงนุช เทพประเสริฐวังศา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดธุรกิจโภชนาการทารกและผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็กโต บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า นมแม่ คือ โภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับเด็กวัยแรกเกิด ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้เด็กวัยแรกเกิดถึง 6 เดือน ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว และช่วงวัยเริ่มอาหารเสริม โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้เด็กวัยแรกเกิดถึง 6 เดือน ได้รับนมแม่เพียง อย่างเดียว และควรได้รับต่อเนื่องยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งนี้เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการแตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ลูกน้อยควรได้รับอาหารเสริมที่สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละช่วงวัย โดยทั่วไปเมื่อเด็กมีอายุ 6 เดือนและมีร่างกายแข็งแรงพร้อม สามารถเริ่มอาหารเสริมได้ เช่น ผักบด ตับบด ผักผลไม้บด หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำเร็จรูป ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารครบถ้วน ทั้งนี้อาหารเสริมที่ดีควรมีคุณประโยชน์ที่หลากหลาย ครบถ้วน ช่วยเติมเต็มโภชนาการที่สอดคล้องกับพัฒนาการของลูกน้อย
ด้าน นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ หัวหน้าหน่วยพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวถึงพัฒนาการของเด็กวัยเริ่มอาหารเสริมว่า เด็กในวัยขวบปีแรกมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว เช่น น้ำหนักเพิ่มขึ้น 3 เท่าของแรกเกิด และ ความสูงเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ต้องเผชิญกับช่วงที่โภชนาการขาดหายไป อันเกิดจากพัฒนาการทางร่างกาย จึงต้องการสารอาหารที่เพียงพอและเหมาะสมเพื่อการเจริญเติบโต ในขณะที่กระเพาะอาหารของเด็กมีความจุน้อยกว่า แต่ต้องการสารอาหารมากกว่าผู้ใหญ่ ทั้งนี้โภชนาการที่ไม่เพียงพออาจนำไปสู่การขาดสารอาหาร ส่งผลต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและยาว และยังต้องเผชิญกับ ‘ช่วงเวลาที่ขาดการปกป้อง’ เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์เริ่มลดลงและได้รับนมแม่น้อยลง อีกทั้งระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 3-4 ปี ทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย และยังเป็นช่วงเวลาที่เริ่มสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมและเชื้อโรคโดยตรง จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงขึ้นและเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น
“การรับประทานโยเกิร์ตเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กได้ ทั้งนี้โยเกิร์ตโดยทั่วไปแพทย์ยังไม่แนะนำสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ เนื่องจากยังไม่สามารถย่อยโปรตีนจากนมเต็มสูตรได้ แต่ปัจจุบันมีการคิดค้นโยเกิร์ตที่ปรับปรุงโปรตีนให้เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยผสมลงในอาหารเสริมสำหรับเด็ก เพื่อให้ได้รับคุณประโยชน์เพิ่มขึ้น อีกทั้งองค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) และสมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Academy of Pediatrics:AAP) สนับสนุนให้รับประทานโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย เพราะโยเกิร์ตช่วยสร้างสมดุลในระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ มีแคลเซียมสูง มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ซึ่งมีผลวิจัยทางการแพทย์รองรับแล้วว่ามีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ” นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ กล่าวปิดท้าย



