ข่าว

'พท.'มอบฉายา'มาร์ค360องศา'

'พท.'มอบฉายา'มาร์ค360องศา'

29 เม.ย. 2557

'พท.' ชี้ 'มาร์ค' ทิ้งกุญแจ 2 ดอกแก้ปัญหาไปกับมือ จวก 'สุเทพ' จ้องใช้ความรุนแรง จี้ผู้บังคับบัญชา 'พ.อ.วิทวัส' อย่ามวยล้มต้มคนดู

 
                            29 เม.ย. 57  เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่พรรคเพื่อไทย  นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินสายพบปะบุคคลต่างๆ รวมถึงต้องการพบ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยขอให้มีการถ่ายทอดสดด้วย ว่า นายอภิสิทธิ์ สบายใจได้ ใครก็ตามที่ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย ไม่เลือกข้าง 2 มาตรฐาน มีคุณธรรม จริยธรรม มุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งมากกว่าสร้างราคาให้ตนเอง ไม่ปิดกั้น สามารถพูดคุยได้ ถือเป็นเรื่องดีที่คนสร้างปัญหา จะอาสามาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ชนิดต้องให้ฉายา "มาร์ค 360 องศา" ทั้งนี้ ไม่ต้องไปเดินสายเป็นพ่อพวงมาลัยแก้เก้อ ทั้งๆ ที่หลายเรื่อง โลกรู้ คนไทยรู้ แต่นายอภิสิทธิ์ ไม่รู้ เช่น ผบ.ทหารสูงสุด ที่บอกว่าการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง กกต.บอกว่าทุกพรรคพร้อมลงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม เสียดายที่อุตส่าห์ไป กกต. แทนที่จะประกาศกับ กกต.ไปเลย ว่าพร้อมลงเลือกตั้ง แต่กลับปฏิเสธโอกาสอย่างน่าเสียดาย นายอภิสิทธิ์ อย่าเสียเวลา ขังคนไว้ในเมืองเองแท้ๆ แล้วจะเอาคุณงามความดีที่อาสาเปิดประตูให้คนไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก ทั้งๆ ที่กุญแจ 2 ดอกที่นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ทิ้งไป คือ 1. พรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง และ 2. ไม่ขัดขวาง ก่อจลาจล ล้มการเลือกตั้ง
 
                            นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ ประกาศไม่ต้องการรัฐบาลแห่งชาติ แต่จะจัดตั้งรัฐบาลประชาชน รวมถึงไม่รอคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ และป.ป.ช.ด้วยว่า ถือเป็นการสารภาพเสียสิ้นว่าไปต่อไม่ไหวจริงๆ การที่อยู่ดีๆ นายอภิสิทธิ์ ลุกขึ้นมาส่งสัญญาณ เพราะต้องการชิ่งจากนายสุเทพ มวลชนร่อยหรอ เหลือไม่ถึงร้อยในช่วงการเดิน ท่อน้ำเลี้ยงตีบตัน เป็นสิ่งพิสูจน์ว่านายสุเทพ เสื่อมหนัก กลุ่มทุนที่สนับสนุนเป็นท่อน้ำเลี้ยงกลับเจอพิษเศรษฐกิจย้อนศร เสียหายอย่างหนัก การประกาศตั้งรัฐบาลประชาชนก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายใดมารองรับ จึงเหลือทางเลือกเดียว คือ แนวทางการใช้ความรุนแรงที่จะนำสาวกออกจากสวนลุมพินีกลับสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินอีกครั้ง ขอเตือนประชาชนว่า อย่าตกเป็นเครื่องมือ นายสุเทพ ได้ทุกอย่างไปหมดแล้ว เหลือเพียงบันไดลงที่ไม่ควรมีใครตกเป็นเหยื่อความรุนแรงให้นายสุเทพเหยียบลง
 
 
 
 
จี้ผู้บังคับบัญชา 'พ.อ.วิทวัส' อย่ามวยล้มต้มคนดู
 
 
                            นายอนุสรณ์ แถลงถึงกรณีที่การ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ ยิงและทำร้ายร่างกาย พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รองผู้อำนวยการ กองวิเทศสัมพันธ์ สำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร แต่เข้าขอขมาผ่านผู้บังคับบัญชาของ พ.อ.วิทวัส ว่า ถือเป็นอีกครั้งที่เป็นใบเสร็จหลักฐานสำคัญว่า กปปส.นิยมความรุนแรง มีกองกำลังติดอาวุธอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม แปลงถนนแจ้งวัฒนะเป็นรัฐอิสระ มีกองกำลังติดอาวุธที่กฎหมายเข้าไปไม่ถึง ขอเรียกร้องผู้บังคับบัญชาทุกระดับว่า อย่าเกรงใจนายสุเทพ และพระพุทธอิสระ จนเป็นมวยล้มต้มคนดู การ์ดพวกนี้ไม่เพียงบ่มเพาะความเกลียดชัง ทำร้าย ตำรวจ ทหาร หรือคนเสื้อแดง แต่พร้อมทำร้ายทุกคนที่ไม่ใช่พวกตัวเองด้วย กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย อย่าทำให้บ้านเมืองกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่ต้องกลืนเลือดเพื่อรักษาหน้าใคร เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ขวัญกำลังใจของกำลังพลเป็นสิ่งสำคัญ 
 
 
 
 
ขอ ศร.แจงเอกสารอ้างคำถามใช้ไต่สวน 'วิเชียร' ปมย้าย 'ถวิล'
 
 
                            นายอนุสรณ์ แถลงถึงกรณีที่ในโซเชียลเน็ตเวิร์คมีการเผยแพร่เอกสารที่อ้างว่าเป็นของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ส่งประเด็นคำถามที่จะไต่สวน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตเลขาสมช. ที่เป็นผู้โยกย้ายจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มารับตำแหน่งเลขาฯ สมช.แทนนายถวิล เปลี่ยนศรี ว่า หากเอกสารที่ถูกเผยแพร่เป็นของจริง สังคมคงไม่สบายใจ เพราะหลายประเด็นคำถาม เป็นคำถามเชิงความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง ซึ่งอาจขัดกับสิ่งที่สาธารณชนเข้าใจ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ในการวินิจฉัยตามตัวบทกฎหมายใช่หรือไม่ เช่น ถามถึงความถนัด หรือความพึงใจในการดำรงตำแหน่งระหว่างตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และปลัดกระทรวงคมนาคม หรือการถามว่า ก่อนที่จะมีการโอนย้ายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ ว่าท่านไม่ประสงค์จะโอนย้าย โดยแสดงอาการเสียใจที่ถูกโยกย้าย ซึ่งบางสื่อระบุว่าน้ำตาคลอ เข้าใจได้ว่ามีผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึก ท่านใช้เวลานานหรือไม่ที่จะทำใจยอมรับสภาพนี้ได้ ความตั้งใจเดิมต้องการที่จะเกษียณอายุราชการในตำแหน่งใด และเมื่อไปทำงานในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว ลักษณะงานเหมือนหรือต่างกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแค่ไหน เพียงไร เป็นต้น ดังนั้นขอตั้งคำถามกลับว่า 1. เอกสารที่ถูกเผยแพร่เป็นเอกสารของศาลรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ 2. แนวคำถามที่สะท้อนความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง สะท้อนการทำงานในกรณีนี้อย่างไร และ 3. การตั้งธงคำถามแบบนั้น เป็นประโยชน์หรือโทษกับใครหรือไม่ มีธงในการดำเนินการหรือไม่