
'สุรพงษ์'หวังปชป.ลงเลือกตั้ง
29 เม.ย. 2557
'สุรพงษ์' หวัง 'ปชป.' ประกาศลงเลือกตั้งแสดงความจริงใจ หลัง 'อภิสิทธิ์' พบ 'กกต.' แจงปรับลดกำลังทหารเสริมตำรวจแทน เพราะมีความคล่องตัวในการจับกุม
29 เม.ย.57 เวลา 09.40 น. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเข้าพบกับกกต. ในวันนี้ (29 เม.ย.) ว่า หลังจากการเข้าพบหวังว่า นายอภิสิทธิ์ จะประกาศว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมการเลือกตั้ง โดยไม่มีข้อแม้ ถ้าประชาธิปัตย์ไม่บอยคอตการเลือกตั้งก็จะเป็นผลดี แสดงถึงความจริงใจที่นายอภิสิทธิ์ จะมาเป็นตัวกลางผสานเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศ รวมถึงปัดข้อครหาว่านายอภิสิทธิ์ คอยรับคำสั่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.มาโดยตลอด นายอภิสิทธิ์ ต้องทำตัวให้เป็นไท อย่าไปขึ้นอยู่กับนายสุเทพ ประกาศลงเลือกตั้งชัดเจนรับรองจบ
'ปึ้ง' แจงปรับลดทหารเสริมตร.แทน เพื่อความคล่องตัวในการจับกุม
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานปรึกษาศอ.รส. กล่าวถึงการปรับลดกำลังทหารลงและเสริมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดูแลสถานการณ์ภายใต้พ.ร.บ.ความมั่นคง ว่า เรื่องการปรับลดกำลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำชับไว้ตั้งแต่ครั้งที่เปลี่ยนจากการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาเป็นพ.ร.บ.ความมั่นคง เนื่องจากช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ความรุนแรงได้เบาบางลง นายกฯจึงกำชับว่าถ้าเป็นไปได้ให้ปรับลดกำลังลง เพื่อให้กำลังพลได้พักผ่อน อีกทั้งศอ.รส.เห็นว่าทหาร ซึ่งปราศจากอาวุธได้ถูกทำร้ายร่างกายบ่อยครั้งขึ้น แตกต่างจากตำรวจที่มีอาวุธในการป้องกันตัวได้ จึงไม่อยากเห็นเหตุการณ์เหล่านี้ รวมทั้งตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้ความสะดวกกับประชาชนในการจราจรช่วงที่มีการชุมนุมได้ ซึ่งการที่กลุ่มนปช.ประกาศจะชุมนุมที่ถนนอักษะ ไม่ออกนอกพื้นที่อื่นทำการดูแล และปรับลดกำลังทำได้ง่าย อย่างไรก็ตามในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลจะยังใช้ทหารเหมือนเดิม
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า การปรับลดกำลังนั้นไม่ได้เกี่ยวกับการไม่ไว้ใจทหาร แต่เพื่อการปฏิบัติงานที่คล่องตัวขึ้น และช่วงหลังเรามีแผนที่จะดำเนินการจับกุมแกนนำกปปส.ที่มีหมายจับด้วย และจับกุมผู้มีอาวุธบริเวณพื้นที่ชุมนุม โดยตำรวจจะมีความคล่องตัวในการจับกุมได้ และจะไม่เป็นอุปสรรคในการเข้าดูแลผู้ชุมนุม ซึ่งเป็นสัญาณว่าศอ.รส.จะทำงานอย่างเข้มข้นขึ้น ในการดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิด อีกทั้งกรณีพระพุทธะอิสระ แกนนำ กปปส.แจ้งวัฒนะ จะนำการ์ดกปปส.ที่ทำร้ายร่างกาย พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รองผู้อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ไปมอบตัว 5 คน ว่า ที่จริงแล้วมีการแจ้งความไว้ 10 คน เราก็ต้องดำเนินการจับกุม พระพุทธะอิสระ จะมาต่อรองว่าคนของตัวเองไม่มีความผิดไม่ได้
นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า เชื่อว่าสถานการณ์หลังจากวันที่ 6 พ.ค. จะไม่จำเป็นต้องประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยที่ผ่านมาเราทำหน้าที่ได้ดีพอสมควรภายใต้พ.ร.บ.ความมั่นคง และความวุ่นวายก็เบาบางลง ซึ่งกลุ่มกปปส.ก็มีจำนวนคนน้อยลงอยู่ในหลัก 2,500 - 3,000 คน ส่วนใหญ่ก็เป็นการ์ด และการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.นำเดินขบวนไปหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อหาแนวร่วมนั้น ตนคิดว่าผู้บริหารรัฐวิสาหกิจต้อนรับนายสุเทพ ตามมารยาท เพื่อไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในองค์กร ถ้าไปคัดค้านก็กลัวว่าจะไปทำลายสถานที่ แม้ส่วนหนึ่งจะสนับสนุนกปปส.แต่การที่จะออกมาทั้งหมดคงไม่ใช่ และอยากฝากไปยังผู้บริหารรัฐวิสาหกิจว่า ถ้าบริหารหน่วยงานตัวเองได้ดีมีกำไร เพื่อประโยชน์ของประชาชน รัฐบาลจะได้สบายใจวันหลังจะได้ไม่ต้องมาพึ่งพารัฐบาลมาก
ส่วนการทำงานของศอ.รส.หลังจากนายถวิล เปลี่ยนศรี กลับมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) นายสุรพงษ์ กล่าวว่า คณะทำงานศอ.รส. ครั้งนี้ไม่มีตำแหน่งเลขาฯสมช.ร่วมอยู่ นายถวิล ก็ไม่ต้องเสียใจ และไปให้ทำงานในการดูแลปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้แทน ส่วนพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการสมช.นั้น นั่งอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษาศอ.รส.อยู่แล้ว
เสนอ 'นายกฯ' ร่วมถกอาเซียนที่เมียนมาร์ 11-12 พ.ค. แจงสถานการณ์ปท.
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ในวันที่ 11-12 พ.ค.นี้ ตนจะเสนอน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เดินทางไปประชุมอาเซียนซัมมิท ซึ่งเป็นการประชุมในระดับผู้นำอาเซียน เป็นครั้งสุดท้ายของปี 2557 ที่เมืองเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ เพราะในปี 2558 จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยนายกฯอาจจะเดินทางเช้ากลับเย็น ในวันที่ 11 พ.ค. โดยการประชุมดังกล่าวมีความสำคัญมาก จะเป็นการสรุปของผู้นำอาเซียนว่า มีความพร้อมใน 3 เสาหลัก การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม อย่างไร โดยเฉพาะด้านการเมืองเราจะได้ชี้แจง ถึงให้เข้าใจถึงการก้าวไปของประเทศไทยที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยทุกฝ่าย และอยากจะมีการเลือกตั้ง แต่บังเอิญ ติดปัญหาบางประการ ที่กลุ่มผู้ประท้วงต้องการบางสิ่งบางอย่าง เราก็ต้องไปเล่าให้ฟัง
“เราต้องชี้แจงให้เข้าใจ เพราะวันนี้อาเซียนมองเราเป็นตัวถ่วง ไม่ให้ก้าวต่อไปได้ สังคมโลกก็ไม่อยากมาลงทุนในอาเซียน หากมีความไม่สงบในประเทศใดประเทศหนึ่งขึ้น ฉะนั้นการเดินทางครั้งนี้ของนายกฯ เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้อาเซียน และสังคมโลกเข้าใจ ถึงพัฒนาการทางการเมืองของไทย ฝากไปถึงคนไทยทั้งประเทศว่า วันนี้เราเสียเวลามา 180 วันแล้ว และยังไม่มีรัฐบาลใหม่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ไม่เช่นนั้นประเทศจะถอยหลังอย่างเดียว เราต้องเข้าสู่โหมดเดินหน้าได้แล้ว” นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามตนต้องชี้แจงให้นายกฯ ฟัง ในฐานะประธานที่ปรึกษาศอ.รส.ด้วยว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย นายกฯอาจจะไม่สามารถเดินทางไปเองได้ หรือแม้กระทั่งมีคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมา แล้วจะกระทบการทำงานของนายกฯหรือไม่ แต่ถ้านายกฯไปไม่ได้ตนจะเป็นผู้ไปแทน



