ข่าว

'เฉลิม'พร้อมรับ'สุเทพ'แตกหัก30เม.ย.

'เฉลิม'พร้อมรับ'สุเทพ'แตกหัก30เม.ย.

29 เม.ย. 2557

'เฉลิม' ยังไม่ออกแถลงการณ์ ศอ.รส.ฉบับ 3 รอประเมินสถานการณ์ สั่ง 'วรพงษ์' เตรียมกำลังรับ กปปส.ชุมนุมใหญ่ ชี้ กกต.อยากให้มีลต. 20 ก.ค. เป็นเรื่องดี

 
                            29 เม.ย. 57  เมื่อเวลา 10.30 น.  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า ศอ.รส.จะยังไม่ออกแถลงการณ์ฉบับ 3 ในวันนี้ (29 เม.ย.) ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์อีกสักระยะ และมั่นใจใครว่าจะทำอะไรที่ไหนเป็นสิทธิ์ที่จะเคลื่อนไหว แต่สุดท้ายต้องจบลงด้วยการเลือกตั้ง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับวิธีการอย่างอื่น ขอยืนยันหัวเด็ดตีนขาด ตนก็ประท้วงและปราศรัยเป็น ลองดูหากมีนายกฯพระราชทานมานอกกรอบนอกระบบ คอยดูตนเองบ้าง แต่จะไม่ทำแบบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. คนที่เป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด กลับมาเรียกร้องอำนาจนอกระบบ ทั้งนี้ต้องมีการเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสินจะเอาใครเป็นรัฐบาล จากนั้นปฏิรูปการเมือง เสร็จแล้วยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งประเทศ และแนวคิดปฏิรูปเอานายตำรวจระดับผู้การจังหวัดไปขึ้นไว้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด
 
                            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามจะต้องมีการเลือกตั้ง หากมีคนคัดค้าน อาจต้องเปลี่ยนระเบียบการรับสมัคร นายกฯต้องคุยกัยฝ่ายทหาร ส่วนการดูแลภายนอก หากรัฐบาลใช้ตนเองก็เรียบร้อย ไม่มีปัญหา ผู้สื่อข่าวถามว่าการไปคุยกันระหว่างรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรจะต้องได้ข้อยุติเรื่องวันจัดการเลือกตั้งหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ปัญหาในวันนี้สุดท้ายต้องนำไปสู่การเลือกตั้ง จะไปทรงอื่นไม่ได้ ทั่วโลกไม่ยอมรับ ซึ่งในอาเซียน 10 ประเทศกำลังลังเลประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น วันนี้พม่ายกย่อง นางอองซานซูจี ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่บ้านเราจะกลับไปสู่เผด็จการหรืออย่างไร แค่คิดก็บ้าแล้ว ขณะที่ กกต.มี 5 คน อย่าให้พูดอยู่คนเดียว มันเกิดความสับสน และเห็นว่า กกต.ที่ผ่านมามีหลายชุดก็ไม่เห็นมีปัญหา
 
                            เมื่อถามว่า คิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ฝ่ายการเมืองยังสามารถที่จะแก้ปัญหาได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่มีปัญหาเพราะนักการเมือง แต่มีปัญหาเพราะพวกอยู่ข้างหลังที่อยากมีอำนาจ อยากเป็นนายกฯที่ไม่มาจากการเลือกตั้ง พวกนักวิชาการอีกส่วนหนึ่งก็หวังส้มหล่นอยากเข้ามามีบทบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ อยากเห็นนายสุเทพ ว่าจะทำอย่างไรในวันที่ 30 เม.ย.นี้ จะแตกหักก็แตกหัก ตนจะประชุมตำรวจนครบาล โดยสั่ง พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ให้ระดมกำลังรับการแตกหัก แต่ไม่ใช่เป็นการสลายการชุมนุม ตนรำคาญคนที่อยู่ข้างหลังนายสุเทพ ไปไม่ไหวก็น่าจะเลิก เมื่อถามว่า ท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาเดินสายพบหลายๆ ฝ่าย เป็นอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ขอระบุว่าใคร แต่ใครก็ตามที่ดำเนินการให้มีการเลือกตั้งถือเป็นเรื่องน่าชื่นชมและน่ายินดี 
 
                            เมื่อถามว่า กกต.ยังยืนยันว่าวันที่ 20 ก.ค.เหมาะสมกับการจัดการเลือกตั้งที่สุด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หน้าที่กำหนดวันเลือกตั้งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.ตามกฎหมาย เมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องมาแจ้งรัฐบาลเพื่อขออนุมัติงบประมาณ ความพร้อมในการสนับสนุนจัดการเลือกตั้ง ถือเป็นเรื่องดีที่ กกต.กำหนด 20 ก.ค.นี้ แต่ถ้ารออีก 2 ปี จะยุ่งยาก เมื่อถามว่า นายสุเทพ ระบุว่า จะขัดขวางการเลือกตั้ง โดยจะยกหีบบัตรหนี ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวสั้นๆ ว่า “ก็จับ จะเอาไว้ทำไม”
 
 
 
 
'ศอ.รส.' ประณาม 'ปธ.-เลขาธิการศาลปค.' แทรกแซงแต่งตั้งตร.
 
 
                            เมื่อเวลา 13.00 น.  น.ส.สิริมา สุนาวิน คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงผลการประชุม ศอ.รส. ว่าจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติขยายเวลาการบังคับใช้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ออกไปอีก 61 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน 2557 เนื่องจากมีความจำเป็นในการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือนเพื่อดูแลสถานการณ์ ซึ่งขณะนี้ยังมีการเผชิญหน้ากันระหว่างมวลชน มีแนวโน้มการใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพื่อดูแลความเรียบร้อยในการจัดการเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะได้ร้องขอ ทั้งนี้ ศอ.รส.จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติงานรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันและระงับยับยั้งเหตุร้ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่ง ศอ.รส. ได้มีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะ และปรับแผนการปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
 
                            น.ส.สิริมา กล่าวว่า ศอ.รส. ได้รับทราบกรณีมีการนำเสนอภาพถ่ายเอกสาร ซึ่งนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ที่ได้ทำบันทึกไปถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้สนับสนุนให้ พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับ ให้ไปขึ้นเป็นผู้กำกับการ โดยให้เหตุผลว่า ได้ช่วยดูแลการปฏิบัติภารกิจของประธานศาลปกครองสูงสุดในหลายโอกาส ซึ่ง ศอ.รส. มีความเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจอย่างชัดเจน ซึ่งเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองก็ได้ออกมาแถลงรับว่าได้ทำบันทึกดังกล่าวจริง และแม้จะพยายามอธิบายว่า เป็นเพียงการชื่นชมข้าราชการตำรวจคนดังกล่าวของประธานศาลปกครองสูงสุดเท่านั้น แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหาของการทำบันทึกและการออกมายอมรับดังกล่าวนั้น เป็นการกระทำที่สมควรตำหนิและประณามอย่างยิ่ง เพราะเป็นการกระทำผิดต่อจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ โดยผู้นำสูงสุดของฝ่ายตุลาการในศาลปกครอง ทั้งๆ ที่ศาลปกครองสูงสุดเพิ่งจะมีคำพิพากษาว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี นั้นเป็นการใช้ดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบ ซึ่งก็ยังเป็นข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอยู่ด้วย แต่กระนั้นการกระทำของนายกรัฐมนตรีก็ยังเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของการบริหารราชการแผ่นดิน ในขณะที่การกระทำของเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองกับ ประธานศาลปกครองสูงสุดในกรณีนี้ เป็นการกระทำที่ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจ ซ้ำร้ายกลับเป็นการกระทำผิดต่อจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้งด้วย
 
                            แม้ว่า ศอ.รส.จะไม่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินคดีในกรณีนี้ก็ตาม แต่ ศอ.รส. ก็ห่วงใยว่า กรณีนี้เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่จะเพิ่มความไม่เชื่อถือคำพิพากษาคดีของนายกรัฐมนตรี เรื่องการโยกย้ายนายถวิล อันจะนำไปเป็นประเด็นเพิ่มความขัดแย้งของคน 2 กลุ่มใหญ่ ซึ่งเป็นภารกิจของ ศอ.รส. ด้วยที่จะต้องแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในที่สุด ศอ.รส.จึงขอเรียกร้องให้บุคคลทั้งสองในศาลปกครองดังกล่าวพิจารณาตนเองด้วย