
2คนร้ายเหี้ยมดักรอยิงโฟร์แมนพรุนดับข้างถนน
สองคนร้ายสุดเหี้ยมรอดักยิงโฟร์แมนก่อสร้างเกือบ 10 นัด จนร่างพรุน ดับอนาถข้างถนน ท่ามกลางผู้คนที่กำลังสัญจรผ่านหนาแน่น คาดสาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องาน-ชู้สาว
วันที่ 29 เม.ย.57 เมื่อ เวลา 07.00 น. ร.ต.ท.พร้อมพงษ์ เทพทับทิม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 แปดริ้วว่า เกิดเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต ที่บริเวณปากซอยเข้าหมู่บ้าน ริมถนนสาย 304 สุวินทวงศ์ (ตอนมีนบุรี-ฉะเชิงเทรา) ก่อนถึงเชิงสะพานต่างระดับข้ามทางรถไฟ รพ.โสธราเวช ประมาณ 100 เมตร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบเพียงปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ที่บริเวณพื้นถนนจำนวน 8 ปลอก พร้อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีเทาขาว ทะเบียน ขคร-455 ภูเก็ต ของผู้ตายนอนล้มตะแคงอยู่จำนวน 1 คัน ส่วนผู้ถูกลอบยิงนั้นได้มีพลเมืองดีผู้เห็นเหตุการณ์ ได้ช่วยนำส่งไปยัง รพ.พุทธโสธร (รพ.เมืองฉะเชิงเทรา เดิม) ก่อนหน้าแล้ว แต่ได้เสียชีวิตระหว่างทางการนำส่ง เนื่องจากกระสุนปืนเข้าถูกจุดสำคัญที่บริเวณศีรษะ และลำตัวจำนวนหลายนัด ทราบชื่อต่อมา คือ นายณัฐภัทร รจิตจิระเกียรติ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 240 ถ.สุวินทวงศ์ เขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา
พ.ต.อ.พงษ์ธร พนาสนธิ์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ (สบ.4) หัวหน้างานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา กล่าวระหว่างการเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า จากการสอบสวน ทราบว่าผู้ตายมีอาชีพเป็นโฟร์แมน หรือหัวหน้าผู้ควบคุมคนงานก่อสร้างอยู่ใน กทม. โดยขณะเกิดเหตุผู้เสียชีวิต ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน ซึ่งอยู่ภายในซอยลึกเข้าไปจากบริเวณปากทางจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เพื่อที่จะไปทำงาน ด้วยการไปขึ้นรถไฟที่บริเวณสถานีชุมทางฉะเชิงเทราอีกต่อหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 1 กม.
แต่ได้ถูกคนร้าย ซึ่งทราบจากพยานผู้เห็นเหตุการณ์ว่า เป็นชายจำนวน 2 คน ได้ขับรถจักยานยนต์มาจอดรออยู่ก่อนหน้าแล้ว กระหน่ำยิงใส่ผู้ตายด้วยอาวุธปืนจำนวนหลายนัด ก่อนที่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายจะล้มคว่ำลง จากนั้นคนร้ายได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ส่วนสาเหตุเบื้องต้นนั้นเชื่อว่าผู้ตายน่าจะมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงกับคู่กรณี จึงได้ว่าจ้างคนร้ายมายิงจนเสียชีวิต ส่วนประเด็นการสังหารนั้นอาจจะมีสาเหตุมาจากเรื่องเกี่ยวกับการทำงาน หรือชู้สาว ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุต่อไป พ.ต.อ.พงษ์ธร กล่าว



