
'อภิสิทธิ์'พบกกต.หารือทางออกปท.
29 เม.ย. 2557
'อภิสิทธิ์' พบ 'กกต.' หารือทางออกประเทศ ด้าน 'ปธ.กกต.' บอกเป็นเรื่องดี ทำบรรยากาศเลือกตั้งสงบ
29 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายชำนิ ศักดิ์ดิเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และน.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ นายทะเบียนพรรคประชาธิปัตย์ เข้าหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ห้องประชุมชั้น 9 สำนักงานกกต. เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ โดยมีนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร นายบุญส่ง น้อยโสภณ นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ และนายประวิช รัตนเพียร กรรมการกกต.ให้การต้อนรับ
โดยนายศุภชัย กล่าวก่อนการหารือ ว่า กกต.พร้อมรับฟังความเห็นของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีความพยายามเสนอหาทางออกให้กับประเทศ ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากทางตันได้ และส่งผลให้บรรยากาศการเลือกตั้งมีความสงบมากขึ้น โดยขอให้ทุกฝ่ายให้โอกาสต่อการแสดงท่าทีของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ อย่าเพิ่งตำหนิหรือวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งกกต.ก็พร้อมที่จะรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการหารืออีกครั้ง ก่อนที่กกต.จะพิจารณาตัดสินใจตามข้อเสนอ และขอให้พรรคประชาธิปัตย์ ส่งผู้สมัครลงเข้ารับการเลือกตั้งส.ส.ครั้งใหม่ด้วย
'อภิสิทธิ์' เผย 'กกต.' เห็นตรงกัน! หากเดินหน้าเลือกตั้งปัญหาบ้านเมืองต้องสงบ
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังร่วมหารือกับกกต.ว่า ได้มีโอกาสพบกับกกต.ในการพบปะได้แลกเปลี่ยนสถานการณ์การเมือง บ้านเมือง รวมถึงสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป เบื้องต้นได้ขยายความและอธิบายกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหนังสือถึงกกต.ที่เห็นว่าการจัดการเลือกตั้งที่จะเรียบร้อยและประสบความสำเร็จ เสรี สุจริตเที่ยงธรรม ควรเป็นเป้าหมายในการจัดการเลือกตั้งต่อไป สิ่งที่ตนเดินหน้าเพื่อหาคำตอบให้การเลือกตั้งเป็นเช่นนั้น ได้มีการเสนอเรื่องการปฏิรูปที่กกต.อยู่ในวิสัยที่จะออกกฎกติกา ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้งได้ แต่ปัญหาใหญ่ในขณะนี้ที่กกต.และตนเห็นตรงกันว่าบรรยากาศบ้านเมืองในขณะนี้ที่จะทำให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จได้ยากมาก แม้กกต.จะมีความเห็นว่าสามารถจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ไม่ให้เป็นโมฆะเหมือนวันที่2 ก.พ. แต่เป็นห่วงว่าการคลี่คลายปัญหาทางการเมืองจะทำให้เปิดสภาได้หรือไม่ ซึ่งวันที่ 30 เม.ย.กกต.จะนำความเห็นของตนไปสะท้อนกับนายกฯและคณะ โดยเฉพาะที่นายกฯที่ระบุว่าอยากเปิดโอกาสให้ตนทำงาน ก็น่าจะนำความเห็นนี้ไปประกอบการพิจารณา อย่าเพิ่งยึดติดกับการเดินหน้าเลือกตั้งโดยเร็วเท่านั้น ทั้งที่ไม่มีคำตอบเรื่องการปฏิรูป
ผู้สื่อข่าวถามว่า กปปส.ไม่เห็นด้วยกับแนวทางใดทั้งสิ้น การเดินสายจะเกิดประโยชน์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการนำเสนอแนวทาง ฉะนั้นอย่าเพิ่งปฏิเสธ แต่เป้าหมายปลายทางคือการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ บนพื้นฐานของกฎหมาย เชื่อว่าเป้าหมายนี้ไม่น่าจะขัดกับใคร เข้าใจดีว่ามีความห่วงใย แต่ไม่จำเป็นต้องปิดหรือจำกัดทางเลือกประเทศ ส่วนการที่นายกฯออกมาระบุว่าอยากให้หารือกับนายสุเทพก่อนนั้น ตนจะเดินอย่างไรก็ดูความเหมาะสม เป็นความเห็นของท่าน ซึ่งตนเห็นว่าอะไรจะนำไปสู่ความสำเร็จตนก็จะเดินไปแนวทางนั้น
เมื่อถามว่าแนทางทางตามข้อเสนอต้องชะลอการออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การออกพ.ร.ฎ.โดยที่ยังไม่มีบรรยากาศร่วมกัน จะทำให้ประเทศไม่หลุดพ้นจากความขัดแย้ง และการเลือกตั้งจะสร้างปัญหา ถ้าเราแก้ปัญหาได้ การเลือกตั้งเร็วดีกว่าช้า แต่ถ้าช้าแล้วสงบก็เชื่อว่าคนทั้งประเทศจะเห็นด้วย แต่ทั้งนี้ ตนก็เข้าใจว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของกกต. และกกต.ต้องเดินหน้า ที่ผ่านมาในการจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. กกต.เคยท้วงติงแล้วว่าการจัดการเลือกตั้งจะทำให้เกิดปัญหา แต่รัฐบาลก็ยังดึงดันให้เดินต่อกกต.ก็ต้องทำหน้าที่ ผลลัพธ์ออกมาบ้านเมืองก็อยู่ตรงนี้
เมื่อถามว่าถ้าเป็นไปตามกรอบของข้อเสนอ พรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าฝ่ายต่างๆตอบรับ ตนก็ต้องให้พรรคก็ต้องตอบรับด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ตนจะรวบรวมข้อเสนอและเปิดเผยต่อสาธารณะชนได้
"จากปฏิกิริยาหลายวันที่ผ่านมามีความขัดแย้งและหวาดระแวงสูงมาก ทั้งความหวาดระแวงจากฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายตัวเอง ผมเป็นนักการเมืองฉะนั้นก็ต้องมีคนระแวง เกรงว่าจะเป็นการเจรจา การดำเนินการดังกล่าวเป็นการกระทำที่ยากมากกว่าจะมาถึงจุดนี้ อยากให้ทุกคนรับฟังข้อเสนอแล้วพิจารณาอย่างรอบคอบใช้เวลา 2-3 วันในการคิดวิเคราะห์และให้เหตุผลกับแนวทางนี้ ไม่ใช่ว่าพอเห็นข้อเสนอแล้วออกมาบอกว่ารับหรือไม่รับ หรือถ้าใครไม่รับก็อยากให้ชี้แจงกับสังคมว่าไม่รับเพราะอะไร"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้มีการตีความว่าการเดินสายของตนเป็นการเจรจาเพื่อต่อรองผลประโยชน์ ยืนยันว่าไม่ใช่ ไม่มีการเจรจาในทางลับ ไม่มีการแอบพบ และการดำเนินการของตน เป็นไปอย่างเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้ จะไม่มีการพบกันในทางลับ เพราะเกรงว่าจะถูกมองว่าเป็นการต่อรอง อย่างงไรก็ตาม ยืนยันว่าการดำเนินการนี้ปลายทางสุดท้ายคือการปฏิรูปจนสำเร็จ



