ข่าว

'ปู'ไม่วิจารณ์แนวทางพลเอกสายหยุด

'ปู'ไม่วิจารณ์แนวทางพลเอกสายหยุด

28 เม.ย. 2557

'ปู'ไม่วิจารณ์แนวทางพลเอกสายหยุด ขอโอกาส'มาร์ค'เดินสายยังไม่เคาะถ่ายทอดสด ปัดตั้งธงวันเลือกตั้งล่วงหน้าระบุรอหารือกกต.ก่อน ขณะที่ครม.ต่ออายุใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง

               28เม.ย.2557 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ถึงการแก้ปัญหาทางการเมืองจนว่า วันนี้ฝ่ายการเมืองและภาคประชาชนต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาเพราะวันนี้มันคือปัญหาของประเทศทั้งหมด พวกเราทุกคนต้องมีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกร่วมกัน

               เมื่อถามว่าแสดงว่ายังไม่ถึงขั้นที่จะต้องใช้วิธีตามที่พลเอกสายหยุด เกิดผล ประธานกลุ่มรัฐบุคคลเสนอใช่หรือไม่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนไม่อยู่ในข่ายที่จะพูดเพราะเราเองก็ต้องศึกษาดูว่าการทำตามข้อเสนอของพลเอกสายหยุดนั้นเป็นไปได้หรือไม่ และใช่ทางออกจริงๆ หรือไม่ เรื่องนี้จะต้องใช้ความระมัดระวังเพราะถือเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน ต้องให้ผู้ที่มีความรู้ด้านกฎหมายและรายละเอียดต่างๆ พิจารณาให้เกิดความรอบคอบ ไม่อยากเห็นการที่พูดแล้วแต่ยังข้อถกเถียงเนื่องจากเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและอ่อนไหว


ขอโอกาส'มาร์ค'เดินสายยังไม่เคาะถ่ายทอดสด

                น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวถึงกรณีการตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์การเดินสายพูดคุยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถึงความไม่จริงใจว่า จริงๆนายอภิสิทธิ์ได้ขอเวลาในการดำเนินการก็คงต้องให้นายอภิสิทธิ์ทำงานให้เต็มที่ก่อน เราเองก็คงต้องคอยติดตามถ้าทุกอย่างเป็นไปดั่งที่คาดหวังก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศที่เราจะได้มีทางออก ซึ่งในส่วนของรัฐบาลเองก็มีความพร้อม รัฐบาลเปิดกว้างอะไรที่เป็นประโยชน์ร่วมมือได้ รัฐบาลก็ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกๆ คน               

                เมื่อถามว่ามีความคิดเห็นอย่างไรที่นายอภิสิทธิ์เสนอรูปแบบในการพูดคุยว่าควรมีการถ่ายทอดสด น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการนัดหมายจากนายอภิสิทธ์ก็คงต้องรอให้มีการนัดหมายอย่างเป็นทางการก่อน แล้วถึงจะมีการหารือในรายละเอียดก่อน ทั้งหมดก็คงต้องขอดูรายละเอียดก่อนจะให้ตอบเดี๋ยวนี้คงไม่ได้

               เมื่อถามว่านายอภิสิทธิ์ควรจะไปพูดคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ให้มีความเข้าใจก่อนที่จะมาหารือกับรัฐบาลหรือไม่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็เป็นความคิดที่ดีเพราะในความเป็นจริงนายอภิสิทธิ์เป็นผู้เริ่มต้นในเรื่องของการปฏิรูปในแนวคิดที่จะหาทางออกของประเทศก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะคุยกับนายสุเทพ ก็หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะได้คุยและมีข้อคิดเห็นร่วมกัน ดังนั้นวันนี้ทุกฝ่ายควรจะเปิดโอกาสให้นายอภิสิทธิ์ได้ทำงาน 

               "ส่วนตัวดิฉันก็อยากให้เปิดโอกาสคุณอภิสิทธิ์ได้ทำงาน และคุณอภิสิทธิ์น่าจะเป็นคู่ที่เหมาะสมที่จะพูดคุยกับคุณสุเทพได้ดีกว่าหลายๆ คน" น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวและว่าตนไม่อยากให้ทุกคนมองว่านายอภิสิทธิ์มีความจริงใจหรือไม่จริงใจในการดำเนินการครั้งนี้ เพราะความพยายามต่างๆ ในขณะนี้ถ้าเราช่วยกันเปิดโอกาสและพยายามที่จะเข้าไปพูดคุยน่าจะเป็นทางออกที่ดี วันนี้นายอภิสิทธิ์ก็น่าจะมีเวลาทำงานซึ่งเราต้องร่วมกันให้กำลังใจ และช่วยกันผลักดันปัญหาและอุปสรรคให้รอดพ้นไปให้ได้"

 

ปัดตั้งธงวันเลือกตั้งล่วงหน้าระบุรอหารือกกต.ก่อน

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีความชัดเจนในการเดินทางไปให้ปากคำต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช.ว่าขณะนี้ยังมีเวลาอยู่ ยังไม่ได้ตัดสินใจแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง คงต้องรอการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

               เมื่อถามว่าในวันที่ 30 เมษายนจะเดินทางไปพูดคุยกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงประเด็นการกำหนดวันเลือกตั้งหรือไม่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่าวันนี้เองทางกกต. ก็ได้มีการหารือและพูดคุยกับประธานกกต. แล้วทราบว่ากกต. มีการนัดหมายกันคร่าวๆ ขณะนี้ตนรอขั้นตอนการประสานงานอย่างเป็นทางการอยู่คงต้องกกต.ประชุมก่อน รัฐบาลก็แล้วแต่กกต. ว่าถ้าจะให้ฝ่ายรัฐบาลประชุมเราก็ยินดีที่จะเข้าร่วมประชุม

               เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐบาลมีการกำหนดวันเลือกตั้งเพื่อเสนอเป็นตุ๊กตาให้กับทางกกต. แล้วหรือยังว่าจะเป็นวันที่เท่าไร น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตามหลักรัฐบาลคงต้องดูกกต. เป็นหลักก่อนวันนี้ก็ได้มีการกำหนดนัดหมายกันคร่าวๆ แล้ว ซึ่งเราก็คงต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่และถ้ามีการกำหนดวันที่ชัดเจน รัฐบาลเองก็มีหน้าที่ในการทำงานและให้ความร่วมมือกับทางกกต.

 

ครม.เห็นชอบร่างพรฎ.เปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ

               นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ได้ทำหนังสือมาถึงนายกรัฐมนตรี ให้เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา เพื่อวุฒิสภาจะได้พิจารณาเรื่องการแต่งตั้งบุคคล2ตำแหน่งคือ ตำแหน่งกรรมการตุลาการศาลปกครอง ซึ่งเป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยขอให้เปิดสมัยประชุมในวันที่2 พ.ค.57 และปิดสมัยประชุมวันที่10 พ.ค.57 โดยครม.ได้พิจารณาประเด็นที่รองประธานวุฒิสภาได้แจ้งมา รวมถึงพิจารณาในส่วนที่นายสุวิจักษณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีความเห็นต่าง และเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อปี 49 เคยมีทางปฏิบัติในช่วงที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเปิดสมัยประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา เพื่อให้วุฒิสภาทำหน้าที่แต่งตั้งบุคคลมาแล้ว จึงมีความเห็นชอบพระรากฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภาดังกล่าว ทั้งนี้ ในส่วนของร่างพระราชกฤษฎีกา 2 ฉบับ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะนำส่งผ่านสำนักราชเลขาธิการเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อไป

               นายพงศ์เทพ กล่าวว่า การเปิดประชุมครั้งนี้จะมีเพียงเรื่องการแต่งตั้งบุคคล 2 ตำแหน่งเท่านั้น โดยไม่มีเรื่องการถอดถอน เพราะทางวุฒิสภาไม่ได้ขอเปิดประเด็นเรื่องการถอดถอน เนื่องจากเรื่องการถอดถอนยังมีความเห็นที่ต่างกันอยู่

               ส่วนกรณีการรือร่วมกับคณะกรรมการเลือกตั้งในวันที่ 30เม.ย. นายพงศ์เทพกล่าวว่า คงมีประเด็นเดียว เพราะอำนาจหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งเป็นของ กกต. โดยประเด็นคงอยู่ที่เรื่องการกำหนดเวลาให้มีการเลือกตั้งเป็นอย่างไรและช่วงเวลาที่ใช้ในการเตรียมการตราพระราชกฤษฎีใช้เวลาเท่าไร ซึ่งจุดยืนของรัฐบาลคือการดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเท่านั้น

 


ต่ออายุใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงอีก 61 วัน  

               ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติการขยายเวลาการบังคับใช้พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่กรุงเทพฯ จ.นนทบุรี จ.สมุทรปราการ เฉพาะ อ.บางพลี และ จ.ปทุมธานี เฉพาะ อ.ลาดหลุมแก้ว ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ออกไปอีก 61 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-30 มิ.ย.2557 ตามที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.)เสนอ เนื่องจาก การชุมนุมขณะนี้มีการปลุกระดมประชาชนให้เกิดความปั่นป่วน มีการทำลายความเชื่อถือในการปฎิบัติหน้าที่ของรัฐโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน และการเคลื่อนไหวอาจส่งผลให้เกิดความรุนแรง มีการใช้อาวุธ รวมถึงมีการเผชิญหน้าของมวลชนฝ่ายต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐ นอกจากนี้ ผู้ชุมนุมบางกลุ่มแสดงเจตนาชัดเจนที่จะขัดขวางการเลือกตั้ง

               ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวอีกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้กล่าวในที่ประชุม กำชับให้ศอ.รส.พิจารณาเรื่องการปรับโครงสร้างกำลังพลว่ามีความจำเป็นต้องปรับลดหรือไม่ เพราะบางพื้นที่มีการชุมนุมเบาบางลง จึงมอบนโยบายว่าหากไม่จำเป็น ควรปรับจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความคุ้มค่า และไม่ซ้ำซ้อน

               ด้านพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวว่า การขยายเวลาการบังคับใช้พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ เป็นเพราะยังมีการเผชิญหน้าระหว่างมวลชน มีแนวโน้มการใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และการเลือกตั้งยังไม่จบสิ้น จึงต้องมีการบูรณาการทั้งกฎหมายและกำลังพล ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)จะมีการประชุมในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ที่ศอ.รส. เพื่อพิจารณากำหนดการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล และการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ซึ่งจะดูในส่วนของทหารเป็นหลัก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเป็นเจ้าพนักงานหลักตามพ.ร.บ.ดังกล่าวเช่นเดิม

               พล.ท.ภราดร กล่าวอีกว่า สถานการณ์ขณะนี้ เรื่องของการเผชิญหน้ายังมีน้อย เพราะมวลชนแต่ละกลุ่มอยู่ห่างกัน และต่างฝ่ายต่างอยู่ในพื้นที่ตั้งของตัวเอง แต่เจ้าหน้าที่ยังคงภารกิจการป้องกันไม่ให้ทั้ง 2 กลุ่มเผชิญหน้ากัน ส่วนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงที่จะมีขึ้นนั้น เชื่อว่าจะมีคนมาร่วมงานจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มมกปปส.นั้น เราต้องติดตามการประกาศของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวนับจากนี้ไป ซึ่งรวมถึงข่าวที่ว่าเขาจะย้ายพื้นที่การชุมนุมกลับไปบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจริงหรือไม่

               ทั้งนี้รายงานข่าวในที่ประชุมครม.เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ถามถึงการขยายพ.ร.บ.ความมั่นคงจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.นั้น หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.ตามข่าวที่ออกมาจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งพล.ท.ภราดร กล่าวว่า หากมีการเลือกตั้งในเดือน ก.ค. อาจจะต้องพิจารณาดูสถานการณ์ในตอนนั้นอีกครั้งว่าจำเป็นจะต้องขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อครอบคลุมการเลือกตั้งหรือไม่

 

“วุฒิสภา”กางปฏิทินทำหน้าที่สมัยประชุมวิสามัญ

 

           นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ฐานะปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือร่วมกับคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถึงกรอบปฏิทินการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ช่วงวันที่ 2-10 พ.ค. นี้ ว่า ในวันที่ 2 พ.ค. จะมีการเรียกประชุมในเวลา 10.00 น. โดยจะมีวาระพิจารณาสำคัญ คือ ให้ สว.ที่ได้รับการรับรองผลการเลือกตั้ง จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นจะเป็นการพิจารณาเพื่อตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเข้าไปเป็นตุลาการศาลปกครอง ในสายผู้ทรงคุณวุฒิ จำนว 2 คน และตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของ น.ส.สุภา ปิยจิตติ ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 24 คน โดยใช้สัดส่วนจากสายเลือกตั้ง 12 คนและสายสรรหา 12 คน